'หม้อน้ำร้อน' ลวกช้อนใน 'ศูนย์อาหาร' ฆ่าเชื้อโรคไม่ได้!

'หม้อน้ำร้อน' ลวกช้อนใน 'ศูนย์อาหาร' ฆ่าเชื้อโรคไม่ได้!
25 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
20,556

เตือนคนไทย! "หม้อน้ำร้อน" สำหรับลวกช้อนส้อมตาม "ศูนย์อาหาร" ส่วนใหญ่อุณหภูมิเพียง 40-50 องศาเซลเซียส ไม่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ แถมอาจเพิ่มเชื้อโรคให้ติดตามช้อนส้อมมากไปอีก

เกิดกระแสตื่นตัวด้านสุขภาพในโลกโซเชียลอีกครั้งกับกรณี "หม้อน้ำร้อน" ตาม "ศูนย์อาหาร" ที่ใช้สำหรับลวกช้อนส้อมเพื่อฆ่าเชื้อโรคนั้น จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้จริง ซึ่งข้อมูลนี้จริงๆ มีการพูดถึงกันมา 2-3 ปีแล้ว แต่ที่มีการนำมาพูดถึงอีกครั้งอาจเป็นเพราะทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดของ "โควิด-19" หรือโรคจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อยู่ในขณะนี้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ประเด็นดังกล่าวได้รับการยืนยันทั้งจากกรมอนามัยและจากเพจดัง "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" ว่าหากไปรับประทานอาหารใน "ศูนย์อาหาร" ต่างๆ แล้วได้นำช้อนส้อมไปลวกในหม้อน้ำร้อนตามศูนย์อาหาร ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้นั้น เป็นความจริง!!

กรมอนามัยระบุว่า น้ำร้อนในหม้อตามศูนย์อาหารส่วนใหญ่อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นความร้อนที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ทั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย แถมการที่ทางศูนย์อาหารต้มน้ำไว้ทั้งวันยิ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนชื้อโรคให้มากขึ้นไปอีก หากผู้บริโภคนำช้อนส้อมไปจุ่มในหม้อน้ำร้อนก็เท่ากับผู้บริโภคได้รับเชื้อโรคเหล่านั้นที่ติดตามช้อนส้อมไปด้วย

โดยเชื้อโรคนั้นอาจจะเข้าไปในระบบทางเดินอาหารกลายเป็นโรคท้องร่วงได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ระบุว่า ปัจจุบันตามศูนย์การค้าหลายแห่งมีการติดตั้งเทอโมมิเตอร์เพื่อควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้สูงอยู่ตลอด และเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งการตั้งหม้อน้ำร้อนในศูนย์​อาหารสำหรับลวกช้อนส้อมที่ถูกต้อง และสามารถฆ่าเชื้อได้จริงนั้น ต้องตั้งอุณภูมิน้ำร้อนให้สูงถึง 80-90 องศาเซลเซียส และผู้บริโภคต้องลวกช้อนส้อมนานถึง 4 นาที จึงจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้

158254626818

ด้านรศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" ก็ออกมายืนยันในประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกันว่า การจุ่มช้อนส้อมในหม้อน้ำร้อนตามศูนย์การค้าไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้

158254621737

ส่วนการแก้ไขเกี่ยวกับประเด็นนี้ แนะนำให้ผู้บริโภคพกช้อนส้อมส่วนตัวในการรับประทานอาหารในศูนย์อาหารสาธารณะ หรือหากไม่สะดวกพกช้อนส้อมส่วนตัว แนะนำว่าเวลาไปหยิบช้อนส้อมส่วนกลางตามศูนย์อาหารก็ไม่ควรนำไปจุ่มในหม้อน้ำร้อน เปลี่ยนมาใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่สะอาดเช็ดช้อนส้อมแทนจะดีกว่า และอย่าลืมหลักการดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างการ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกวัน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหนะนำโรค ระบุถึงการใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆ ไว้ว่า การทำลายเชื้อไวรัสนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ความร้อน, การใช้แสงอัลตร้าไวโอเลต (UV), การใช้สารเคมี เป็นต้น ซึ่งการใช้ความร้อนน่าจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคกับของใช้ในชีวิตประจำวัน

158254626821

เมื่อเชื้อไวรัสอยู่ภายนอกร่างกายของโฮสต์ หรือเชื้อล่องลอยอยู่ในอากาศมักจะค่อยๆ ตายไปเอง ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับสภาวะแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น สภาพอากาศถ่ายเท ฯลฯ แต่การทำลายเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนอยู่ในเลือด สารคัดหลั่ง และสิ่งขับถ่ายต่างๆ ของผู้ป่วย จำเป็นต้องมีวิธีการมาตรฐานเพื่อให้ได้ผลแน่นอนและรวดเร็ว มิฉะนั้นเชื้อจะแพร่กระจายไปก่อการติดเชื้อแก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องและผู้ใกล้ชิด

สำหรับการใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคสำหรับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันนั้น โดยทั่วไปการใช้ความร้อน 50-60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จะฆ่าไวรัสส่วนใหญ่ได้ ยกเว้นเชื้อไวรัสที่ทนทานเป็นพิเศษ เช่น rhinovirus, enterovirus, ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น แต่ถ้าต้มในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที จะสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ทั้งหมดทุกประเภท

แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและต้องการฆ่าเชื้อทุกชนิดให้หมดอย่างสมบูรณ์รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรียด้วย ต้องใช้วิธี autoclave คือ การนึ่งด้วยไอน้ำที่ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ใช้อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส ซึ่งจะฆ่าเชื้อได้ทั้งหมดภายใน 15 นาที

158254626840

----------------------------

อ้างอิง :

https://www.facebook.com/OhISeebyAjarnJess/

https://administer.pi.ac.th/uploads/eresearcher/upload_doc/2016/academic/1469514734383889004314.pdf

ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค

http://www.healthcarethai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%84/

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง