เช็คแผนปรับตัวโรงเรียนสังกัด กทม. หลัง ครม.เลื่อนเปิดภาคเรียน ปี 63

เช็คแผนปรับตัวโรงเรียนสังกัด กทม. หลัง ครม.เลื่อนเปิดภาคเรียน ปี 63

เช็คแผนปรับตัวโรงเรียนสังกัด กทม. หลัง ครม. เลื่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จาก 16 พ.ค. เป็น 1 ก.ค.63

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.63 นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบให้เลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.63 นั้น สำนักการศึกษา กทม.ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเลื่อนเปิดภาคเรียน ประกอบด้วย 1.ระดับสำนักการศึกษา ให้รวบรวมแหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้สำหรับให้ครูและนักเรียนใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน 2.จัดทำวิดีโอการสอนของครูเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซด์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ 3.ประสานขอความร่วมมือและการสนับสนุนช่องทางพื้นที่ในการอัพโหลดวิดีโอและเผยแพร่สื่อออนไลน์ จากผู้ให้บริการ เช่น CAT เป็นต้น 4.ส่งเสริมให้ความรู้ครูที่ยังขาดทักษะการจัดทำสื่อ และการจัดการเรียนการสอนออนไลน์

นางศิลปสวย กล่าวต่อว่า 5.ในระดับสถานศึกษาและครูผู้สอน สำรวจความพร้อมการเรียนออนไลน์ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้เรียนที่มีความพร้อมและกลุ่มที่ไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ 6.เตรียมความพร้อมจัดการเรียนการสอน เพื่อจัดทำสื่อการเรียนรู้ให้ครอบคลุมสำหรับผู้เรียน ทั้งกลุ่มที่มีความพร้อมและกลุ่มที่ไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ 7.ทดสอบความพร้อมระบบการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์อย่างน้อย 1 ห้องเรียน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'กระทรวงศึกษาธิการ' กับโจทย์ที่รออยู่ หลัง 'เลื่อนเปิดเทอม' เป็น 1 กรกฎาคม

"ขอให้โรงเรียนจัดเตรียมช่องทางสื่อสารกับผู้เรียนและผู้ปกครองให้ชัดเจนและเข้าใจตรงกัน นอกจากนี้ กทม.ได้วางแผนให้สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละระดับ เบื้องต้นได้จัดกลุ่มผู้เรียนเป็น 3 ระดับ คือ ปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา โดยผู้เรียนทั้ง 3 ระดับ จะมีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน โดยระดับมัธยมศึกษาจะเป็นกลุ่มที่นำการสอนแบบออนไลน์มาใช้ในสัดส่วนที่มากกว่าชั้นประถมศึกษา ส่วนปฐมวัยจะไม่เน้นการเรียนรู้ออนไลน์" นางศิลปสวย กล่าว

นางศิลปสวย กล่าวด้วยว่า เมื่อมีฐานข้อมูลของผู้เรียนกลุ่มที่พร้อมเรียนออนไลน์และไม่พร้อมเรียนออนไลน์แล้ว กทม.จะจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ดังนี้

สำหรับ "กลุ่มผู้เรียนที่พร้อมเรียนออนไลน์" จะสอนสดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งครูสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนได้ โดยใช้ application ต่างๆ เช่น Microsoft Team, Google Classroom, Zoom Facebook live เพื่อให้นักเรียนใช้เรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถทบทวนบทเรียนได้ตลอดเวลา

ส่วน "กลุ่มผู้เรียนที่ไม่พร้อมเรียนออนไลน์" ครูผู้สอนจะจัดทำคู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเอกสารการเรียนรู้ต่างๆ เช่น ใบงาน แบบฝึกหัด เพื่อจัดส่งให้นักเรียนและผู้ปกครอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เลื่อนเปิดเทอม พ่อแม่กุมขมับ! จะรับมือลูกช่วงอยู่บ้านอย่างไรดี?

"ส่วนการเตรียมวางแผนกรอบระยะเวลากระบวนการรับสมัคร การสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัวของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ภายหลังมีการปรับปฏิทินการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 มีดังนี้ การรับสมัครนักเรียนในระบบออนไลน์ ระหว่างเดือน เม.ย. - พ.ค. 2563 และการสอบคัดเลือก การจับฉลาก ประกาศผล รายงานตัว มอบตัว เดือนมิ.ย.2563" นางศิลปสวย กล่าว