"Power" Sector (22 พ.ค.63)

22 พฤษภาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
266

วิเคราะห์ประโยชน์ที่จะได้รับจากใบอนุญาตนำเข้า LNG

Event

GULF Energy Development (GULF.BK/GULF TB)* แจ้ง SET ว่าบริษัทได้รับอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้ประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ เป็นปริมาณ 300,000 ตันต่อปี โดยจะจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้ า SPP ของกลุ่มบริษัทจำนวน
19 โครงการ ในขณะที่ บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด ได้รับอนุมัติจาก กกพ. ให้เป็นผู้จัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปริมาณ1.4ล้านตันต่อปี

lmpact

ประมาณการกำไรปี 2564 ของ GULF มี upside อีก 1.8% จากใบอนุญาต LNG shipper สำหรับ SPP

ตามปกติแล้ว โรงไฟฟ้าพลังก๊าซทุกแห่งจะทำสัญญาจัดหาก๊าซ (gas supply agreement หรือ GSA) อายุ 25 ปีไว้กับ PTT (PTT.BK/PTT TB)* ซึ่งเท่ากับระยะเวลาสัญญาซื้อไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตาม GSA ทุกฉบับจะระบุเงื่อนไข take or pay ขั้นต่ำเอาไว้ในช่วง 65-70% ในขณะที่โรงไฟฟ้า SPP มักจะเดินเครื่องผลิตโดยมี plant factor อยู่ที่ 80-85% ดังนั้นจึงมีส่วนต่างระหว่าง minimum take จาก PTT และระดับการผลิตจริงอยู่ 15-20% ซึ่งหากเราใช้สมมติฐานว่าจะเริ่มมีการนำเข้า LNG ในปี 2564 ในขณะที่ GULF ยังคงรักษาระดับ minimum take ของ SPP เอาไว้ ก็คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ GULF ในปี 2564 จะมี upside อีก 1.8%

Hin Kong power (IPP) ก็มี upside ด้วย

ถ้าหากว่า GULF นำเข้า LNG (ปริมาณการใช้ LNG ทั้งปี 1.4MTA) ให้กับ Hin Kong power ตัวโรงไฟฟ้าอาจจะไม่ได้อานิสงส์จากการนี้มากนัก โดยปกติค่าพลังงานตามสัญญาซื้อขายไฟจะคิดตามต้นทุนจริง แต่อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ด้วยต้นทุน LNG ที่ต่ำ จะทำให้โรงไฟฟ้า Hin Kong power เป็นโรงไฟฟ้าประเภท based load (ต้นทุนต่ำลง และมีประสิทธิภาพการผลิตสูงที่สุด) ที่มี plant factorสูง ซึ่งตามปกติแล้ว margin ของโรงไฟฟ้า IPP จะเพิ่มขึ้น 2-3% จาก energy payment (EP) โดย plant factor ที่สูงขึ้นจะทำให้ margin เพิ่มขึ้นจาก EP ในขณะเดียวกัน เราก็คาดว่า GULF จะได้กำไรจากการนำเข้า LNG (ส่วนต่างระหว่างต้นทุนการนำเข้า LNG และค่าต้นทุนพลังงานของโรงไฟฟ้ าที่เรียกเก็บกับกฟผ.) ด้วย

BGRIM อาจจะได้อานิสงส์มากที่สุด

จากรายงานข่าวล่าสุด เราคาดว่า กกพ. จะประชุมกันในวันนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติใบอนุญาต LNG shipper เพิ่มอีก ซึ่งหาก กกพ. อนุมัติใบอนุญาตให้ BGRIMM Power (BGRIM.BK/BGRIM TB)* ก็จะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว เพราะจะสามารถนำเข้า LNG มา
ป้อนให้กับโครงการ SPP replacement ของ BGRIM (SPP1,ABP1,ABP2,BPLC) ได้ แต่อย่างไรก็ตามเราคาดว่า LNG ที่นำเข้ามาจะป้อนให้กับการผลิตไฟฟ้าเฉพาะส่วนของ IU เท่านั้น (90MW จากทั้งหมด 120MW โดยส่วนที่เหลือจะส่งให้กับ กฟผ.) ในเบื้องต้นนี้ เราประเมินว่าใบอนุญาตนี้จะทำให้กำไรของบริษัทมี upside อีก 4.0% ในปี 2566 เมื่อโครงการ SPP replacement ทุกแห่งเริ่ม COD

Valuation & Action

เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ Neutral เราคิดว่าความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ LNG จะส่งผลกระทบทางอ้อมให้ราคาก๊าซของ SPP ที่ซื้อจาก PTT ลดลง โดยเราคาดว่าผลการดำเนินงานของ SPP ใน2H63 จะได้อานิสงส์จากต้นทุนก๊าซสำหรับ SPP ที่ลดลง (-16% HoH) ในขณะที่อีกหนึ่งบปัจจัยที่ต้อง
จับตาคือการประกาศค่า Ft ในเดือนกรกฎาคม สำหรับคำนวณค่าไฟฟ้าเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2563 โดย กกพ. อาจจะปรับลดค่า Ft ลงเพื่อสะท้อนต้นทุนก๊าซที่ลดลงใน 2H63

Risk

ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง