เปิด 3 สถานการณ์ 'โควิด-19' พ่นพิษ 'ศก.-ธุรกิจ' โลก

เปิด 3 สถานการณ์ 'โควิด-19' พ่นพิษ 'ศก.-ธุรกิจ' โลก
14 มีนาคม 2563
4,187

เปิดรายงานวิเคราะห์ผลกระทบ และจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของแมคคินซีย์ แอน์ คัมพานี ที่ระบุถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ 3 สถานการณ์ ทั้งสถานการณ์ดีขึ้นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว, เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเกิดภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลกและเศรษฐกิจถดถอย

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ขณะนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งแรกและรุนแรงที่สุดของมวลมนุษยชาติ ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนทั่วโลก และขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แมคคินซีย์ แอนด์ คัมพานี ได้นำเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบของโรคโควิด 19 และคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นไว้น่าสนใจ

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น วานนี้ (13 มี.ค.) องค์การอนามัยโลก (ดับบลิวเอชโอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ อย่างน้อย 124,519 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 4,607 ราย โดยในสหรัฐ มีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 1,312 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 38 ราย

ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิตาลี รายงานว่า นับจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ตามเวลาอิตาลี ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศอยู่ที่ 15,113 ราย ขณะยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,016 ราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 1,258 ราย

ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลี (เคซีดีซี) ยืนยันว่า มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 110 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7,979 ราย

158412120572


รายงานวิเคราะห์ผลกระทบและจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของแมคคินซีย์ แอน์ คัมพานี ชิ้นนี้ ระบุถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ 3 ความเป็นไปได้
ว่า 

1.สถานการณ์ดีขึ้นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

ในสถานการณ์นี้ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น ความสามารถในการแพร่เชื้อของไวรัสยังสูง บังคับให้ภาครัฐต้องออกมาตรการต่างๆ ออกมารับมือและความต้องการบริโภคลดลง ประเทศอื่นๆ อาจประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เหมือนอย่างจีน เพราะฉะนั้นการระบาดถึงจุดสูงสุดในหมู่ผู้คนจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ (ภายใน 1 หรือ 2 สัปดาห์)

ในสถานการณ์นี้ รายงานของแมคคินซีย์ ระบุว่า ประชากรโลกวัยหนุ่มสาวจะซึมซับกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันบางอย่าง เช่น คนกลุ่มนี้จะล้างมือนานและบ่อยครั้งขึ้น ส่วนรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้านแทนที่สำนักงาน และนิยมให้ลูกๆ ของพวกเขาอยู่บ้านมากกว่าไปโรงเรียน

ในสถานการณ์นี้ ซึ่งแมคคินซีย์ทำร่วมกับออกฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บ่งชี้ว่า การเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โลกในปี 2563 จะต่ำกว่าตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ที่ประมาณ 2.5% เหลือขยายตัวประมาณ 2.0% โดยประเทศที่จีดีพีทรุดหนักสุดคือจีน จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 6% เหลือขยายตัวประมาณ 4.6% ส่วนจีดีพีของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกหดตัวประมาณ 0.5% และเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวประมาณช่วงปลายไตรมาส 1 ของปีนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานวิเคราะห์ของแมคคินซีย์ระบุว่า แม้บริษัทจีนจำนวนมากจะกลับมาเดินสายการผลิตอีกครั้ง หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เริ่มบรรเทาลง แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีนี้

158412105616

2.เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ในสถานการณ์นี้มองว่าประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่สามารถประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเหมือนอย่างจีน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปจะสูงแต่ยังคงจำกัดอยู่เฉพาะในท้องถิ่น ภาครัฐบาลและเอกชนจะใช้มาตรการรับมือขั้นสูงสุด และคาดการณ์ว่าในสหรัฐจะมีผู้ติดเชื้อระหว่าง 10,000 และ 50,000 คน

ในสถานการณ์นี้คาดการณ์ว่าทวีปแอฟริกาจะมีการแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่กว้างไกลมากขึ้น รวมทั้งในประเทศที่มีประชากรหนาแน่นอย่างเช่น อินเดียและประเทศอื่นๆ แต่การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจะทำให้บางพื้นที่พบผู้ติดเชื้อน้อยลง

ประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาน้อยจะบอบช้ำมากว่าประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า และในสถานการณ์นี้ ไม่ใช่ภาคธุรกิจทุกภาคจะได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้ากัน อุตสาหกรรมภาคบริการ ซึ่งรวมถึงธุรกิจการบิน การเดินทาง และการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบหนักสุด   

นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังทำให้ความต้องการลดลง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของจีดีพีโลกในปี 2563 โดยคาดว่า การขยายตัวของจีดีพีโลกจะลดลงครึ่งหนึ่งเหลือระหว่าง1% และ 1.5% ทั้งยังฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะการชะลอตัวแม้ยังไม่ถดถอย ในช่วงนี้ บริษัทขนาดกลางและเล็ก(เอสเอ็มอี)จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

3.เกิดภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลกและเศรษฐกิจถดถอย

ในสถานการณ์นี้จะคล้ายกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จะมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้ ระบบสาธารณสุขทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ ส่วนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 หรือหลังจากนั้น ในสถานการณ์นี้เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2563 จะอยู่ระหว่าง 1.5% และ 0.5%

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง