รู้จัก 'Apple' กับเทคโนโลยีสแกนนิ้วมือและใบหน้าใน 'iPhone'

รู้จัก 'Apple' กับเทคโนโลยีสแกนนิ้วมือและใบหน้าใน 'iPhone'
16 เมษายน 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
17,120

ส่องสมาร์ทโฟน ‘Apple’ รุ่นต่างๆ ที่มีการนำเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้ามาใช้เพื่อปลดล็อคการทำงาน โดยเริ่มตั้งแต่ iPhone 5s มาจนถึงรุ่นล่าสุด 'iPhone SE' รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.)

เมื่อคืน “Apple” เพิ่งจะมีการเปิดตัว “iPhone SE” รุ่นใหม่ปี 2020 โดยสเปคที่โดดเด่นคือ เป็น “iPhone” ราคาถูกที่ใส่เทคโนโลยี ‘สแกนลายนิ้วมือ’ เพิ่มเข้ามา ใครเป็นสาวกไอโฟนอยู่แล้ว และกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในราคาสบายกระเป๋า เชื่อว่าไอโฟนรุ่นนี้น่าจะถูกใจคนงบน้อยหลายคน

ว่าแต่.. เจ้าเทคโนโลยี ‘สแกนลายนิ้วมือ’ และ ‘สแกนใบหน้า’ ของสมาร์ทโฟนแบรนด์ “Apple” นั้นมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่? มีในไอโฟนรุ่นไหนบ้าง? และมีข้อดีอย่างไรบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนคุณมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

  • “Apple” ใช้สแกนลายนิ้วมือ ปลอดภัยได้มากกว่า

ในยุคสมัยของโลกดิจิทัล ผู้คนมักจะเก็บข้อมูลสำคัญต่างๆ ในชีวิตประจำวันไว้ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตต่างๆ ยกตัวอย่างอุปกรณ์แบรนด์ “Apple” เช่น iPhone iPad และ MacBook Pro ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน “Apple” ก็จะรู้ดีว่ามีเทคโนโลยีในการช่วยป้องกันความปลอดภัยให้แน่นหนา ด้วยการตั้งรหัสเปิดปิดเครื่อง รวมถึงมีการใช้ Touch ID (สแกนลายนิ้วมือ) เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยล็อคเครื่องให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การใช้ Touch ID ในอุปกรณ์แบรนด์ “Apple” สามารถใช้งานง่ายๆ แถมยังใช้งานได้หลากหลาย ได้แก่

1.ใช้ลายนิ้วมือของคุณแทนรหัสผ่านสำหรับการทำงานทั่วไป เพียงแค่แตะนิ้วมือของคุณ เซ็นเซอร์จะอ่านลายนิ้วมือของคุณอย่างรวดเร็ว แล้วปลดล็อคอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ

2. ใช้ลายนิ้วมือเพื่ออนุญาตการซื้อจาก iTunes Store, App Store และ iBooks Store รวมถึง Apple Pay ได้อย่างปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์

3. ใช้ลายนิ้วมือเพื่ออนุญาตทำธุรกรรมทางการเงินในแอปฯ Banking Online ของธนาคาารต่างๆ เพื่อซื้อของออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์

158702898467

Touch ID คือส่วนหนึ่งของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยที่ “Apple” ใส่ไว้ในอุปกรณ์ต่างๆ ของแบรนด์ ตัวปุ่มทำจากผลึกแซฟไฟร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่ใสที่สุดและแข็งที่สุดที่มี สิ่งนี้จะช่วยปกป้องเซ็นเซอร์และทำหน้าที่เสมือนเลนส์เพื่อปรับโฟกัสไปบนนิ้วมือของคุณได้อย่างแม่นยำ

Touch ID สามารถอ่านลายนิ้วมือได้หลายลาย และอ่านได้แบบ 360 องศา จากนั้นจะสร้างการแทนค่าทางคณิตศาสตร์ของลายนิ้วมือและเปรียบเทียบค่าเหล่านี้กับข้อมูลลายนิ้วมือที่คุณลงทะเบียนไว้เพื่อตรวจสอบว่าตรงกันหรือไม่ แล้วทำหน้าที่ปลดล็อค iPhone ของคุณ ทั้งยังให้ความปลอดภัยมากขึ้น เพราะทุกลายนิ้วมือจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นจึงยากมากที่จะเลียนแบบ แม้แต่ส่วนเล็กๆ ของลายนิ้วมือสองลายแม้จะคล้ายกันมากแต่ก็มีส่วนต่างกันที่ระบบตรวจสอบได้

อ่านเพิ่มเติม : 

Apple เปิดตัว ‘iPhone SE’ รุ่นใหม่ มีปุ่มสแกนนิ้ว

  • “Apple” ใช้สแกนใบหน้า ช่วยปลดล็อคได้เร็วขึ้นไปอีก!

ส่วนเทคโนโลยีการสแกนใบหน้าหรือ Face ID ของอุปกรณ์ในแบรนด์ "Apple" เป็นการปฏิวัติการล็อคเครื่องสมาร์ทโฟนให้ปลอดภัยมากกว่า Touch ID ไปอีกระดับ รับรองความถูกต้องโดยใช้การจดจำใบหน้า ใช้งานง่าย และปลอดภัยโดยใช้ระบบกล้อง TrueDepth ล้ำสมัย ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างแผนผังรูปทรงเรขาคณิตของใบหน้าคุณอย่างแม่นยำ

แค่การตั้งค่าใบหน้าเพียงครั้งเดียว Face ID ก็สามารถปลดล็อค iPhone หรือ iPad Pro ของคุณได้อย่างปลอดภัย คุณสามารถใช้ Face ID เพื่ออนุมัติการซื้อจาก iTunes Store, App Store และ Apple Books รวมถึงอนุมัติการชำระเงินด้วย Apple Pay และสำหรับแอปฯ ที่รองรับ Touch ID จะรองรับ Face ID โดยอัตโนมัติ

การตั้งค่า Face ID ของ “Apple” ที่ใช้กับกล้องแบบ TrueDepth นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีมาตรการการรับรองความถูกต้องที่ปลอดภัย ข้อมูล Face ID ของใบหน้าคุณจะถูกเข้ารหัสและปกป้องด้วยกุญแจที่มีให้ใช้งานกับ Secure Enclave เท่านั้น หากลงทะเบียนไว้เพียงรูปลักษณ์เดียว ความเป็นไปได้ที่จะมีใครสักคนในโลกนี้ที่สามารถปลดล็อคเครื่อง iPhone ของคุณด้วย Face ID นั้นอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 1,000,000 เท่านั้น

158702898422

  • “iPhone” มีเทคโนโลยีสแกนนิ้วและใบหน้ารุ่นไหนบ้าง?

สำหรับสมาร์ทโฟนจาก “Apple” ที่มีการนำเทคโนโลยี Touch ID และ Face ID มาใช้งานนั้น มีข้อมูลจาก iPhonemod.net ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้ใน “iPhone” รุ่นต่างๆ ได้แก่  

- iPhone 5s  เปิดตัวเมื่อ 10/09/2013 มีการใช้เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ Touch ID ครั้งแรก

- iPhone 6, 6 Plus  เปิดตัวเมื่อ 9/09/2014 ครั้งแรกของจอใหญ่ ออกแบบใหม่หมด มีสแกนนิ้ว Touch ID

- iPhone 6s, 6s Plus  เปิดตัวเมื่อ 9/09/2015  อัพเดท 3D Touch ID ครั้งแรก

- iPhone 7, 7 Plus  เปิดตัวเมื่อ 7/09/2016  กันน้ำครั้งแรก และยังคงมีระบบ 3D Touch ID

- iPhone 8, 8 Plus เปิดตัวเมื่อ 12/09/2017  เปิดตัวการชาร์จแบบไร้สายครั้งแรก ยังคงมีระบบ 3D Touch ID

- iPhone X  เปิดตัวเมื่อ 12/09/2017  ตัวเครื่องไร้ปุ่มโฮมและมาพร้อมระบบ Face ID หรือการสแกนใบหน้าครั้งแรก

- iPhone XS, XS Max  เปิดตัวเมื่อ 12/09/2018   หน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังคงมีระบบ Face ID

- iPhone XR  เปิดตัวเมื่อ 12/09/2018  มีสีให้เลือกเยอะอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่มีเปิดตัวเครื่อง 5c เป็นต้นมา และยังคงมีระบบ Face ID

  • “iPhone SE” รุ่น 2 (ปี 2020) สเปคโดนใจคนงบน้อย

ล่าสุด.. “Apple” เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ "iPhone SE" รุ่นปี 2020 ที่มาพร้อมกล้องหลัง 1 ตัวความละเอียด 12 เมกะพิกเซลและกล้องหน้าแบบสมาร์ท HDR, มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ (Touch ID), หน้าจอเรตินา HD ขนาด 4.7 นิ้ว และชิปประมวลผล A13 แบบเดียวกับที่ใช้ในไอโฟน 11 และอีกไฮไลต์ของรุ่นนี้คือ ไม่มีช่องเสียบหูฟัง

ความโดดเด่นของ "iPhone SE" รุ่นปี 2020 อีกอย่างคือ มีกล้องถ่ายภาพของไอโฟน SE เป็นระบบกล้องเดี่ยวที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทเคยผลิตมา ส่วนชิป A13 เป็นชิปที่ทำงานเร็วที่สุดในบรรดาชิปสมาร์ทโฟน เหมาะสำหรับการใช้งานหนักๆ โดยทาง “Apple” จะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าวันศุกร์นี้ (17 เม.ย.) ในราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์ หรือประมาณ  14,900 บาท

--------------------

อ้างอิง :

https://www.iphonemod.net/iphone-timeline-update-aug-2019.html

https://support.apple.com/th-th/HT204587

https://support.apple.com/th-th/HT201371

https://support.apple.com/th-th/HT208109

https://support.apple.com/th-th/HT208108

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง