สธ.กำชับทุกโรงพยาบาลควบคุมโรคโควิด-19

สธ.กำชับทุกโรงพยาบาลควบคุมโรคโควิด-19
16 กุมภาพันธ์ 2563
8,244

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี รวมมีผู้ป่วยหายป่วยแพทย์ให้กลับบ้านรวม 15 ราย ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ เบื้องต้นอาการค่อนข้างดีขึ้น พร้อมยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง ญี่ปุ่นเพิ่ม 17 ก.พ.นี้ ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอ ย้ำทุกโรงพยาบาลควบคุมโรค

กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย ชายไทยอายุ 45 ปี

วันนี้ (16 ..2563) นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า  ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 เป็นผู้ป่วยยืนยัน 34 ราย กลับบ้าน 15 ราย  โดยมีผู้ได้กลับบ้านเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 45 ปี และมีอาการรุนแรง 2 รายซึ่งทางทีมแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่  ทั้งนี้จากการที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีปฎิบัติการณ์โรคติดเชื้อมาเป็นเวลา 45 วัน เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อชะลอการแพร่ระบาดในประเทศไทย ทำให้การแพร่ระบาดในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จสูงมาก ทั้งที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพราะเป็นจุดศูนย์กลางในการเดินทางของคนจีน และคนเอเชีย

สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกนั้น  ขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วย เข้าใกล้ 70,000 คน ใน 24 ประเทศ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,660 คน  และได้มีการแพร่ระบาดในชุมชนในหลายประเทศนอกเหนือจากประเทศจีน ทั้งประเทศสิงค์โปร์ เวียดนาม ฮ่องกงและญี่ปุ่น ดังนั้น สถานการณ์โรคโควิด -19 ถือว่าไทยเริ่มกลับมามีความเสี่ยง เนื่องจากอาจมีผู้เดินทางที่มาจากประเทศที่มีผู้ป่วย ทำให้ประเทศไทยต้องมีการเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอื่นๆ มากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดในวงจำกัด จากผู้สัมผัสหรือคนไทยที่เริ่มป่วยโดยไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ  แต่กระทรวงสาธารณสุขสามารถตรวจจับได้อย่างรวดเร็ว

ประชุมย้ำมาตรการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ 17 ก.พ.นี้

นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวต่อว่าในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์  เพศหญิง อายุ 35 ปี ที่มีการติดเชื้อนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่บุคลากรที่ทำงานในสถาบันบำราศนราดูร  แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้รักษาอยู่ในห้องแยกโรค เบื้องต้นอาการค่อนข้างดีขึ้น ส่วนบุคลากรโรงพยาบาลในกลุ่มเดียวกันจำนวน 23 คน เข้าระบบการเฝ้าระวังตั้งแต่ต้น ผลไม่มีไข้  การติดเชื้อในบุคลากรสามารถพบได้  เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่มีผู้ป่วยมารวมตัวกันทำให้บุคลากรทางการแพทย์ หรือใครก็ตามที่ไปโรงพยาบาลอาจมีความเสี่ยงสูง ในขณะนี้มีหลายประเทศ เช่น จีนญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศสและประเทศไทย เป็นต้น ดังนั้น ในวันที่ 17 ..2563  นี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอ เพื่อเน้นย้ำกำชับให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกระดับ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและหยุดการแพร่ระบาดของโรค

"เจ้าหน้าที่ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันตัว เช่น ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่หน้ากากอนามัย และต้องประเมินตนเองว่ามีความเสี่ยงสูงหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องใส่อุปกรณ์ ชุดป้องกันต่างๆ รวมถึงต้องการจัดระบบภายในโรงพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรการ  จัดคลินิกทางเดินหายใจให้แก่สถานพยาบาลและหน่วยงานเรียบร้อย  ซึ่งหากบุคลากรทางแพทย์วิเคราะห์ความเสี่ยง และป้องกันตามมาตรการเชื่อมั่นว่าไม่มีโอกาสติดเชื้ออย่างแน่นอน" นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าว

ยกระดับเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวประเทศอาเซียน นอกเหนือชาวจีน

นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวต่อว่าขณะนี้เริ่มมีผู้ป่วยในประเทศอื่นๆ  ที่ไม่ใช่ประเทศจีนมากขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มระดับความเข้มข้นมาตรฐานการคัดกรองผู้เดินทางทั้งทางบก เรือ อากาศ  ส่วนในช่วงที่ผ่านมาบอกว่าเชื้อสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมได้ยาวนานมากขึ้นนั้น  ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนัก เพราะเชื้อไม่สามารถเข้าทางร่างกายผ่านทางมือได้ แต่ถ้าเอามือไปจับหน้า เข้าปากถึงจะสามารถติดได้ ทุกคนต้องล้างมือบ่อยๆ หรือใช้น้ำผสมซักฟอก ทำความสะอาดบริเวณ สภาพแวดล้อมต่างๆ

อย่างไรก็ตาม โรคทางเดินหายใจทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน สามารถหยุดได้ และมาตรการสำคัญที่ดีที่สุด คือ อยู่ที่ผู้ป่วยเป็นหลัก ดังนั้น อยากสื่อไปยังประชาชน เราเป็นคนไทย เราอยู่ประเทศเดียวกัน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ต้องกลับมาตื่นตัวอีกครั้งในการช่วยกัน แต่อย่าตื่นตระหนก ปฎิบัติตัวตามที่ได้รับคำแนะนำ ถ้าป่วยไม่ต้องคำนึงว่าป่วยเป็นหวัดจากอะไร แต่ต้องดูแลตัวเองในทุกประเด็น ซึ่งในการควบคุมโรค ต่อให้กระทรวงสาธารณสุขทำงานอยู่เต็มที่แต่จะไม่ประสบความสำเร็จหากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องหยุดโรคนี้ ถ้ามีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก ควรพักอยู่กับบ้าน ถ้าเกิดมีอาการรุนแรงต้องรีบไปพบแพทย์ ส่วนใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่โรคจากตนเอง ไปสู่ผู้อื่น ส่วนคนไทยที่สุขภาพดีควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆสวมใส่หน้ากากอนามัยแบบผ้า  และเมื่อสัมผัสโต๊ะ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่าเอามือไปจับหน้า จับตา แต่ควรล้างมือให้สะอาด

ผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัม ไทย 2 ราย ไม่ติดเชื้อ

นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กล่าวว่าสำหรับกรณีเรือเวสเตอร์ดัม  ซึ่งทางรัฐบาลไทยตัดสินไม่ได้อนุญาตให้เทียบท่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะคำนึงถึงสุขภาพคนไทยเป็นหลัก ทั้งนี้ได้มีการประสานข้อมูลผู้โดยสารเรือสำราญลำ นี้ทั้งลำส่งให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อร่วมมือในการเฝ้าระวัง โดยตั้งแต่วันที่ 14-15 ..ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 35 ราย เป็นชาวต่างชาติ 33  ราย เพื่อต่อเครื่องบินไปยังประเทศปลายทางอื่น และเป็นคนไทย 2 ราย ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองไม่มีไข้  สำหรับคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศจะมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค เบื้องต้นทุกคนไม่มีไข้ และจะต้องมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนครบ 14 วัน

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง