ไวรัสป่วนซัพพลายเชน ‘สิ่งทออาเซียน’

ไวรัสป่วนซัพพลายเชน ‘สิ่งทออาเซียน’
24 กุมภาพันธ์ 2563
1,493

การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สร้างความเสียหายให้กับทุกวงการ คราวนี้ถึงคิวห่วงโซ่อุปทานการผลิตเสื้อผ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้สินค้าคงคลังของแบรนด์ดังอย่างยูนิโคล่ แก็ป และไนกี้สุ่มเสี่ยงเต็มที

เว็บไซต์นิกเคอิรายงานอ้างแหล่งข่าวแวดวงเสื้อผ้าญี่ปุ่นว่า ยูนิโคล่อาจรับเสื้อผ้าจากซัพพลายเออร์เวียดนามล่าช้าลงราว 2 สัปดาห์ เป็นไปได้ว่าสต็อกสินค้าอาจขาดแคลนภายในเดือน มี.ค. หลังจากที่แบรนด์เลื่อนการเปิดตัวสินค้าไลน์ใหม่บางส่วนออกไปแล้ว

ปัจจุบันซัพพลายเออร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา ต่างทวีความสำคัญต่อแบรนด์แฟชั่นโลก แบรนด์ยูนิโคล่ของบริษัทฟาส์ตรีเทลลิงตัดเย็บเสื้อผ้าในเวียดนามเกือบ 20% แม้สินค้าของแบรนด์ราวครึ่งหนึ่งยังคงผลิตในจีน 

ทั้งนี้เนื่องจากผู้ผลิตเสื้อผ้ายังคงพึ่งพาวัตถุดิบจากจีน เขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของเอเชีย ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบที่ใช้สำหรับเสื้อผ้าตัดเย็บในเวียดนาม 60% มาจากแดนมังกร ดังนั้นเมื่อการคมนาคมและซัพพลายเชนที่นั่นปั่นป่วนก็ส่งผลมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

สื่อเวียดนาม เช่น วอยซ์ออฟเวียดนามและหนังสือพิมพ์คองถ่วง เผยชื่อโรงงานจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น โรงงานเมย์10 ที่เป็นซัพพลายเออร์ให้หลายแบรนด์ อาทิ แก็ปและทอมมี ฮิลฟิเกอร์ นำเข้าวัตถุดิบ 50% จากจีน และกำลังประสบปัญหาในการผลิตให้ครบตามออเดอร์เดือน มี.ค.และเม.ย. ส่วนบริษัทไซ่ง่อน3 การ์เมนท์ ที่ผลิตให้กับยูนิโคล่และไนกี้ มีวัตถุดิบพอผลิตได้ถึงเดือน มี.ค.เท่านั้น

การผลิตสิ่งทอใช้ทุนเข้มข้นกว่าการตัดเย็บ และจีนยังคงเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ แม้ว่าแบรนด์ดังจะขยายฐานการผลิตของตนให้หลากหลายยิ่งขึ้นก็ตาม

“แม้เวียดนามสามารถผลิตสิ่งทอได้เอง และสามารถรักษาระดับการผลิตได้บางส่วน แต่หลายประเทศอาจเจอผลกระทบหนักกว่า เช่น กัมพูชาที่ต้องพึ่งพาจีนมากกว่าในด้านการผลิตสิ่งทอ” แหล่งข่าวรายเดิมที่รู้ข้อมูลยูนิโคล่เผยพร้อมเสริมว่า พิธีการศุลกากรถูกชะลอออกไป ในเวลาเดียวกันโรงงานทั้งหลายในจีนดำเนินการผลิตในอัตราลดลงเพราะขาดแคลนแรงงาน ผลพวงจากรัฐบาลจีนออกข้อกำหนดควบคุมการเดินทางของประชาชน

ส่วนที่กัมพูชาตอนนี้เกิดความกังวลสูงมาก เคน ลู เลขานุการสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้ากัมพูชา กล่าวกับนิกเคอิว่า วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากัมพูชามาจากจีนกว่า 60% จึงเสี่ยงเต็มทีว่าอาจต้องปิดโรงงานชั่วคราวหรือปิดไปเลย

แม้โรงงานวัตถุดิบในจีนกว่าครึ่งเริ่มกลับมาผลิตใหม่แล้ว แต่ลูมองว่า จะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะเดินเครื่องได้เต็มที่เหมือนเดิม และนี่คืออุปสรรคเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่

“จากการที่รัฐบาลจีนออกคำสั่งควบคุม ไม่ได้สร้างปัญหาในแง่ของการเคลื่อนย้ายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเดินทางของผู้คนข้ามมณฑล หรือแม้แต่ข้ามเขตเมืองด้วย” ลูกล่าวและว่า การเลือกวัตถุดิบจากแหล่งอื่นก็ไม่ใช่ทางออกที่ทำได้จริง

เฮง เสาร์ โฆษกกระทรวงแรงงานกัมพูชา เผยกับแขมร์ไทม์สเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า หากวัตถุดิบใหม่มาไม่ทันในเดือน มี.ค. แรงงาน 90,000 คนจากโรงงานกว่า 200 แห่งอาจถูกเลิกจ้าง

ขณะที่ยูนิโคล่ประกาศผ่านเว็บไซต์ญี่ปุ่นไปแล้วว่า เลื่อนการผลิตและการส่งสินค้าออกไปเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งเลื่อนเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น ยูแจ็กเก็ตคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน ที่คาดว่าจะวางขายตั้งแต่วันศุกร์ (21ก.พ.) ตอนนี้ต้องเลื่อนเปิดตัวไปจนถึงต้นเดือน มี.ค.

“หากจีนเลื่อนเปิดโรงงานเพิ่มอีก ก็จะยิ่งส่งผลต่อไปอีก ฟาสต์รีเทลลิ่งกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” โฆษกบริษัทฟาสต์รีเทลลิ่งเจ้าของยูนิโคล่เผย

แหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมสิ่งทอกัมพูชารายหนึ่งคาดว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลยิ่งกว่าวัตถุดิบขาดแคลนชั่วคราว

“ในช่วงที่แบรนด์กำลังพิจารณาละเอียดขึ้นเรื่องประสิทธิภาพของซัพพลายทั้งในแง่ภาษี สิทธิพิเศษทางการค้าจากยุโรปตามโครงการอีบีเอ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผลกระทบจากไวรัสเป็นไปได้ว่าทำให้แบรนด์ต้องคำนึงถึงการสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ในอนาคตด้วย การมีด้าย ผ้า ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์ในประเทศ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบของซัพพลายเชนโลกในอนาคตได้”

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง