สธ. ยันไทยคัดกรองเพิ่มสองเท่า 8 จังหวัด

สธ. ยันไทยคัดกรองเพิ่มสองเท่า 8 จังหวัด
19 กุมภาพันธ์ 2563
5,316

สธ. ยันไทยคัดกรองเพิ่มสองเท่า 8 จังหวัด ย้ำไม่เคยมีนโยบายปิดบังข้อมูลผู้ติดเชื้อโคโรน่า (COVID-19) เผยไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 63 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค อธิบายว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยมีนโยบายปิดบังข้อมูลใดๆ ขอย้ำว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่มีมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองที่สนามบิน และสถานพยาบาล ตั้งแต่ 3 มกราคม ก่อนที่หลายประเทศจะให้ความสำคัญ ไทยยังเป็นประเทศแรกที่ตรวจพบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อรายแรก เมื่อ 8 ม.ค. แถลงข่าวเมื่อ 13 ม.ค. และเป็นประเทศแรกที่ประกาศว่าพบผู้ป่วยนอกประเทศจีน เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด จากนั้น มีผู้ป่วยต่อเนื่องจากจีน และมาตรการเข้มมาตลอด เมื่อเริ่มออกตัวเร็ว ประชาชนรับรู้ไว พูดง่ายๆ คือเราตื่นก่อน ทำอะไรได้มากกว่าประเทศที่ตื่นทีหลัง จากนั้น ขับเคลื่อนทั้งระบบทุกฝ่ายลุกขึ้นมา ไม่เพียงแค่เฝ้าระวัง แต่ลงมือป้องกันร่วมกันด้วย ซึ่งทำให้ปัญหาลดลง ไม่ว่าจะสนามบิน ท่าเรือ โรงพยาบาล ชุมชน ทุกสถานที่ท่องเที่ยว การที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมนี้เองจึงช่วยลดการแพร่เชื้อลงได้ “ความหนักใจอย่างหนึ่งของผมในวันนี้ คือ ไม่มีผู้ป่วยในมือให้แถลงครับ”

นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า ณ วันนี้ ไทยคัดกรองเพิ่มสองเท่า ขยายครอบคลุม 8 จังหวัด ส่วนคนไทยที่กลับมาจากประเทศเสี่ยง ก็ทำการตรวจเพิ่ม บางคนมาขอตรวจเองด้วย “เมื่อหาไม่เจอ จะให้ทำอย่างไร”

ส่วนนักท่องเที่ยวจีนในวันนี้ ก็ลดลง 90 % แล้ว เป็นข้อมูลที่ตรงไปตรงมา คือเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ระบาด ก็ไม่มีผู้ป่วยกลุ่มนี้ โรคไม่เข้ามาและไม่แพร่ต่อ กระนั้น ยังขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันเฝ้าระวังต่อไป

อีกด้าน นพ.รุ่งเรือง กิตผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำว่า การรายงานทำตามความเป็นจริง ไม่มีปิดบัง ผู้ติดเชื้อ 35 ราย เป็นเชื้อนำเข้าทั้งหมด แต่หากไม่เฝ้าระวังตั้งแต่ 8 ม.ค. อาจแพร่เป็นร้อยเป็นพัน แต่เพราะเฝ้าระวังดี จึงควบคุมได้ตั้งแต่รายต้นๆ การพบน้อยหรือไม่เจอ ไม่ได้หมายถึงปิดบังข้อมูล ขณะเดียวกัน ทีมงานยังเพิ่มกลุ่มเสี่ยง กลุ่มคนป่วยไม่สบาย ตรวจเพิ่ม รวมถึงบุคลากรการแพทย์ก็ตรวจเพิ่ม ขอให้มั่นใจว่าเราเน้นเรื่องการค้นหา ยิ่งค้นหาเพิ่มเท่าไหร่ โอกาสพบก็มีมากขึ้น

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง