ผู้บริโภคตุนสินค้า.!หนีโควิด ดันยอดขาย “ยี่ปั๊วซาปั๊ว” โต

ผู้บริโภคตุนสินค้า.!หนีโควิด  ดันยอดขาย “ยี่ปั๊วซาปั๊ว” โต

เป็นสัญญาณดีที่ธุรกิจการค้าไม่จำกัดอยู่แค่ช่องทางขาย "ยักษ์ใหญ่" เมื่อโรคโควิด-19 แผลงฤทธิ์กระทบห้างค้าปลีก ปิดบริการบางส่วน อานิสงส์ลงไปอยู่ "ยี่ปั๊วซาปั๊ว" ร้านค้าใกล้บ้าน แหล่งพึ่งพาสินค้าจำเป็น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานี้ที่โรคโควิด-19 ระบาดหนักทั่วโลก เป็นเวลาแห่งความยากลำบากของทุกคน ประชาชนเสี่ยงเจ็บไข้ได้ป่วยทุกขณะ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ทำงานหนักเพื่อรักษาผู้คนที่ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส ขณะที่รัฐหามาตรการแก้ไขปัญหา ภาคธุรกิจหยุดชะงัก คนตกงานจำนวนมาก

ทว่า ในทุกวิกฤติมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ในภาคธุรกิจ หลากเซ็กเตอร์สะเทือน เตรียมม้วนเสื่อ ปิดกิจการ เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อีเวนท์ฯ แต่ยังมีธุรกิจหนึ่งที่พอลืมตาอ้าปากได้ เช่น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และหนึ่งในนั้นคือ ร้านยี่ปั๊วซาปั๊ว ต่างๆ

สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ฉายภาพว่า ช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดหนักต่อเนื่อง สถานการณ์ค้าขายของร้านยี่ปั๊วซาปั๊วเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภคหมวดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ น้ำมันพืช ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างทำความสะอาด เนื่องจากผู้บริโภคต้องกักตัวอยู่บ้านทำให้การซื้อสินค้าเหล่านี้ไปตุนไว้อุปโภคบริโภคมีความสำคัญมาก

ทั้งนี้ โมเมนตัมการเติบโตของยอดขายบรรดายี่ปั๊วซาปั๊ว ไม่ได้ดีเพราะพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากการกลัวโรคระบาด แต่ได้รับอานิสงส์ตั้งแต่รัฐคลอดนโยบายชิม ช้อป ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ปลายปี 2562 ยิ่งกว่านั้นคือแต้มบุญการค้าขายจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวราว 1.4 แสนแห่งที่อยู่ตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ทั่วประเทศ ทำเงินเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%

ภาพรวมการค้าขายของร้านยี่ปั๊วซาปั๊ว ถือว่าขายดี และเป็นการขายดีแบบไม่ธรรมดาอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโต มาจากปลายปีที่แล้วมีมาตรการชิม ช้อป ใช้ การจำกัดเวลาในการใช้เงินทำให้คนไปซื้อสินค้ามากขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยยังเจอเหตุการณ์ลบหลายประการ เช่น การปล้นร้านทองภายในห้างค้าปลีกและยิงคนเสียชีวิต เหตุการณ์กราดยิงโคราชทำให้ประชาชนกลัว และเข้าไปใช้บริการในห้างค้าปลีกลดลง ที่สำคัญพอเกิดโรคโควิด-19 ระบาด ทำให้มีการปิดร้านอาหาร ซึ่งเป็นเสน่ห์ แม่เหล็กในการดึงคนเข้าห้าง ผู้บริโภคจึงเปลี่ยนพฤติกรรมไปซื้อสินค้าที่ร้านใกล้บ้านแทน

158575066639

ยามที่ผู้บริโภคแย่งกันซื้อสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอาหารรสชาติที่ชอบแต่เมื่อสินค้าหมด ยังเป็นโอกาสให้แบรนด์รอง สินค้ารสชาติใหม่ๆถูกซื้อไปโดยปริยายทำให้เกิดการทดลองสินค้าใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ต้องบริโภครสชาติจำเจ เช่น แบรนด์บะหมี่ฯมาม่ารสต้มยำกุ้ง ขายดีมาก กระทั่งหมด แบรนด์นิสชิน ยำยำ ไวไว หรือรสชาติเป็ดพะโล้ ได้ยอดขายดีตามไปด้วย

ทั้งนี้ หากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ยืดเยื้อ ร้านยี่ปั๊วซาปั๊วจะมียอดขายดีและเติบโตไปจนถึงระดับหนึ่ง ก็จะทรงตัว เนื่องจากภาวะการเงิน กำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอยมีจำกัด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบของโรคทำให้เศรษฐกิจ ธุรกิจหยุดชะงัก และคนตกงานมหาศาล ส่วนเงินที่มีจะถูกใช้จ่ายเพื่อสินค้าจำเป็นเท่านั้น

ตอนนี้ประชาชนจำนวนมากในภาคแรงงานกลับบ้าน และไม่มีเงิน การซื้อสินค้าไปตุนจะทำเท่าที่จำเป็น สินค้าที่ขายได้ยังคงเป็นอาหาร แต่สินค้าเครื่องใช้ส่วนบุคคล เช่น ผลิตภัณฑ์ย้อมผม ทำสีผม และสินค้าสุขภาพอื่นจะขายไม่ดี เพราะคนเน้นเรื่องปากท้องก่อน

ขณะที่มาตรการทางการคลังแจกเงิน 5,000 บาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง เพราะยามยากประชาชนไม่เงินจริงๆ สามารถต่อชีวิตได้ แต่จุดอ่อนของมาตรการดังกล่าว คือภาครัฐไม่ควรทอดทิ้ง ผู้เสียภาษี” ที่ครั้งนี้ได้รับผลกระทบเช่นกัน ขณะเดียวกันการประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินยังค่อนข้างไม่ชัดเจน

รัฐช่วยผู้เหลือประชาชนกลุ่มหนึ่งที่อยู่นอกระบบไม่ได้เสียภาษี แล้วคนที่เสียภาษีให้ประเทศมาตลอดล่ะ เพราะกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบ ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือด้วย และควรได้ดีกว่าคนไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นแบบนี้คนจ่ายภาษีจะหมดกำลังใจ

สำหรับแนวโน้มภาพรวมยี่ปั๊วซาปั๊วปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ โดยเฉพาะร้านค้าที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังรักษาการเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้รับบัตรดังกล่าวรูปแบบร้านอยู่สภาพเดิมไม่ได้ยกระดับให้ดีขึ้น ยอดขายจะทรงตัว

ปีนี้การค้าขายเหนื่อย แต่ผู้ประกอบการยินดีเหนื่อยหากขายดี แต่สถานการณ์ตอนนี้เงินในกระเป๋าผู้บริโภคมีจำกัด