แสงสว่างปลายอุโมงค์ 'ตลาดหุ้นไทย'

แสงสว่างปลายอุโมงค์ 'ตลาดหุ้นไทย'
23 มีนาคม 2563 | โดย ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ | คอลัมน์กล้าคิดกล้าลงทุน
8,321

ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง สะท้อนการคาดการณ์ในอนาคตว่า เศรษฐกิจไทยน่าหดตัว หรือเข้าสู่ภาวะ recession ในไตรมาสแรก-ไตรมาสสามปีนี้ ก่อนที่จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจาก pending demands ในสินค้าและบริการในปีหน้า แล้วนักลงทุนควรจะทำอย่างไรดี?

ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนต่อเนื่อง นับจากผู้ติดเชื้อไวรัสโควิคกระจายตัวไปทั่วโลกจากประเทศจีน ไปสู่ยุโรปและทวีปอเมริกา รัฐบาลหลายประเทศตื่นตัวมากขึ้น และพยายามออกมาตรการป้องกันเบื้องต้น เพื่อรอการวิจัยยาและวัคซีนสำหรับไวรัสตัวนี้ 

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ ถือว่ามากกว่าที่ผมประเมินไว้แต่แรก หากเทียบกับผลกระทบจากเชื้อไวรัส SARS ซึ่งมีลักษณะการแพร่ระบาดที่ค่อนข้างจำกัด และสามารถควบคุมได้เร็ว ทำให้ผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจและตลาดทุน จำกัดเช่นกัน

แต่สำหรับไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบวงกว้างต่อระบบภาคการผลิตอุตสาหกรรม และบริการหลายประเภท ทำให้สถานการณ์ปัจจุบัน เราคงหลีกเลี่ยงการถดถอยของตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้ ทั้งนี้ หลายธุรกิจจำเป็นต้องให้พนักงาน leave without pay หรือสมัครใจหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแน่นอน ผลกระทบดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบไปสู่ภาคการเงินด้วยเช่นกัน ทั้งนี้กลุ่มพนักงานดังกล่าวย่อมมีภาระค่าใช้จ่ายประจำ และต้องการพักชำระหนี้ชั่วคราว

จากสถิติในอดีต สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสจะกินเวลาราว 6-8 เดือนในช่วงอากาศเย็น และจะลดลงในช่วงอากาศร้อน ประกอบกับสถาบันวิจัยยาและวัคซีนกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งและลดอาการของผู้ติดเชื้อ ขณะที่เราพบว่าสถิติในช่วง 3 เดือนแรกของการแพร่ระบาด จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก และค่อยๆ มีอัตราเร่งผู้ติดเชื้อใหม่ที่ลดลงในเดือนที่ 4-12 หลังการแพร่ระบาด เนื่องจากหน่วยงานรัฐและภาคประชาชนระมัดระวังเรื่องดูแลสุขอนามัยมากขึ้น 

จากสถิติในอดีตของการแพร่ระบาดไวรัส ตลาดทุนจะเครียดและมีการปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วง 3 เดือนแรกก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในเดือนที่ 4 เป็นต้นไป แม้ว่าจะยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม ซึ่งรูปแบบการฟื้นตัวจะเป็นแบบ U-shape

ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง สะท้อนการคาดการณ์ในอนาคตว่า เศรษฐกิจไทยน่าหดตัว หรือเข้าสู่ภาวะ recession ในไตรมาสแรก-ไตรมาสสาม ปีนี้ก่อนที่จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจาก pending demands ในสินค้าและบริการในปีหน้า ดังนั้น การปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดทุนไทย และราคาหุ้นจะเริ่มชะลอตัว และน่าจะค่อยๆ มีเสถียรภาพมากขึ้น ผมยังคาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยเป็นอย่าง U-shape

แน่นอนรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมใจอัดฉีดสภาพคล่องและลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงอย่างเร่งด่วน เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงมีข่าวการคิดค้นยารักษาอาการปอดติดเชื้อจากไวรัสนี้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งได้ทดสอบกับผู้ป่วยในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมได้รับการรับรองจากสถาบันด้านการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น การผลิตเพื่อขายไปสู่ประเทศทั่วโลกกำลังเกิดขึ้น

  • นักลงทุนทำอย่างไรดี

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำสุดจากระดับสูงสุดนับจากปี 2561 ไป 40% นักลงทุนสามารถซื้อ ETF BMSCI TH หรือ BSET100 ซึ่งถือว่าการกระจายตะกร้าลงทุนหุ้นใหญ่ในประเทศไทย หรือหากท่านต้องการลงทุนในหุ้นโดยตรง ผมคิดว่าเลือกซื้อหุ้นผู้นำในกลุ่มหลักของตลาดหุ้นไทยได้เลยครับ โดยกลุ่มที่ผมคิดว่าน่าสนใจก็คือ ICT, COMMERCE, AOT, PETRO, โรงไฟฟ้า, โรงพยาบาล, กลุ่มธุรกิจบริหารหนี้ เป็นต้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง