รีบาวด์ตามเพื่อนบ้าน

รีบาวด์ตามเพื่อนบ้าน
31 มกราคม 2563 | โดย บล.กรุงศรี
434

ตลาดหุ้นรอบบ้านที่ฟื้นตัวตอบรับ WHO ประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกเพื่อยกระดับความร่วมมือในการยับยั้งการแพร่ระบาด

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index วานนี้อ่อนตัวลง -0.60 จุด (-0.04%) ปิดที่ 1,524 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.3 หมื่นล้านบาท หลังยอดผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแรงขายหุ้น ADVANC, INTUCH จากข่าวอนุญาโตฯชี้ขาดคดีพิพาทพรีเพด-โรมมิ่งให้ ADVANC จ่าย TOT ราว 3.11 หมื่นลบ.พร้อมดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามได้แรงซื้อกลุ่ม BANK และ FIN ช่วยพยุงตลาดให้ปิดลบเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,272 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,271 ล้านบาท รวมถึง Net Short TFEX 5,025 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

มุมมองเป็นกลาง-บวกคาด SET Index รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,530 - 1,535 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว ตาม Sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นรอบบ้านที่ฟื้นตัวตอบรับ WHO ประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกเพื่อยกระดับความร่วมมือในการยับยั้งการแพร่ระบาด และไม่แนะนำให้ประเทศทั่วโลกใช้มาตรการจำกัดด้านการค้ารวมถึงการเดินทางไปประเทศจีน ส่งผลให้นักลงทุนมีความคาดหวังว่าจะสามารถรับมือกับเชื้อไว้รัสนี้ได้ ประกอบกับแรงซื้อเก็งกำไรหลายบริษัทที่ประกาศซื้อหุ้นคืน เช่น KBANK, SPALI, CK และ TPIPL ซึ่งเป็นบวกต่อทิศทางการลงทุนในวันนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะมีสลับอ่อนตัวลงจากความกังวลกระแส Fund flow ต่างชาติที่ Net sell ต่อเนื่อง 6 วันราว 9.2 พันลบ.ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อดัชนี

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มส่งออก Elec (KCE, HANA, DELTA), Food (CPF, TFG, TU) อานิสงส์ทิศทางเงินบาทอ่อนค่า
  • กลุ่ม Defensive และงบ 4Q19F คาดว่าจะออกมาดีและดีต่อเนื่องในปีนี้ GPSC, GULF, JMT, CPF, SAWAD, MTC, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC, OSP, และ CBG

หุ้นแนะนำวันนี้

  • MINT (ปิด 31 ซื้อเก็งกำไร/เป้า 44.5) คลายกังวลต่อปัญหาไวรัสโคโรน่าชั่วคราวหลังจาก WHO ไม่จำกัดการเดินทางและการค้ากับจีนช่วยหนุน Sentiment การลงทุนของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในช่วงสั้น เราเลือก MINT เป็น Top pick ของกลุ่มเพราะหากสถานการณ์เลวร้าย MINT ถือเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคนี้น้อยที่สุดในกลุ่ม
  • INTUCH (ปิด 55.75 ซื้อ/เป้า 81) INTUCH เหมาะสำหรับหลบภัยในภาวะตลาดผันผวน เนื่องจากจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูง ประมาณ 4.5% ต่อปี สูงกว่าเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ 3.5% ขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุน (NAV) ใน ADVANC และ THCOM โดยมี Discount จากมูลค่า NAV ถึง 28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20-25%

บทวิเคราะห์วันนี้

PTTEP (ปิด 126 ซื้อ/เป้า 146)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+/-) WHO ประกาศไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแต่ไม่จำกัดการเดินทางและการค้าช่วยคลายกังวลให้กับตลาด: เดิมตลาดวิตกกังวลว่าหาก WHO ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าเป็นภาวะฉุกเฉินของโลกจะทำให้มีการจำกัดการเดินทางและการค้ากับจีนซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลกลดลงให้ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา WHO ไม่เห็นด้วยและคัดค้านที่ประเทศต่างๆจะใช้มาตรการจำกัดการค้าและการเดินทางไปประเทศจีน ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดคลายกังวลได้ชั่วคราวต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเรายังต้องติดตามการแพร่ระบาดและการเสียชีวิตต่อไปเพราะหากทั่วโลกไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อาจจะต้องมีการออกมาตรการอื่นๆเพิ่มเติม (ล่าสุดจีนประกาศผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 9,692 รายเสียชีวิต 213 ราย เทียบกับวันก่อนหน้า ติดเชื้อ 7,711 ราย และเสียชีวิต 170 ราย)
  • (+/-) เมื่อคืนน้ำมันดิบร่วงแรง แต่ราคาน้ำมันดิบในตลาดฟิวเจอร์ในวันนี้มีโอกาสฟื้นตัว: เมื่อคืนราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.19 ดอลลาร์ (-2.2%) ปิดที่ 52.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดฟิวเจอร์ในวันนี้มีโอกาสฟื้นตัวตามตลาดหุ้นดาวโจนส์และตลาดหุ้นในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนหลังจาก WHO ไม่จำกัดการค้าและการเดินทางกับจีนเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ปัจจัยนี้จะกลับมาเป็น Sentiment บวกหนุนแรงเก็งกำไรในหุ้นของกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โรงกลั่นและ ปิโตรฯในวันนี้
  • (+/-) ปัจจัยที่ต้องติดตาม – สัปดาห์หน้าติดตามประชุม กนง.ลุ้นลดดอกเบี้ย 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ: ธนาคารแห่งประเทศไทยมีกำหนดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวัน พุธที่ 5 ก.พ. 2020 เบื้องต้นเราคาดว่าแบงก์ชาติจะลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 0.25% จาก 1.25% เป็น 1% นับเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่ภาพรวมถูกกดดันจากการส่งออกที่หดตัว ภาคการท่องเที่ยวถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า การลงทุนภาครัฐยังล่าช้า ส่วนแนวโน้มที่แบงก์ชาติจะลดดอกเบี้ย 0.25% เราให้น้ำหนักไม่มากเพราะปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนสู่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์แล้วหากลดดอกเบี้ยแรงอาจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นบวกกับกลุ่มไฟแนนซ์ เป็นลบต่อกลุ่มธนาคาร

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง