SEAFCO - ซื้อ

SEAFCO - ซื้อ
23 เมษายน 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
367

ประมาณการ 1Q63: กำไรจะดีขึ้น QoQ

Event

ประมาณการ 1Q63

lmpact

กำไรสุทธิใน 1Q63 จะเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SEAFCO ใน 1Q63 จะอยู่ที่ 101 ล้านบาท (-15.7% YoY, +19.0% QoQ) โดยกำไรที่ลดลง YoY จะมาจาก i) จบงานของโครงการ The One Bangkok และรถไฟฟ้ า MRT สายสีส้มและ ii) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากมีสัดส่วนงานที่เน้นใช้แรงงานลดลง เราคาดว่ารายได้ใน 1Q63 จะอยู่ที่ 765 ล้านบาท (-10.1% YoY, +18.4% QoQ) เนื่องจากจบงาของโครงการขนาดใหญ่ไป (The One Bangkok และรถไฟฟ้ า MRT สายสีส้ม) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย QoQ เหลือ 20.7%(จาก 21.1% ใน 4Q62) เนื่องจากโครงการ Dusit mixed-use และศูนย์ราชการ Zone C (มีส่วนที่เน้นใช้แรงงาน และวัสดุ) ทั้งนี้ ถ้าหากกำไรสุทธิใน 1Q63 เป็นไปตามประมาณการของเราจะคิดเป็น 28.3% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา

กำไรจะเร่งตัวขึ้น QoQ ใน 2Q63 เนื่องจากไม่มีวันหยุดราชการ (สงกรานต์)

เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q63 จะเร่งตัวขึ้น QoQ เนื่องจากมีการยกเลิกวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งจะทำให้อัตราการใช้งานเครื่องจักรเพิ่มขึ้น (จากประมาณ 80% ใน 1Q63) และทำให้งานของโครงการ Dusit mixed use ศูนย์ราชการ Zone C ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง และหมอชิตคอมเพล็กซ์เดินหน้าต่อไป ซึ่งจะหนุนให้ยอดรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น QoQ

ได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการประกาศ curfew โดย backlog ในมือจะทำให้มีรายได้ 85% ของประมาณการรายได้ปี 2563

ผู้บริหารยืนยันว่าทุกไซต์งานของบริษัทปฏิบัติตาม EIA และไม่มีการทำงานกะกลางคืน (หลัง 21.00 น.) ทั้งนี้ ผลกระทบต่อ SEAFCO จะไม่มากนัก เพราะบริษัทได้ปรับกำหนดการทำงานจนถึงแค่ 20.00 น.เท่านั้น ทั้งนี้ backlog ในปัจจุบันอยู่ที่ 2.56 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีรายได้แน่นอนแล้ว 85% ของ
ประมาณการรายได้ปี 2563 ของเรา ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความล่าช้าในการเซ็นสัญญาโครงการใหม่เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เราคาดว่า backlog ของบริษัทในปี 2564 จะมาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างเช่น i) รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ii) เมืองสนามบินอู่
ตะเภา และ iii) รถไฟฟ้า MRT สายสีแดง ฯลฯ ซึ่งเราคาดว่าโครงการเหล่านี้จะสร้างรายได้ให้บริษัท 48% ของประมาณการรายได้ปี 2564 ของเรา

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 7.90 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยระยะยาว +0.5 S.D. ที่ 16.0x โดยราคาตลาดคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2563-64 ที่น่าสนใจที่ 5.0% และยังต่ำกว่า PER -1 S.D. อีก เรามองว่าการผ่อนคลายมาตรการ lockdown จะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น เราคาดว่า SEAFCO จะได้งานใหม่ก้อนใหญ่จากภาครัฐในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในกลุ่มธุรกิจ (38% เมื่อปี 2561) และมีประวัติดีจากการชนะประมูลโครงการขนาดใหญ่ (รถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม และโครงการ The One Bangkok)

Risks

ความไม่สงบทางการเมือง ความล่าช้าของการก่อสร้าง และการลงทุน

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง