คาดโคโรน่าฉุดจีนโอนคอนโดวูบ 50% ครึ่งปีแรกกดตลาดปีนี้ติดลบ

คาดโคโรน่าฉุดจีนโอนคอนโดวูบ 50% ครึ่งปีแรกกดตลาดปีนี้ติดลบ
14 กุมภาพันธ์ 2563
805

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ประเมินไวรัสโคโรนาฉุดจีนโอนคอนโดวูบ 50% ครึ่งปีแรก กดยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯปี63 ยังติดลบ 0.2% หวังสถานการณ์ครึ่งปีหลังฟื้นหนุนตลาด ขณะยอดเปิดตัวโครงการใหม่ไม่เพิ่ม ดีเวลลอปเปอร์ถอยลงทุนคอนโด เทรุกแนวราบ

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนหน่วยจะติดลบ 0.2% มีจำนวน 372,503 หน่วยหรือใกล้เคียงกับปี 2562 คิดเป็นมูลค่าติดลบ 2.5% หรือมูลค่า 853,179 ล้านบาท

โดยสาเหตุที่ประเมินว่ายังคงติดลบแม้จะมีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยต่ำและมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของรัฐบาลการผ่อนเกณฑ์ LTV ของธนาคารแ่หงประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ทิศทางอสังหาฯ เริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่เนื่องจากมีปัจจัยลบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนส่งผลทำให้ยอดการโอนฯ อสังหาฯของคนจีนได้รับผลกระทบ 50% ในครึ่งปีแรกของปี 2563 หรือคิดเป็นมูลค่าราว 7,000 ล้านบาทจากค่าเฉลี่ยยอดโอนฯอสังหาฯของคนจีน 29,000 ล้านบาทต่อปี

จากการหารือเพื่อประเมินสถานการณ์กับสภาพัฒน์ฯได้ปรับประมาณการณ์เติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) จาก 2.8% เหลือ 2.5% และประเมินว่าผลกระทบในครึ่งปีแรกจะทำให้การโอนหายไป ใน ส่วนของยอดโอนคนจีนทั้งปีโดยคนจีนโอนอสังหาฯไทยคิดเป็น 6% ของยอดโอนทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตามคาดหวังว่าสถานการณ์ในครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวโดยจีนสามารถจัดการกับปัญหาการระบาดของโคโรนาทำให้ตลาดจีนกลับมาฟื้นตัวทำให้สมมติฐานที่ดีที่สุด ( Best Case) ตลาดอสังหาฯ ในปี 2563 จะมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวเศรษฐกิจและการจ้างงานดีขึ้นส่งผลทำให้เกิดความมั่นใจของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีโอกาสที่จะขยายตัวได้สูงถึง 5-7%

ผอ.ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯยังระบุว่าสำหรับมีสินค้าพร้อมขาย (สต็อก) สิ้นปี 2562 รวมจำนวน 258,000 หน่วยคิดเป็นมูลค่า 1.37 ล้านล้านบาทซึ่งหากยังคงมีมาตราการกระตุ้นตลาดอสังหาฯและการผ่อนเกณฑ์ LTV รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นขาลงจะส่งผลทำให้ลดปริมาณสต็อกลงจนสิ้นปี 2563 มีจำนวนสต็อกเหลืออยู่ที่ 218,000 หน่วยคิดเป็นมูลค่า 9.7 แสนล้านบาท

ขณะที่แนวโน้มการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารทั้งประเทศเริ่มสะท้อนว่านักพัฒนาอสังหาฯเริ่มลดสัดส่วนการของการพัฒนาอาคารชุด (คอนโดมิเนียมลดลงโดยการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารทั่วประเทศในปี 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 292,167 หน่วย แบ่งเป็นสัดส่วนแนวราบ 72.6% อาคารชุดสัดส่วน 27.4% ลดลงอย่างชัดเจนและต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีการขออนุญาต 360,883 หน่วยสัดส่วนแนวราบ 58.6% และอาคารชุด 42.4% คาดว่าในปี 2563 จะมีสัดส่วนแนวราบใกล้เคียงกันกับปีก่อนโดยสัดส่วนอาคารชุดอยู่ที่ 27.4% เป็นผลมาจากการปรับตัวของนักพัฒนาอสังหาฯ

เขายังกล่าวถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาฯในปี 2562 ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ออก 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาฯ ทำให้ตลาดอสังหาฯ ในปี 2562 ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2561 โดยมียอดจำนวนหน่วยโอนฯ 373,365 หน่วยเพิ่มขึ้น 2.7% เทียบกับปี 2561 คิดเป็นมูลค่า 875,189 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.3% จากเดิมที่คาดว่าจะจำนวนจะติดลบ 8.4% และมูลค่าติดลบ 8.2%

158165268226

ด้านนายปริญญาพัฒนภักดีประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (ศขอ.) กล่าวว่าได้สั่งการให้ศูนย์ข้อมูลฯจัดทำแผนยุทธศาสตร์บทบาทศูนย์ข้อมูลใหม่ใน ปีข้างหน้าเป็นศูนย์อสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ” (NRC-National Real estate Center) เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องมีกระบวนการทำงานเชิงรุก (Pro-active) และให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เกี่ยวข้องแบ่งเป็น 3 ระดับประกอบด้วย

1.ระดับการวางแผนและการตัดสินใจเชิงนโยบายมีการนำเสนอข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนและการตัดสินใจในเชิงนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมให้คนไทยทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและยั่งยืน2.สนับสนุนการออกมาตรการและนโยบายทางการเงินและการคลังเพื่อส่งเสริมให้คนเข้าถึงการมีที่อยู่ศัยโดยเฉพาะกลุ่มบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยและ3.สนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในทุกระดับซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอสังหาฯและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศให้มีการขยายตัวได้อย่างเหมาะสม

ยกระดับบทบาทที่ไม่ใช่เพียงให้ข้อมูลแต่จะต้องใช้ข้อมูลเชื่อมโยงจากหลากหลายด้าน (Big Data) เพื่อนำมาวิเคราะห์อสังหาฯให้กับผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่การมีส่วนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาช่วยให้นักพัฒนาอสังหาฯได้วางแผนการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งทำเลและราคารวมถึงช่วยให้ผู้บริโภคได้ใช้ข้อมูลตัดสินใจและเข้าถึงการซื้อขายอสังหาได้ตามความต้องการ"

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: