กระทรวงพาณิชย์- ภาคเอกชน ประสานเสียงรื้อแผนส่งออกรับสถานการณ์โลก

กระทรวงพาณิชย์- ภาคเอกชน ประสานเสียงรื้อแผนส่งออกรับสถานการณ์โลก
25 พฤษภาคม 2563
285

พาณิชย์-เอกชน จับตาสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน หวั่นเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ ซ้ำเติมวิกฤติโควิด-19 ชี้โลก เดาใจ “ทรัมป์” ยาก เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดี

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงและภาคเอกชนอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน จนเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ และจะมีการจัดทำแผนในการผลักดันส่งออกร่วมกันเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริงเชื่อว่าทุกประเทศทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบกันหมดทั้งภาคการส่งออกและเศรษฐกิจภาพรวมหลังจากปีที่ผ่านมาภาคส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าแล้ว และในปี 63 ก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19

“ กระทรวงไม่วางใจเรื่องนี้จึงได้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะยิ่งใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งทั่วโลกก็เดาใจนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยากว่าจะทำอะไรต่อไป และที่สำคัญทรัมป์เองก็จะแคนดิเดตตัวแทนของพรรพรรครีพับลิกัน ที่จะลงแข่งกับพรรคเดโมแครต ส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการหาเสียงไปด้วย “

ขณะนี้สหรัฐน่าจะมีกระสุนอีก 2-3 นัดที่จะออกมาตรการใช้กับจีนหรือประเทศอื่นๆ ซึ่งถือว่าไม่มากแล้ว โดยเฉพาะการขึ้นภาษีสินค้าต่างๆ เช่น ภาษียานยนต์ เป็นต้น ซึ่งเรื่องของสงครามการค้ารอบใหม่นั้นทางกระทรวงและเอกชนก็มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบส่งออก ซึ่งหากโชคดีอาจทำให้ไทยสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการส่งออกในวิกฤติรอบใหม่ก็ได้

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนกำลังติดตามความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีนอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าไทยมีโอกาสที่ได้รับประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของการค้าและการลงทุนมากเช่นกัน โดยเฉพาะโอกาสที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นซับพลายเซนของอุตสาหกรรมต่างๆที่มั่นคงของโลกได้ เพราะในระยะหลังมีผู้ประกอบการจากจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตมาไทยและอาเซียนจำนวนมากเพื่อป้อนชิ้นส่วนและวัตถุดิบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนและประเทศต่างๆ

ทั้งนี้ช่วงหลังจีนกับประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐและยุโรปมีปัญหากันหลังจากที่เกิดการระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะสหรัฐที่กล่าวหาจีนมาเป็นต้นเหตุในการทำให้เกิดการระบาดจนมีความขัดแย้งต่อเนื่อง ดังนั้นจีนต้องหาพันธมิตรในอาเซียนและประเทศใกล้เคียงมากขึ้น เห็นจากที่ผ่านมาไทยขออะไรจีนมักได้ง่ายๆหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเปิดด่านในการส่งสินค้าเกษตรไทยไปจีน ก็ได้รับความสะดวกรวดเร็วผิดกับครั้งก่อนๆ จนทำให้สินค้าเกษตรไทยหลายตัวสามารถส่งออกไปจีนได้เพิ่ม เช่น ทุเรียน แม้จะเจอปัญหาระบาดโควิด-19 แต่ก็มีล้งจีนเข้ามากว้างซื้อทุเรียนไทยมากกว่าเดิมอีกเพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดจีน

นายปรัชญา กล่าวถึงกรณีที่พานาโซนิคประกาศย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยไปเวียดนามว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะบริษัททั่วโลกมีแผนที่จะปรับโครงสร้างบริษัทอยู่แล้วเพื่อให้สอดคลัองกับโลกปัจจุบันและลดต้นทุนการผลิตทำให้เกิดการย้ายฐานหรือปิดสาขา ซึ่งเป็นกันทั่วโลกและเชื่อว่าธุรกิจต่างๆอาจใช้โอกาสที่เกิดระบาดโควิด-19 ในการปรับโครงสร้างเพราะเป็นช่วงที่เหมาะสมสุดเพราะออเดอร์เข้ามาน้อย แต่หากไปปรับโครงสร้างในช่วงที่ออเดอร์เข้ามามากก็จะเสียโอกาสทางธุรกิจ

“ส่วนเรื่องของซับพลายเซนของบริษัทใหญ่ที่ปิดกิจการหรือมีการย้ายฐานเพื่อปรับโครงสร้างนั้นทางภาครัฐและหอการค้าไทยก็จะหาแนวทางในการช่วยเหลือเพื่อให้บริษัทสามารถที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง