รมว.ต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ ประกาศยกระดับศูนย์ควบคุมโรค รับมือโควิด

รมว.ต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ ประกาศยกระดับศูนย์ควบคุมโรค รับมือโควิด
23 เมษายน 2563
547

ที่ประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ ประกาศข้อริเริ่ม “ASEAN-U.S. Health Futures” ยกระดับศูนย์ควบคุมโรคในภูมิภาค รับมือโควิด-19

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)  ผ่านระบบการประชุมทางไกลในวันนี้ โดยมีนายสะเหลิมไซ กมมะสิด  รัฐมนตรีต่างประเทศลาว ในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-สหรัฐ เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศในอาเซียน และเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วม

ที่ประชุมได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขยายความร่วมมือด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคม

นายดอน กล่าวชูประเด็นการใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล  เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 และการดูแลประชาชนในภาวะวิกฤต  ด้านสหรัฐ ได้ประกาศความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขฉุกเฉินแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นมูลค่ารวม 35.3ล้านดอลลาร์และข้อริเริ่ม “ASEAN-U.S. Health Futures” รวมทั้งเตรียมยกระดับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ซีดีซี)  ในภูมิภาคอาเซียน  เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและติดตามโรคติดต่อในอาเซียนในอนาคต

158764551035

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือประเด็นความร่วมมือ ได้แก่ 1.การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสาธารณสุขฉุกเฉินเพื่อรับมือกับโควิด-19 อย่างทันท่วงทีและโปร่งใส โดยเสนอให้มีการหารือระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขของทั้งสองฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ และชื่นชมที่ทั้งสองฝ่ายจะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ 2. สนับสนุนให้สหรัฐ เร่งพัฒนาการวิจัยยาและวัคซีนสำหรับโควิด-19 

3.เสนอให้ทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในสินค้า ยาและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น และเร่งความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลในอาเซียน โดยเฉพาะ ASEAN Digital Hub ซึ่งเป็นข้อเสนอของไทย และ4.ความร่วมมือในการดูแลประชาชนทั้งสองฝ่ายในภาวะวิกฤต 

นอกจากนี้ ไทยยังขอบคุณสหรัฐ สำหรับความช่วยเหลือทวิภาคีด้านสาธารณสุขผ่านองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (ยูเสด) และศูนย์ซีดีซี ในช่วงที่ผ่านมา

158764555119

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง