สถาบันไล่ซื้อ ‘หุ้นไทย’ ดันดัชนีปิดพุ่ง คลายวิตกไวรัสโคโรนา-เก็งข่าวจีนค้นพบยาต้าน

สถาบันไล่ซื้อ ‘หุ้นไทย’ ดันดัชนีปิดพุ่ง คลายวิตกไวรัสโคโรนา-เก็งข่าวจีนค้นพบยาต้าน
6 กุมภาพันธ์ 2563
4,936

“สถาบัน” แห่ซื้อหุ้นไทยช่วงท้ายตลาด หนุนดัชนีปิดพุ่ง 14 จุด คลายวิตกไวรัสโคโรนา หลังจีนค้นพบยาต้าน ขณะยอดเสียชีวิตลดต่อเนื่อง ทั้ง กนง.ลดดอกเบี้ยสู่ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ ด้าน “ภากร” มั่นใจตลาดหุ้นไทยแกร่ง โชว์สถิติ ดัชนีร่วงนานสุดไม่เกิน 10 เดือน

ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (5ก.พ.) แกว่งตัวผันผวนตลอดทั้งวัน ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนักในช่วงท้ายตลาด หลังมีข่าวว่า จีนค้นพบยายับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลให้ดัชนีปรับขึ้นมาปิดตลาดที่ 1,534.14 เพิ่มขึ้น 14.76 หรือ 0.97% มูลค่าการซื้อขายรวม 67,458.22 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 5,577.19 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,628.12 ล้านบาท บัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 913.87 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,035.19 ล้านบาท

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หุ้นไทยที่ปรับขึ้นในช่วงท้ายตลาดวานนี้ เป็นการปรับขึ้นตามดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ขึ้นแรง หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่า กลุ่มโอเปก อาจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงอีก 5 แสนบาร์เรลต่อวัน หนุนให้ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐเพิ่มขึ้น รวมทั้งรัฐบาลจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการลดดอกเบี้ยเพิ่ม ขณะที่ กนง. ก็ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1% เป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์

สำหรับแนวโน้มหุ้นไทยวันนี้ (6ก.พ.) คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่เชื่อว่าไม่มาก หลังจาก 2 วันที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ40 จุด โดยมองแนวรับที่ระดับ 1,530 จุด แนวต้านที่ระดับ 1,545-1,550 จุด

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย เชื่อว่าจะกระทบเพียงช่วงสั้นและดัชนีสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว โดยเท่าที่ ตลท. ศึกษาข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้ตลาดหุ้นปรับลดลง แต่การลดลงพบว่า นานสุดไม่เกิน 10 เดือน คือ วิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2551 และช่วงที่ตลาดหุ้นจีนลดลงแรงในปี2558 

ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ช่วงนั้นกระทบตลาดหุ้นไทยลดลง 6 เดือน ขณะที่การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกปี 2547 กดดันตลาดหุ้นไทยราว 8.5 เดือน ส่วนการแพร่ระบาดของโรคซาร์สในปี 2546 กระทบต่อตลาดหุ้นไทย 1.5 เดือน อย่างไรก็ตามผลกระทบจะนานหรือสั้น ขึ้นอยู่กับความชัดเจนในการควบคุมการแพร่ระบาด

สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแรง ฐานะการคลังของประเทศแข็งแกร่ง หนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำเพียง 40% ทุนสำรองระหว่างประเทศมีหลายเท่าของเงินกู้ต่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อต่ำและ ดอกเบี้ยไทยต่ำ ธนาคารพาณิชย์แข็งแรง มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ระดับสูง 16.8-17% มีหนี้เสียต่ำไม่ถึง 3% โดยหากสถานการณ์ที่เข้ามากระทบมีความชัดเจนเชื่อว่าภาพเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ตลาดทุน และบจ.ฟื้นตัวได้เร็ว

สำหรับในเดือนม.ค. 2563 นักลงทุนต่างประเทศมีขายสุทธิตลาดหุ้นไทยมากสุดในตลาดหุ้นอาเซียน เพราะ สภาพคล่องการซื้อขายต่อวันสูงสุดในอาเซียน ทำให้ซื้อขายได้ง่าย และเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสูง เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกที่สูง

อย่างไรก็ตามจากตลาดหุ้นไทยที่มีปรับตัวลดลงมานั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อบริษัทที่เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เกตแคป) หุ้นไอพีโอ ปีนี้อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท และ บจ.

ยังคงเดินหน้าระดมทุนในตลาดรองเพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจตามแผน ทั้งการเพิ่มทุนเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) เสนอขายหุ้นแก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) ฯลฯ ซึ่งในเดือนม.ค. มีมูลค่าระดมทุนรวม 8,826 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง