‘หน้ากากไทยต้านโควิด’ ดีแค่ไหน อยากได้ต้องทำอย่างไร?

‘หน้ากากไทยต้านโควิด’ ดีแค่ไหน อยากได้ต้องทำอย่างไร?

ส่องคุณสมบัติ ‘หน้ากากไทยต้านโควิด’ ที่รัฐเตรียมไว้กว่า 10 ล้านชิ้น สำหรับแจกให้กับชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ว่า มีคุณสมบัติอย่างไร แล้วใครบ้างจะมีสิทธิได้รับหน้ากากฟรี !?

นโยบายล่าสุดจากภาครัฐอย่าง "หน้ากากไทยต้านโควิด" นับเป็นอีกหนึ่งนโยบายจากรัฐบาลที่จัดสรรให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ อย่างเช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งงบประมาณจากการจัดสรรงบกลางราว 65 ล้านบาท ทุ่มลงไปให้กับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อผลิตหน้ากากผ้ารวมกว่า 10 ล้านชิ้น และแจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยหน้ากากนี้สามารถใช้ซ้ำได้ ซึ่งน่าจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยได้ในระดับหนึ่งทีเดียว

สำหรับการแจก "หน้ากากไทยต้านโควิด" ครั้งนี้ จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคเอกชน ร่วมกันคัดเลือกโรงงานที่มีความพร้อมและศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบในการผลิตที่มีคุณภาพ โดยคุณลักษณะผ้าและหน้ากากผ้าตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด เรื่องข้อแนะนำคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

  

  • คุณลักษณะของผ้า

หากเจาะลึกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ออกมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 จะพบว่า มีการกำหนด "คุณลักษณะของผ้า" ไว้ค่อนข้างละเอียดพอสมควร ทั้งการกำหนดขอบข่าย วัสดุ รวมถึงคุณลักษณะด้านความปลอดภัย ดังนี้

1. ขอบข่าย ได้กำหนดคุณภาพผ้าสำหรับหน้ากากผ้า ที่ตัดเย็บจากผ้าทอหรือผ้าถัก ซึ่งทำจากเส้นใยธรรมชาติ เส้นใยประดิษฐ์ หรือเส้นใยผสม และไม่ครอบคลุมผ้าที่ผลิตจากผ้าไม่ทอไม่ถัก (nonwoven)

2. วัสดุ ได้กำหนดไว้ 3 ข้อ ได้แก่

  • ผ้าทอหรือผ้าถัก ซึ่งทำจากเส้นใยธรรมชาติ เส้นใยประดิษฐ์ หรือเส้นใยผสม
  • ลักษณะทั่วไปต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และไม่มีลายพิมพ์ อ่อนนุ่มต่อผิวสัมผัสและไม่เกิดการระคายเคือง และเนื้อผ้าต้องปราศจากข้อบกพร่องที่มีผลต่อการใช้งาน เช่น ผ้าแยก ผ้าขาด เป็นรู
  • น้ำหนักต่อหน่วยพื้นที่ต้องไม่น้อยกว่า 80 กรัมต่อตารางเมตร และไม่เกิน 220 กรัมต่อตารางเมตร

3. คุณลักษณะด้านความปลอดภัย

  • สีเอโซ (azo dye) ที่แอโรแมติกแอมีน (aromatic amine) ต้องไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ยกเว้นผ้าขาว และผ้าไม่ย้อมสี (ทดสอบตาม EN ISO 14362)
  • ปริมาณฟอร์แมลดีไฮด์ ต้องน้อยกว่า 75 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ทดสอบตาม มอก. 121 เล่ม 33)

4. ความคงทนของสี ยกเว้นผ้าขาวและผ้าไม่ย้อมสี

  • ความคงทนของสีต่อการซัก (ทดสอบตาม มอก. 121 เล่ม 3 วิธี A(1)) (เกรย์สเกล ระดับ) ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนสีไม่น้อยกว่า 3 และการตกสีไม่น้อยกว่า 3

  • คุณลักษณะของหน้ากากผ้า

ขณะเดียวกันยังมีการกำหนดคุณลักษณะ "หน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้า" ด้วย โดยกำหนดขอบข่ายไว้ว่า หน้ากากผ้าต้องเย็บแบบ 2 ชั้น และไม่ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 รวมถึงได้กำหนดคุณลักษณะว่า

1) การผ่านได้ของอากาศต้องไม่เกิน 50 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที

2) ความหนาต้องไม่น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร

  

  • วิธีการแจก "หน้ากากไทยต้านโควิด"

สำหรับมาตรการแจกหน้ากากจะเริ่มแจกในวันที่ 11 เมษายน 2563 ล็อตแรกแจกไปก่อน 1 ล้านชิ้น โดยให้ตามบัญชีรายชื่อตามทะเบียน 1 คน ต่อหน้ากาก 1 ชิ้น ซึ่งจะเริ่มที่เขตป้องปราบศัตรูพ่าย และเขตสัมพันธวงศ์ ระหัสไปรษณีย์ 10100 ก่อน หลังจากนั้นจึงจะส่งให้ครบทุกเขต ทั้งหมด 50 เขตในกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ทางภาครัฐย้ำว่า จะทำการจัดส่งทางไปรษณีย์ให้ถึงหน้าบ้านเลย ไม่ต้องเดินทางไปรับที่ไหน พร้อมบอกด้วยว่า เขตสุดท้ายที่จะได้รับ ไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคม 2563 นี้แน่นอน

ฉะนั้น ในเดือนเมษายนนี้ ถ้าใครยังไม่ได้รับหน้ากาก ก็สามารถไปตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ www.หน้ากากไทยต้านโควิด.com (ปัจจุบันยังไม่เปิดให้บริการ)

นอกจากนี้ยังมีหน้ากากที่เหลืออีกราว 4.4 ล้านชิ้น รัฐก็พร้อมที่จะแจกให้กับประชาชนในพื้นที่เขตปริมณฑลและพื้นที่อื่นที่มีความเสี่ยง เช่น .นนทบุรี สมุทรปราการ รวมถึงจังหวัดภาคใต้และภาคใต้ชายแดน เป็นต้น และยังครอบคลุมไปถึงพนักงานบริการที่มีความเสี่ยง เช่น พนักงานขนส่งมวลชน พนักงานสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน พนักงานไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ อีกด้วย