ตลาดรวมน่าจะทรงๆ... เน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

ตลาดรวมน่าจะทรงๆ... เน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก
14 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
316

ปัจจัยในประเทศเป็นบวกมากขึ้นและน่าจะประคอง SET Index ไว้ได้ในช่วงสั้น

KGI ประเมิน SET Index วันศุกร์เทรดกรอบแคบๆ (ไซด์เวย์)... หลังจากเมื่อวานนี้ดัชนีฯ ปรับลดลง 0.46% (อ่อนแอกว่าที่คาดเล็กน้อย หลังตลาดตอบรับต่อข่าวทางการจีนปรับวิธีการนับจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19)... ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมล่าสุด เรามองว่า 'เป็นกลาง' ต่อตลาด ได้แก่ i) ณ 8.30 น. จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพิ่มขึ้นอีก 4,074 คนสู่ 64,169 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่ชะลอลงกว่าการเพิ่ม 15,000 คนเมื่อตอนปรับวิธีคำนวณวันแรก ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ่้น 124 คนเป็น 1,486 คน คาดว่าตัวเลขที่ออกมาดังกล่าวจะเป็นกลางต่อตลาดการเงินวันนี้ และต้องติดตามทิศทางจำนวนผู้ติดเชื้อต่อในสัปดาห์หน้า ii) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงเมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า ธ.กลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กประกาศลดขนาดมาตรการเสริมสภาพคล่องผ่านตลาด Repo ลงในเดือน มี.ค. เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลลบเล็กน้อยต่อระดับ valuations ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมีผลทางอ้อมต่อตลาดหุ้นโลก... อย่างไรก็ดี ปัจจัยในประเทศเป็นบวกมากขึ้นและน่าจะประคอง SET Index ไว้ได้ในช่วงสั้น หลังเมื่อวานนี้ ส.ส. ลงมติอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2563 และวุฒิสภานัดประชุมด่วนที่สุดในวันนี้ (14 ก.พ.) เพื่อพิจารณากฎหมายดังกล่าวเช่นกัน น่าจะเป็นผลดีต่อหุ้นเชื่อมโยงนโยบายการลงทุนภาครัฐฯ... สำหรับปัจจัยที่น่าจะมีผลต่อตลาดในสัปดาห์หน้า (17-21 ก.พ.) ได้แก่ i) ตัวเลขจีดีพีไทยไตรมาส 4/2562 และปี 2562 รวมทั้งแนวโน้มปี 2563 ที่จะรายงานในวันที่ 17 ก.พ. และ ii) พัฒนาการของการติดเชื้อ และเสียชีวิตจากไวรัส Covid-19

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน 

เก็งกำไร KKP*, BCPG*, NEX

- KKP* (เป้าพื้นฐาน 71 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 69.5 บาท / แนวต้าน 71.5 - 72.0 บาท (Stop loss 68 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินปันผลที่เหลือของปี 2562 อีก 2.5 บาท/หุ้น (Dividend yield 3.6%) และคาด Dividend yield ปี 2563 ที่ 5.7% 3) ประเมินประเด็น กระทรวงคมนาคม เตรียมเปิดให้ "แกร็บ" ถูกกฏหมาย (คาดมีผลเดือน มี.ค.นี้) จะเป็น Sentiment บวกมาที่หุ้นสินเชื่อรถยนต์อย่าง KKP*, TISCO*, และ ECL เป็นต้น (ดีมานด์รถอาจเปลี่ยนจากรถแท็กซี่มารถยนต์ส่วนบุคคล) / แต่จะเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นสินเชื่อรถแท็กซี่อย่าง MITSIB

- BCPG* (เป้าพื้นฐาน 21 บาท) 1) ประเมินหลังจาก Breakout แนวต้านเทรนไลน์ขาลงระยะสั้น 15.8 บาทได้และยืนเหนือแนวราคา 16.1 บาท เป็นการยืนยันการจบขาลงระยะสั้น ประเมินแนวต้านถัดไป 16.9 บาท และ 17.5 บาทตามลำดับ / แนวรับ 16.0 บาท (Trailing stop 15.8 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินเบื้องต้นจากการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำอีกแห่งที่ประเทศลาวกำลังการผลิต 45MW (COD แล้ว) หลังจากเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ลาว 69MW ใน 4Q62 จะทำให้ Valuation เพิ่มขึ้นอีกราว ±1 บาท/หุ้น เป็น ±22 บาท และอยู่ระหว่างปรับประมาณการฯขึ้นสะท้อนการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว 3) ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q62 โตทั้ง YoY และ QoQ และปี 2563 คาดจะโตมากกว่า +26% YoY (ยังไม่รวมโรงไฟฟ้าใหม่) ขณะที่ PE ตํ่า <14 เท่า (คิดเป็น -1.5 เท่า ของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และ Dividend yield 4 - 5% ต่อปี

- NEX (ยังไม่มีเป้าพื้นฐานใน Consensus) 1) ประเมินแนวรับ 2.98 บาท / ประเมินหาก Breakout กรอบ Sideway ที่ 3.04 บาทได้ มีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 3.14 - 3.30 บาท (Stop loss 2.88 บาท) 2) จากที่ประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุด มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนแบบ RO (4:1 ราคา 2.5 บาท), PP (46
ล้านหุ้น ยังไม่กำหนดราคา) และแจก Warrant (2.5:1 ราคาใช้สิทธิ 1 บาท) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเกี่ยวข้องกับรถขนส่ง (ให้เช่ารถบัสโดยสารและศูนย์ซ่อมบำรุง) ... ล่าสุดเริ่มการซื้อธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงฯแล้ววานนี้ 3) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2563 จะ Turnaround จาก i) การตัดขายธุรกิจที่ขาดทุนมาตลอดอย่างธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทริกส์ (คาด 4Q62 มีโอกาสทำ Big bath เพื่อให้เห็นภาพการ Turnaround ชัดเจนปีนี้) และ ii) เริ่มรุกธุรกิจเกี่ยวข้องกับรถบัสโดยสารที่มีรายได้คงที่จากสัญญาเช่าและสัญญาซ่อมบำรุงระยะยาว

หุ้นเชิงปริมาณ & พื้นฐาน "Quantamental"

- หุ้นเด่น Quantamental: แนะนำ นักลงทุนแบ่งเป็น 2 กลยุทธ์ 1) ซื้อหุ้นที่ Downside การปรับลดประมาณการฯน้อย และแนวโน้มกำไรเติบโตดี เลือก TPCH (Stop loss 11.6 บาท) และ JMT (Trailing stop ล๊อกกำไรถ้าต่ำกว่า 23.5 บาท) / 2) ซื้อหุ้นที่พร้อมรีบาวด์หากปลดล๊อก 2 ปัจจัยลบ ได้แก่ ERW* (สถานการณ์ไวรัสฯ ดีขึ้น แต่ยังไม่นิ่ง) และ STEC* (ปลดล๊อก พ.ร.บ.งบฯปี 2563)

- กลยุทธ์ Pair trade: Long BBL* / Short KBANK* Dividend yield BBL* 4.7% ต่อปี สูงกว่า KBANK* ที่ 3.8% ต่อปี และ BBL* ยังไม่ประกาศปันผล ... ขาดทุนรวม -0.1%

หุ้นมีข่าว

(+) รัฐ-เอกชนถกอุ้มท่องเที่ยว ปตท.เร่งลงทุน 1.5 แสนล. (กรุงเทพธุรกิจ) "สมคิด" สั่งคลังถกด่วนวันนี้  เร่งหามาตรการอุ้มท่องเที่ยว หวั่นกระทบแรงงาน พร้อมเร่งรัฐวิสาหกิจลงทุน หลัง ปตท.รับปากขยับแผน 1.5 แสนล้าน "พิพัฒน์" จ่อชงมาตรการยกเว้นวีซ่าจีน-อินเดีย ลุ้นนายกฯ ทุบโต๊ะตัดสินใจ ระดมสมอง 500 ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ชง 3 มาตรการฝ่าวิกฤติโคโรนา

(+) TMB* ลุยแผนควบกิจการ รุกขยายสินเชื่อรถยนต์ (ทันหุ้น) TMB* ลุยแผนควบรวม TBANK คาดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2564 มั่นใจเสริมฐานธุรกิจแข็งแกร่ง ชูกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนทางการเงินให้ลดลง ขยายรายได้เพิ่มขึ้นเล็งรุกสินเชื่อรถยนต์หนุนพอร์ต พร้อมคุม NPL ไว้ที่ 2.8%

(- MITSIB / + สินเชื่อรถยนต์ KKP*, TISCO*, ECL) สหกรณ์แท็กซี่หวั่นผูกขาด 'คมนาคม' ดันแกร็บถูกก.ม. (กรุงเทพธุรกิจ) เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ฯแนะเอื้อให้เกิดผู้เล่นหลายราย หวั่นเกิดการผูกขาด ห่วงคิดค่าโดยสารผ่านแอพไม่เป็นธรรม หลัง "คมนาคม" เตรียมเสนอ ครม.เคาะกฎกระทรวง ดัน"แกร็บ" ถูกกฎหมาย นำร่องแท็กซี่ก่อนขยายไปจักรยานยนต์รับจ้าง คาดมีผล มี.ค.63

(+) BGSR มีลุ้นเซ็นสัญญามี.ค.นี้ งาน O&M มอเตอร์เวย์ 2 สาย (ข่าวหุ้น) “กลุ่ม BGSR”(BTS*-GULF*-STEC*-RATCH*) เตรียมเซ็นสัญญา O&M มอเตอร์เวย์พร้อมกัน 2 สาย มี.ค.นี้ ล่าสุดกรมทางหลวงส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว ก่อนชงครม. “อธิบดีกรมทางหลวง” เผยสายบางปะอินฯทำงานได้ทันทีหลังลงนาม แต่สายบางใหญ่ฯขอดีเลย์ 6 เดือน ก่อนออกหนังสือให้เริ่มงาน

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: