'กยศ.' ผ่อนผันชําระหนี้ สู้ 'โควิด-19'

'กยศ.' ผ่อนผันชําระหนี้ สู้ 'โควิด-19'
1 เมษายน 2563
94,277

เปิดมาตรการจาก "กยศ." เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบช่วง "โควิด-19" ลดจํานวนหักเงินเดือนเหลือรายละ 10 บาท ลดเบี้ยปรับเหลือ 0.5%

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดําเนินคดีและไม่สามารถชําระหนี้ได้ตามกําหนด จะได้ลดเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5% ลดจํานวนหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมทุกรายในกลุ่ม หน่วยงานเอกชนเหลือ 10 บาท/คน/เดือน ชําระหนี้ลดเบี้ยปรับ 75-80% พักชําระหนี้ 2 ปี

สําหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ ผู้กู้ยืมที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน สามารถขอผ่อนผันได้คราวละ 1 ปี ไม่เกิน 2 คราว ผู้กู้ยืมที่มีรายได้ถดถอยขยายระยะเวลาการชําระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2.5 เท่าจากสัญญาเดิม รวมถึงงดการขาย ทอดตลาดทุกกรณี และชะลอการบังคับคดี ยกเว้นกรณีใกล้ขาดอายุความ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการ ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในการดํารงชีพของผู้กู้ยืม กองทุนได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างชําระหนี้ ดังนี้

158572666280

1. ลดเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5% ในกรณีที่ผู้กู้ยืมยังไม่ถูกดําเนินคดีและไม่สามารถชําระหนี้ได้ ตามกําหนด กองทุนจะปรับลดเบี้ยปรับให้กับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชําระเงินกู้ยืมเป็นการชั่วคราว จากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 0.5 ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2563

2. ลดจํานวนหักเงินเดือนเหลือ 10 บาท/คน/เดือน กองทุนจะปรับลดจํานวนเงินที่แจ้งให้หัก เงินเดือนเพื่อชําระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมทุกรายในกลุ่มหน่วยงานเอกชน จากจํานวนเงินที่เคยแจ้งหัก เป็นแจ้งให้ นายจ้างหักเงินของผู้กู้ยืมทุกรายๆ ละ 10 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

3. ลดเบี้ยปรับ 80% สําหรับผู้กู้ยืมทุกกลุ่มที่ค้างชําระหนี้ และปิดบัญชีในครั้งเดียว กรณีผู้กู้ยืมที่ยัง ไม่ถูกดําเนินคดี ติดต่อชําระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กรณีผู้กู้ยืมถูกดําเนินคดี ลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่เว็บไซต์ กยศ. โดยผู้กู้ยืมต้องชําระค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้เสร็จสิ้นก่อน ชําระหนี้ปิดบัญชี โดยขยายระยะเวลาเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563

4. ลดเบี้ยปรับ 75% เฉพาะผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดําเนินคดีที่ชําระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชําระ) โดยติดต่อชําระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยให้ขยายระยะเวลาเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563

5. พักชําระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ปี ผู้กู้ยืมที่มีสถานะยังไม่ถูกดําเนินคดีจะได้รับ การผ่อนผันการชําระหนี้ตามเงื่อนไข กรณีผู้ที่มีงวดชําระเป็นรายปี ได้รับสิทธิผ่อนผันการชําระหนึ่งวดปี 2563 เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่กองทุนอนุมัติ โดยผู้กู้ยืมจะกลับมาชําระหนึ่งวดปี 2563 ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และงวดที่เหลือในปีถัดไป กรณีผู้ที่มีงวดชําระเป็นรายเดือน ให้ผ่อนผันการชําระหนี้ 24 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ

โดยในระหว่างพักชําระหนี้ดังกล่าว กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชําระหนี้ กองทุนจะหยุดคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ หรือค่าธรรมเนียมผิดนัดชําระหนี้ทั้งงวดที่ค้างชําระก่อนหน้าและงวดที่อยู่ระหว่างผ่อนผันการชําระหนี้ จนกว่าระยะเวลาพักชําระหนี้จะสิ้นสุด โดยขยายเวลาให้ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนยื่นคําขอรับสิทธิได้ทางเว็บไซต์ กยศ. เดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

6. ผ่อนผันการชําระหนี้ ในกรณีสถานการณ์ที่มีความจําเป็นสําหรับผู้กู้ยืมที่ครบกําหนดชําระหนี้และไม่เป็นผู้ผิดนัดชําระหนี้ สามารถยื่นคําขอผ่อนผันและส่งเอกสารหลักฐานไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนครบกําหนดชําระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกองทุนที่มีอยู่เดิมแล้ว ดังนี้

6.1 กรณีผู้กู้ยืมที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน สามารถขอผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 คราวๆละไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งในช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน ผู้กู้ยืมไม่ต้องชําระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย รวมถึงยกเว้นเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชําระหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ได้รับการผ่อนผัน

6.2 กรณีผู้กู้ยืมที่มีรายได้ถดถอย สามารถขอผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาการชําระหนี้ได้ตั้งแต่ 1.5-2.5 เท่า ของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเดิม โดยขึ้นอยู่กับมูลหนี้คงเหลือ ในการชําระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุ ไม่เกิน 60 ปี และผู้กู้ยืมจะต้องทําบันทึกข้อตกลงกับกองทุน เพื่อนํายอดหนี้คงเหลือมาคํานวณใหม่และเฉลี่ยให้ชําระ ในแต่ละเดือนเท่าๆ กันภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน

7. งดการขายทอดตลาด สําหรับผู้กู้ยืม และ/หรือผู้ค้ำประกันที่กองทุนได้ดําเนินการยึดทรัพย์ไว้ทุกราย และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขายทอดตลาด กองทุนจะยื่นคําร้องของดการขายทอดตลาดทุกรายไปจนถึงสิ้นปี 2563 โดยจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ยืม และ/หรือ ผู้ค้ำประกันที่ถูกยึดทรัพย์ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ผู้รับจํานองที่ยึดไว้ (ถ้ามี)

8. ชะลอการบังคับคดี สําหรับผู้กู้ยืม และ/หรือผู้ค้ำประกันทุกคดี กองทุนจะชะลอการบังคับคดีไว้ ยกเว้นกรณีที่คดีใกล้ขาดอายุความ กองทุนจําเป็นต้องดําเนินการบังคับคดีตามกฎหมายแต่จะงดการขายทอดตลาดไว้

ผู้กู้ยืมสามารถดูรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ทาง www.studentloan.or.th และเพื่อเป็นการร่วมเว้นระยะห่างทางสังคม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]กยศ. หรือ [email protected]กยศ.หักเงินเดือน หรือ [email protected]กยศ.คดีและบังคับคดี หรือ e-mail : [email protected]

ที่มา: เว็บไซต์ กยศ.

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง