'ดีอีเอส' เล็งปรับงบรายจ่ายลง 10% กระตุ้น ศก.

'ดีอีเอส' เล็งปรับงบรายจ่ายลง 10% กระตุ้น ศก.
27 มีนาคม 2563 | โดย ปานฉัตร สินสุข
238

ระบุเป็นตามมติครม.ในสถานการณ์โควิด-ภัยแล้ง

โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มอบหมายแนวทางให้กับผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา,สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.),สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.),บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน),บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท),สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า ไปทบทวนการใช้งบประมาณ และจัดทำโครงการต่างๆ โดยมุ่งสร้างให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงาน จ้างผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อย

ทั้งนี้ จะมีการดำเนินการตามหลักการของมติ ครม. ที่ผ่านมา ในเรื่องรายจ่ายประจำซึ่งจะปรับลดลง 10% และนำงบส่วนนั้นไปใช้จัดจ้างผู้ประกอบการรายย่อย สร้างการจ้างงาน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และภัยแล้ง อีกทั้ง ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ มีนโยบายชัดเจนให้งดการเดินทางในสถานการณ์ช่วงนี้ หากหน่วยงานใดมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องเสนอโครงการในการบรรเทาผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19และภัยแล้ง สามารถเสนอของบประมาณ เพื่อขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน

เธอ เสริมว่า สำหรับการปรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้มุ่งเน้นให้แต่ละหน่วยงาน ปรับปรุงคำเสนอของบประมาณและโครงการ 1.ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ คำนึงถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ประกอบกับสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรง และยาวนาน 2.ไม่ควรเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่จัดสรรไว้ สำหรับรายจ่ายผูกพันตามสัญญาตามมติ ครม. ไปเป็นรายการอื่น 3.รักษาสัดส่วนรายจ่ายลงทุนให้อยู่ในระดับที่ครม. เห็นชอบในภาพรวม และ 4.ไม่ควรเพิ่มรายการใหม่ ที่มีภาระผูกพันงบประมาณในปีต่อๆ ไป

“การประชุมผ่านระบบทางไกลถือเป็นการนำร่อง และจากนี้กระทรวงฯ จะใช้วิธีการประชุมรูปแบบนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19ขณะเดียวกัน ทำให้การปฏิบัติงานของกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง”นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าว

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง