อ่อนตัว

อ่อนตัว
7 พฤษภาคม 2563 | โดย บล.กรุงไทย ซีมิโก้
1,130

Selective Buy/Sell (โดยมีจุดตัดขาดทุน 3%)

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ :

คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวรับ 1265 / 1255 จุด แนวต้าน 1292 / 1300 จุด โดยข่าวผ่อนปรนให้เปิดธุรกิจใหม่ของหลายประเทศทั่วโลก เป็นปัจจัยสนับสนุน ส่วนปัจจัยลบ คือ ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หลังจีนออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีทรัมป์

ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้ ได้แก่

     1) ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ส่วนใหญ่ปิดบวก 0.6-2% ยกเว้น อินโดฯ -0.46% ฟิลิปปินส์ -0.57% รับข่าวสหรัฐฯ ยุโรป เปิดธุรกิจใหม่ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรป ร่วงจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ลดลงกว่า 20 ล้านราย

     2) แนวโน้มการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบโลก(ผู้ผลิตลดกำลังการผลิตและการเปิดธุรกิจใหม่ จากผ่อนคลาย lockdown รวมถึงการซื้อเข้าคลังน้ำมันยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ) ช่วยหนุนการซื้อคืนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP ) แต่อาจเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มปลายน้ำ (โรงกลั่น ปิโตรเคมี เช่น TOP SCC IVL TASCO)

     3) รองประธานเฟด Clarida ส่งสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ขยายตัวเป็นบวกจนกว่า 2H20E และต้องการสนับสนุนจากทางการ เพื่อชดเชยผลกระทบ COVID-19

     4) จับตาตัวเลขดุลการค้าจีน การว่างงานสหรัฐฯ ผลประชุม BoE รายงานผลกำไรบจ.

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้: UK-ผลประชุมธนาคารกลาง, China-ดุลการค้าเดือน เม.ย. คาดเกินดุล USD9.7bn (Vs เดือน มี.ค. +USD19.9bn) ส่งออกคาด -12.1% YoY (Vs เดือน มี.ค. -6.6%) นำเข้า -12.4% YoY (Vs เดือน มี.ค.-1%) และดัชนีภาคบริการ (Caixin) เดือน เม.ย. คาดอยู่ที่ 47.7 (Vs เดือน มี.ค. 43) ดัชนีรวมอยู่ที่ 48.5 (Vs เดือน มี.ค. 46.7), USA-จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คาดลดลง 3 ล้านคน (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า -3.83 ล้านราย)

สรุปภาวะตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทย: ดัชนีฯ ร่วงลงตั้งแต่เปิดตลาดกว่า 23 จุด ก่อนเคลื่อนไหว Sideways มาปิดตลาดที่ใกล้ระดับต่ำสุดของวัน ที่ 1278.63 จุด -23.03 จุด หรือ -1.77% วอลุ่ม 5.09 หมื่นล้านบาท กลุ่มนำลง ชิ้นส่วนอิเล็กฯ -3.78% ปิโตรฯ -3.22% อสังหาฯ -2.79% หลักททรัพย์ที่ร่วงกว่า 5% ได้แก่ KCE IVL EGCO MINT BJC CENTEL SPALI AWC PSL BEC AAV ASP TTA ส่วนหลักทรัพย์ที่ขึ้นแรง PSTC CKP DDD ALT DCC

-/+ ตลาดหุ้นโลกปิดบวกวันอังคารแต่ร่วงวันพุธ: วันอังคารตลาดหุ้นโลกปิดบวกรับข่าวสหรัฐฯ และยุโรป ผ่อนคลายมาตรการ lockdown รวมถึงความคืบหน้าในการผลิตยาต้านไวรัส DJ +0.56% S&P500 +0.9% Nasdaq +1.13% DAX +2.5% ส่วนวันพุธตลาดหุ้นโลกกลับมาร่วงจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ลดลงสูงถึง 20 ล้านคนในเดือน เม.ย. และ EC คาดเศรษฐกิจยุโรปหดตัว -7.7% ในปีนี้ DJ -0.91% S&P500 -0.7% Nasdaq +0.51% และ DAX -1.15% CAC40 -1.1%

-/+ น้ำมันดิบปิดพุ่งวันอังคารและย่อตัววันพุธ: วันอังคารปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า WTI +USD4.17 Brent +3.77 แต่วันพุธ ราคากลับมาปิดลบ WTI -USD0.57 ปิด USD23.99/บาร์เรล Brent -USD1.25 ปิด USD29.72/บาร์เรล จากแรงขายทำกำไร แม้ EIA รายงานสต็อกน้ามันดิบสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเป็น 4.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน (Vs คาด 8.6 ล้านบาร์เรล) และข่าวกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ซื้อน้ำมันเข้าสู่คลังสารองทางยุทธศาสตร์ 1.7 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ก่อน

- ทองคำปิดลบต่อเนื่อง: วันอังคาร -USD2.7 และวันพุธ -USD22.10 ปิดที่ USD1,688.50/ออนซ์ จากแรงขายทำกำไรสินทรัพย์ปลอดภัย และการกลับมาแข็งค่าของสกุล USD

ประเด็นสำคัญ

+/- COVID-19 Update: พบผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 3.7 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 2.59 แสนราย โดยสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.2 ล้านราย เสียชีวิต 7.15 หมื่นราย รองลงมา คือ สเปน อิตาลี อังกฤษ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดของ UK แซงหน้าอิตาลีไปแล้ววานนี้ ที่ 29,502 ราย (Vs อิตาลี 29,315 ราย)

+/- ไทย: Update ณ 5-6 พ.ค.: จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ของไทยเพิ่มขึ้นวันละ 1 ราย ดีสุดรอบ 57 วัน สะสมรวม 2,989 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตพบ 1 ราย และ 0 ราย สะสมรวม 55 ราย เราคาดว่าหากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ไม่เกิน 20 รายต่อวัน ในช่วง 14 วันข้างหน้า จะส่งผลให้ทางการมีโอกาสประกาศผ่อนปรนบางธุรกิจเพิ่มเติม

+ USA: ประธานาธิบดีทรัมป์ ผลักดันให้เร่งเปิดเศรษฐกิจ แม้อาจมีจานวนผู้เสียชิวิตเพิ่มขึ้น หลังผ่อนคลาย lockdown และมาตรการ Social Distancing

- USA-China Conflict: ทูตจีนในสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าไม่ได้มีการปกปิดข้อมูลไวรัสฯ และเรียกร้องให้พิจารณาอย่างเป็นธรรม ส่วนประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย บอกสื่อ CNBC ว่า สหรัฐฯ กล่าวหาจีนกรณีไวรัสฯ โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์

- ECB: ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีขีดเส้นตาย 3 เดือน ให้ ECB ชี้แจงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ PSPP และห้ามธนาคารกลางเยอรมนี ซื้อสินทรัพย์ฯ ชั่วคราว

- USA: ADP employment เดือน เม.ย. ลดลงต่ำสุดตั้งแต่ปี 2002 แต่ดีกว่าคาด เป็น 20.2 ล้านราย (Vs คาด -22 ล้าน, เดือน มี.ค. -27k)

แนะนำ  Selective Buy/Sell (โดยมีจุดตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: GPSC TU BTS

หุ้นแนะนำ Short: SCC TASCO AAV AEONTS AOT BBL SCB CENTEL DTAC KCE MINT PLANB SPRC

หุ้นแนะนำ Trading Buy: PTTEP BJC STA BTS CPALL CPF HMPRO PTG PRM STEC

Derivatives: ทยอยปิด Short S50M20 ที่เปิดสถานะไว้เพื่อทากาไรทั้งหมด (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง