หลังวิกฤติโควิด! จับตาเมกะเทรนด์ Work From Hometown!

หลังวิกฤติโควิด! จับตาเมกะเทรนด์ Work From Hometown!
16 เมษายน 2563
2,167

เอ็นไอเอ แนะจับตาเทรนด์ใหม่ทางสังคมหลังวิกฤติโควิด “เวิร์คฟรอมโฮมทาวน์” กระแสคนทำงานจากบ้านมีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลรองรับพร้อมสรรพ เทรนด์ "กลับบ้าน" จึงมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นอย่างน่าสนใจ!

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือเอ็นไอเอ เปิดเผยว่า มาตรการการทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home ได้กลายเป็นปรากฏการณ์การทำงานรูปแบบใหม่ของหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อาจจะได้เห็นการเริ่มต้นทำงานที่บ้านของหลายๆ บริษัทอย่างจริงจังมากขึ้น

158695139536


โดยเฉพาะในธุรกิจนวัตกรรมบริการ ธุรกิจนวัตกรรมการสื่อสาร ซึ่งรวมถึงสื่อแ
ละผู้พัฒนาระบบ ธุรกิจนวัตกรรมการเงินและการตลาด (ฟินเทค) หรือแม้แต่หน่วยงานในกำกับราชการ ที่จะขยายโอกาสให้บุคลากรได้มีการทำงานจากนอกสำนักงานมากขึ้น ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่น รวมทั้งจะได้เห็นสตาร์ทอัพและนักพัฒนาเทคโนโลยีออกมานำเสนอแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกกับการทำงานเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการ Work From Home จะเป็นกระแสที่มาแรงและมีความน่าสนใจ แต่กระแสดังกล่าวอาจยังไม่ใช่ความปกติในรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า New Normal สำหรับสังคมการทำงานของประเทศไทย เนื่องจากในบางธุรกิจก็ยังไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต เพราะต้องใช้แรงงานคนขับเคลื่อน และบางอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องพึ่งพาฝีมือแรงงานเกือบ 100% 

นอกจากนี้ แม้ว่าบางบริษัทจะเริ่มให้ความกับการทำงานที่บ้านมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติอาจยังไม่สามารถทำได้ในระยะยาว เนื่องจากยังมีกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการทำงานในระบบออฟฟิศแบบดั้งเดิม การติดต่อธุรกิจที่ไม่สามารถกระทำผ่านอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งคงต้องการพบปะเพื่อพูดคุยในทางสังคม รวมไปถึงการระดมสมองในระหว่างการทำงาน 

เอ็นไอเอคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.เป็นต้นไป หากจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยจะเริ่มลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ หลายบริษัทอาจจะเลือกเวิร์คฟรอมโฮมถึงแค่ช่วงสิ้นเดือนนี้ แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 3 เดือน คาดว่าจะต้องเวิร์คฟอร์มโฮมไปจนถึงสิ้นปี 2563 และภาครัฐรวมถึงประชาชนจะต้องเริ่มวางแผนการใช้ชีวิตแบบใหม่หลังจบเดือน มิ.ย.นี้

158694836444

 

สิ่งที่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่หลังจากการระบาดของโควิด -19 จบลงอีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำงานจากบ้านเกิดกันมากขึ้น หรือเรียกว่า “การอพยพทางเศรษฐกิจกลับบ้าน” (Home-coming economic migration) คนจะเลือกทำงานในถิ่นฐานเมืองรองมากขึ้น และใช้การสื่อสารผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น แต่ในภาวะวิกฤตินี้ทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีในด้านสาธารณสุขขึ้นมากมาย รวมถึงนวัตกรรมอื่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในช่วงนี้ เช่น นวัตกรรมการเว้นระยะทางสังคม นวัตกรรมด้านการศึกษา นวัตกรรมการใช้ความช่วยเหลือ ฯลฯ

เรื่องที่น่าเป็นห่วงนอกเหนือจากการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนคือ ช่วงไตรมาสที่ 2 จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ธุรกิจสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอีอาจมีการหยุดชะงัก แต่ยังไม่ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้น ยกเว้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรค ระบบโลจิสติกส์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค การบริการด้านการเงิน และอาหาร ที่สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในช่วงนี้ได้"

158695798995


นอกจากเอ็นไอเอจะมีทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวแล้ว ยังได้ริเริ่มสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงกลุ่มบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการของโรงพยาบาลและประชาชน เพื่อให้เกิดการนำนวัตกรรมไปใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คาดว่าในระยะหลังจาก 6 เดือนเป็นต้นไป
จะเริ่มเกิดปัญหาสภาพคล่อง จึงได้เร่งหามาตรการด้านการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับสถาบันการเงินหลายแห่ง รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมองค์กรผ่านหลักสูตร และโปรแกรมต่างๆ” นายพันธุ์อาจ กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง