'บิ๊กคอร์ป' ประกาศร่วมกู้วิกฤติโควิด

'บิ๊กคอร์ป' ประกาศร่วมกู้วิกฤติโควิด
27 มีนาคม 2563
877

กกร.ชงรัฐร่วมทำงาน ศอฉ.รับมือสถานการณ์โควิด ป้องกันผลกระทบภาคธุรกิจสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต “ไทยเบฟ-มิตรผล-ซีพี-เอสซีจี” ประกาศร่วมมือแก้วิกฤติ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดย กกร.ที่ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท.และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือแนวทางการดำเนินการและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนที่สนับสนุนมาตรการของภาครัฐ

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรจะมีการประสานงานระหว่าง ศอฉ.กับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดย กกร. ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการ กกร.ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับ ศอฉ. โดยเฉพาะแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจได้ และอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้อย่างทันท่วงที และตอบกลับคำถามต่างๆของ กกร. อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ภาคเอกชนขอให้ภาครัฐดูแลโรงงานและการขนส่งสินค้าเพื่อไม่ให้สินค้าที่จำเป็นขาดแคลน ดังนี้ 1.อุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาล น้ำมันปาล์ม เครื่องจักรกลการเกษตร การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ พลาสติก แก้วและกระจก เยื่อกระดาษ อลูมิเนียม เพราะเป็นซัพพลายเชนสำคัญ 2.อุตสาหกรรมยา 3.อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งหุ่ม 4. อุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน และ5. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ได้หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อเตรียมปริมาณเงินสดในตู้เอทีเอ็ม 5.4 หมื่นตู้ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน และมีสาขาธนาคารพาณิชย์เปิดดำเนินการได้กว่า 6 พันแห่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ทำให้บริการของธนาคารพาณิชย์ติดขัดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าปริมาณการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่สถิติปริมาณการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ (โมบายแบงก์กิ้ง หรือพร้อมเพย์) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านรายการต่อวัน ทั้งเพื่อชำระค่าอาหาร สินค้าต่างๆ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการไม่ต้องออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน เกิดความรวดเร็ว ปลอดภัยและไม่เสียค่าธรรมเนียม

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการต่อสู้กับปัญหาโควิด-19 อย่างเต็มที่ แบ่งออกเป็น 4. ด้าน ได้แก่ 1. ด้านสาธารณสุข ภาคเอกชนจะร่วมกับภาครัฐเร่งรัดในการจัดหาหน้ากากให้เพียงพอกับการใช้งาน ทั้งจากการผลิตและการนำเข้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมประสานงานกับ ศอฉ. โควิด-19 ในการรวบรวมพลังของภาคเอกชนในการให้ความช่วยเหลือประชาชน

2. ด้านความร่วมมือ ภาคเอกชนจะให้ความร่วมมือในการผลิตผลิตสินค้าให้เพียงพอสำหรับคนไทย และยังคงจ้างงาน รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และดูแลอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้ดำเนินงานได้อย่างไม่สะดุด

3. ด้านเศรษฐกิจ ระหว่างการประกาศภาวะฉุกเฉิน มาตรการที่เสนอ ได้แก่ การตั้งกองทุน ซึ่งอาจจะร่วมกับเอกชนด้วยให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเพื่อนำไปจ่ายค่าแรง

4. ข้อเสนอแนะอื่น เช่น ขอให้รัฐบาลสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศใช้ด้วยความเข้าใจที่ตรงกัน ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือในการร่วมสื่อสารมาตรการเยียวยาของภาครัฐที่ได้ประกาศใช้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนและทั่วถึง และภาครัฐควรต้องรักษาระบบการเงินด้วยการสร้างความเชื่อมั่นว่ามีเงินทุนในระบบแบบไม่จำกัดด้วยมาตรการทางการเงิน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า เอกชนและรัฐจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้โรคนี้หายไปและกลับมาฟื้นตัวอย่างเร็วที่สุด อีกทั้งในฐานะผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอล ซึ่งนำไปใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ 4 ล้านลิตรต่อวัน จึงยืนยันว่ายังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการแอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อ แต่ต้องทำให้เกิดการกระจายอย่างได้ทั่วถึง

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี กล่าวว่าขอเชิญชวนภาคเอกชนทุกภาคส่วนให้ร่วมมือกันดูแลในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น สนับสนุนพนักงานให้ทำงานจากบ้าน ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทและพนักงานจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดให้ประชาชนมั่นใจว่ายังมีสินค้ากระจายให้ทั่วถึง ทั้งยังมีหน้าที่ดูแลพนักงานและคู่ค้าอย่างเต็มกำลังความสามรถให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เช่น การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ ตรวจวัดไข้และไม่ออกจากบ้าน เพื่อเป็นภาระแก่สังคมให้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ ยังสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องภาคเอกชนพร้อมปรับตัวทำหน้าที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศไทย ส่วนตัวอยากให้ประชาชนตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนกหรือตื่นกลัวจนเกินไป

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ภาคเอกชนขอยืนยันว่าจะบริหารจัดการโครงข่ายสื่อสารระบบดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ติดขัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในการติดต่อสื่อสารในภาคธุรกิจ และประชาชนช่วงที่ต้องทำงานที่บ้าน ขณะที่ซีพีออล์ จะปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ให้อาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์สามารถส่งถึงมือประชาชนได้ต่อเนื่อง ซื้อหากไทยสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้ก็จะสร้างความมั่นในให้กับต่างชาติทั่วโลก ในการบริหารจัดการของไทย ทำให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนในอนาคต

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง