จาก ‘เศษเงินหลังตู้เย็น’ สู่ไอเดีย 'เก็บเงิน' แบบไม่ง้อธนาคาร

จาก ‘เศษเงินหลังตู้เย็น’ สู่ไอเดีย 'เก็บเงิน' แบบไม่ง้อธนาคาร
9 เมษายน 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
35,141

ชวนส่องไอเดียสถานที่ "เก็บเงิน" หรือที่ซ่อนเงินยอดฮิตของคนสมัยนี้ จากผลสำรวจของ CNBC เพื่อเป็นแนวทางที่ดีในการเก็บเงินแก่ทุกคน

จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความหลังได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลจำนวน 5,000 พันบาท ระบุว่าเงินดังกล่าวเป็นเพียงแค่ "เศษเงินหลังตู้เย็น" กำลังกลายเป็นกระแสที่ชาวโซเชียลมีเดียให้ความสนใจและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวกันอย่างร้อนแรง แต่นอกเหนือจากประเด็นการตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" แล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ชาวเน็ตถกเถียงและพ่วงต่อมาจากประเด็นนี้ด้วย ก็คือ วิธี "เก็บเงิน" หรือแหล่งซ่อนเงินยอดฮิตที่เรารู้ว่าคุณก็แอบทำ!

สำหรับบางคนอาจจะมองว่าการ "เก็บเงิน" ไว้ใกล้ตัวคือวิธีเก็บเงินที่ดีที่สุด (ดีกว่าการฝากบัญชีธนาคาร) โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่หลายคนกดเงินสดออกมาจำนวนมากในคราวเดียว สำหรับนำมาใช้จ่ายซื้อของจำเป็นต่างๆ ในช่วงกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อในภาวะโรคระบาด แต่ก็มีปัญหาตามมาว่า จะหาสถานที่เก็บเงินเหล่านั้นอย่างไรให้ปลอดภัย สะดวกต่อการใช้จ่าย วันนี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เลยมีคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่เก็บเงินยอดนิยมจากผลสำรวจของ CNBC เพื่อเป็นแนวทางที่ดีในการ "เก็บเงิน" มาฝากกัน

  • พฤติกรรมการเก็บเงิน 

ผลสำรวจการrพฤติกรรมการออมทรัพย์ของชาวอเมริกัน 1,820 คนสำนักข่าว CNBC ร่วมมือกับ บริษัทอเมริกัน เอ็กซ์เพรส พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ถึง 67% มีพฤติกรรมการออมเงินนอกบัญชีธนาคาร โดยมีถึง 53 %ที่ยอมรับว่า ซ่อนอยู่ในที่ลับ และมีเพียง 29% เท่านั้นที่จะเลือกออมในบัญชีธนาคารต่างๆ 

158642064039

สำหรับประเทศไทย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยแพร่บทความที่ชื่อว่า ส่องพฤติกรรมการออมของคนไทย ผ่านข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารกว่า 80 ล้านบัญชีจาก DPA โดยวิเคราะห์ข้อมูลสถิติจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งครอบคลุมข้อมูล 72% ของเงินฝากทั้งระบบ หรือกว่า 80.2 ล้านบัญชี รวมเป็นเงินฝากทั้งสิ้น 12 ล้านล้านบาทพบว่า คนไทยมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 37.9 ล้านคน มีบัญชีเงินฝาก

แม้คนไทยจะนิยมออมเงินหรือฝากเงินในบัญชีมากกว่าชาวอเมริกา (ตามผลสำรวจที่คนไทยนับเป็น 50 % คนอเมริกาแค่ 29 %) แต่ทั้ง  2 ประเทศก็ถือว่ามีสัดส่วนการออมเงินในบัญชีที่ต่ำอยู่ดี 

  • ไม่เก็บเงินในธนาคาร แล้วไปเก็บไว้ที่ไหน? 

จากผลสำรวจของ มหาวิทยาลัยมารีส สหรัฐอเมริกา( Marist College) พบว่า สถานที่ยอดนิยมที่คนอเมริกันมักจะใช้เป็นจุดลับ "เก็บเงิน" หรือนำเงินไปซ่อนไว้ มีหลากหลายจุดแบ่งตามลำดับ ดังนี้

1. ช่องแช่แข็งในตู้เย็น 27% 

2. ลิ้นชักถุงเท้า 20%

3. ใต้ที่นอน 11%

4. ในโถคุ๊กกี้ 10% 

5. ที่อื่นๆ ในบ้านอีก 9%

โดยคนส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเงินที่เก็บซ่อนไว้เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

158642065111

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชาวยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะมีข่าวเรื่องการเจอเงินในสถานที่ไม่คาดฝันมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2015 หญิงชาวอิสราเอลบังเอิญเจอที่ "เก็บเงิน" ลับๆ ในที่ขณะที่กำลังเปลี่ยนที่นอนเก่าของแม่เธอในห้องนอน โดยพบว่าเงินดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 1 ล้านเหรียญ หรือในปี 2017 มีข่าวว่าชายในรัฐอิลลินอยส์บังเอิญเจอเงินเกือบ 13,000 ดอลลาสหรัฐ ในชุดสุทเก่าที่ได้รับบริจาคมา 

  • ไอเดียเก็บเงินและของมีค่าไว้ใบ้าน 

ส่วนในประเทศไทยเอง ประเด็นเกี่ยวกับผลสำรวจเรื่องสถานที่เก็บเงินยังไม่มีหน่วยงานไหนทำออกมาแบบทางการ แต่ก็มีเคล็ดลับจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในทำนองนี้มาให้กทราบกัน ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ Real-Estate Mark ได้แนะนำไอเดียในการ "เก็บเงิน" และของมีค่าในบ้านไว้อย่างน่าสนใจ ถึง 10 สถานที่ ได้แก่

158642067360

1. ในขวดโหล

2. ในกระถางต้นไม้

3. ในลิ้นชักสอดไส้

4. หลังกรอบรูป

5. ในหนังสือ

6. ในตู้ยา

7. ในปลั๊กไฟ

8. ในบ้านนก

9. ในตู้เย็น

10.ในตุ๊กตา

แต่ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก็ออกมาให้ความเห็นว่าการ "เก็บเงิน" ไว้ในบ้านนั้นมีความเสี่ยงมากมาย ทั้งการลืมสถานที่เก็บหรือสูญเสียเงินเหล่านั้นหากเกิดอุบัติเหตุ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ฯลฯ แต่ถ้าคิดในแง่บวก การมีเก็บเงินไว้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่มีเก็บ จนต้องกู้หนี้ยืมสินมาประทังชีวิตไปวันๆ ซะอีก

----------------------

อ้างอิง :  https://www.real-estate-mark.com/diy/keep-gold-cash-house/#

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: