'เอ็มบีเค' เตรียมพร้อมองค์กร 'กระชับ' ตั้งรับปัจจัยเสี่ยง

'เอ็มบีเค' เตรียมพร้อมองค์กร 'กระชับ' ตั้งรับปัจจัยเสี่ยง
12 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง, พรไพลิน จุลพันธ์
838

สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาคธุรกิจที่กำลังลุ้นกันว่าจะสิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้ หรือยืดเยื้อยาวนานหรือไม่อย่างไร? เพราะหมายถึงผลกระทบมากน้อยที่ตามมาเป็นลูกโซ่ 

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบเบื้องต้นจากการสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณลูกค้าใช้บริการในศูนย์การค้าลดลงราว 10% จากปกติ ขณะที่ธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบโดยตรงซึ่งลูกค้าโรงแรมในเครือเอ็มบีเคหายไปจำนวนมาก โดยอัตราการเข้าพักลดลงจากปกติที่ช่วงไฮซีซันจะมีอัตราเข้าพักสูงกว่า 80% 

เหตุการณ์นี้อาจไม่ได้ถึงขั้นวิกฤติสำหรับเราเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้เตรียมใจ และมีอาฟเตอร์ช็อก! ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่มีทางชดเชยได้เร็ว เพราะปัญหา คือ ทุกคนไม่เดินทาง

แน่นอนว่า แผนธุรกิจต้องถูกทบทวน แม้แผนงานเดิมจะใช้ไม่ได้ แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้แผนงานต่างๆ เปลี่ยนไปมากนัก หรือหากจะปรับแผนก็เชื่อว่าจะยังไม่สามารถใช้อะไรได้ เพราะสถานการณ์ยังไม่ นิ่ง หรือมีความชัดเจนพอว่าจะเป็นไปอย่างไร

ดังนั้น การจะ รุก ดึงนักท่องเที่ยวในตลาดอื่นๆ เข้ามาแทนชาวจีนในทันทีคงทำไม่ได้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์เป็นอย่างในการพิจารณาสถานการณ์ที่แน่ชัด 

รวมทั้ง การปรับเป้าหมายรายได้ยังไม่ได้ตัดสินใจเช่นกันว่าจะ “ลดลงมากน้อย” แค่ไหน ขึ้นอยู่ว่าการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะทำได้รวดเร็ว แต่มั่นใจว่าภายในไตรมาสแรกนี้จะคลี่คลายขึ้นตามลำดับ 

หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ดูปลอดภัยมากขึ้น คนไทยน่าจะกลับมาเดินศูนย์การค้าเป็นปกติเหมือนเดิม

สำหรับศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ประกอบด้วย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค พาราไดซ์ เพลส และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้มีการติดตั้งเทอร์โมสแกน เพิ่มความถี่ในการดูแลความปลอดภัย ทำความสะอาดจุดสัมผัสสาธารณะ ระบบปรับอากาศ และบริการเจลล้างมือทุกทางเข้า-ออก

สุเวทย์ กล่าวต่อถึงแผนรับมือซึ่งต้องเริ่มมองหานักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นเข้ามาทดแทน จีน ที่แม้จะครองสัดส่วนไม่ถึง 30% ยังเป็นรองส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและออสเตรเลียสำหรับโรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส แต่ก็เห็นผลกระทบมากพอ เพราะปกติแล้วช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. จะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 80% เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นของนักท่องเที่ยวเอเชีย (รวมจีน) ซึ่งเป็นลูกค้าใหญ่ มีส่วนแบ่งรวมมากเป็นอันดับ 1 ของลูกค้าโรงแรมเครือเอ็มบีเคทั้งหมด

กว่าธุรกิจโรงแรมจะกลับลำได้นั้นต้องใช้เวลา เพราะเกิดผลข้างเคียงไปยังนักท่องเที่ยวตลาดอื่นๆ ไม่ใช่เฉพาะจีนเท่านั้น แต่ทำให้ทุกตลาดชะลอการเดินทางไปด้วย และเมื่อเทียบผลกระทบกับครั้งเกิดโรคซาร์สเมื่อปี 2546 ขณะนั้นเศรษฐกิจจีนยังไม่มีผลกระทบต่อทั่วโลก ต่างจากตอนนี้ที่เศรษฐกิจจีนมีผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก นักท่องเที่ยวจีนมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี

เศรษฐกิจของจีนที่มีขนาดใหญ่ทำให้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก!!  ต้องมอนิเตอร์ว่าคนที่มีกำลังซื้อเป็นอย่างไร ความสามารถ หรืออำนาจซื้อหายไปมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา บริษัทอาจขยับแผนรีโนเวตโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส บางส่วนเร็วขึ้น จากที่เตรียมปรับปรุง 2 เฟสในปีนี้ จากปีที่ผ่านมาทยอยทำไปแล้ว 2 เฟสแรก ตามแผนทั้งหมด 5 เฟส รวมใช้งบปรับปรุงประมาณ 300-400 ล้านบาท 

ขณะที่ การก่อสร้าง “คอมมูนิตี้มอลล์” บนที่ดิน 50 ไร่ ย่านปทุมธานี ภายใต้เงินลงทุน 500 ล้านบาท ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการในโครงการที่พักอาศัย คาดแล้วเสร็จปลายปี 2563

แม้เราอยากขยับแผนบางอย่างให้เร็วขึ้น แต่สินค้าบางอย่างต้องนำเข้ามาจากประเทศจีน! ทำให้ไม่สามารถทำได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม ในฐานะเอกชนเชื่อว่ามีความแข็งแกร่งและสามารถเอาตัวรอดได้ แต่ทุกคนก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าจะดูแลตัวเองอย่างไร สำหรับเอ็มบีเค เน้น กระชับและ เข้มงวดในทุกเรื่องที่ทำเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายมากไปกว่านี้ 

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ชูไอดอลมาร์เก็ตติ้ง’ ปั้นจุดนัดพบคนรุ่นใหม่

สมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า กล่าวว่า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้าให้มากที่สุด และไม่หยุดนิ่งในการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะมีการเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการเปิดตัวร้านค้ารายใหม่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เติมเต็มสินค้าที่เป็นแม่เหล็กและบริการแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการอย่างครบครันในที่เดียว รวมถึงการสร้างความโดดเด่นของกิจกรรมซิกเนเจอร์ และกิจกรรมทางการตลาดให้มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงวัย 

"การทำตลาดในปีนี้เน้นสีสันมากขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง (Idol Marketing) ซึ่งกระแสวัฒนธรรมไอดอลกำลังได้รับความนิยม จะเห็นการเปิดตัววงไอดอลน้องใหม่และแฟนคลับที่มีจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  สนับสนุนพื้นที่เยาวชนในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์" 

จากแนวทางดังกล่าวจึงเป็นการสนับสนุนศิลปินวัยรุ่นที่มีความสามารถทางดนตรี การเต้น และ เป็นแบบอย่างที่ดีได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับเหล่าแฟนคลับ ทำให้เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นจุดนัดพบและรวมตัวของคนรุ่นใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพิ่มทราฟฟิค และทำให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในศูนย์นานขึ้น!!

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าอายุ18-24 ปี เข้ามาใช้บริการร้านอาหารเป็นจุดนัดพบปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จับจ่ายสินค้าแฟชันและโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

การจัดกิจกรรมศิลปินไอดอลปี 2563 จะมีความถี่เฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง