วาตภัยถล่ม 12 จังหวัด บ้านเรือนประชาชน เสียหาย 2,621 หลัง

วาตภัยถล่ม 12 จังหวัด บ้านเรือนประชาชน เสียหาย 2,621 หลัง
5 พฤษภาคม 2563
1,884

ปภ.รายงาน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 12 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหาย และช่วยผู้ประสบภัยโดยด่วน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2,621 หลัง

5 พ.ค. 63 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจากอิทธิพลบริเวณความกดอากาศสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และเกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อน ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 12 จังหวัด

ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ นครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี หนองคาย นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา และสุราษฎร์ธานี รวม 17 อำเภอ 29 ตำบล 79 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2,621 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลบริเวณความกดอากาศสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบ ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และเกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อน ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ในช่วงวันที่ 29 เมษายน 2563 – ปัจจุบัน (5 พ.ค. 63) เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ นครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี หนองคาย นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา และสุราษฎร์ธานี

รวม 17 อำเภอ 29 ตำบล 79 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2,621 หลัง วัด 2 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง เสาไฟฟ้า 10 ต้น ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้อง มุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง