ลุ้นหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ1,565-1,580 จุด

ลุ้นหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ1,565-1,580 จุด
24 มกราคม 2563
254

บล.กรุงศรี มีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,565-1,580 จุด แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังคงอยู่ แต่ WHO แถลงว่าไวรัสดังกล่าวยังไม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกในขณะนี้ ส่งผลให้ภาวะตลาดคลายความกังวลได้ระดับหนึ่ง

บทวิเคราะห์กรุงศรี ระบุว่า วานนี้ (23 ม.ค.) SET Index ปิดทรงตัว -0.89 จุด (-0.06%) ปิดที่ 1,573 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.2 หมื่นล้านบาท โดยแม้ว่าจะมีแรงขายกลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น ตามราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงหลัง EIA คาดว่าจะเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดจำนวน 1 ล้านบาร์เรล/วันในช่วง 1H20 อย่างไรก็ตามได้แรงซื้อในกลุ่ม HELTH FIN ช่วยหนุนให้ดัชนีดีดตัวขึ้นและปิดลบเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นขายสุทธิ 698 ล้านบาท และ Net Short TFEX 2,565 สัญญา แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 6,711 ล้านบาท

สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (24 ม.ค.) เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,565 - 1,580 จุด แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังคงอยู่ โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 25 ราย และผู้ติดเชื้อเพิ่ม 830 ราย แต่ทางจีนได้ประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น หวงกังและเอโจว เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

รวมถึง WHO แถลงว่าไวรัสดังกล่าวยังไม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกในขณะนี้ ส่งผลให้ภาวะตลาดคลายความกังวลได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามคาดว่านักลงทุนจะอยู่ในภาวะ Risk off เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวซึ่งสะท้อนจาก US Bond yield 10 ปี ปรับตัวลง รวมถึงราคาทองคำดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงต่ำกว่า 56 US/barrel จะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานรวมถึงภาวะตลาด

ด้านกลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy กลุ่มส่งออก Elec  ( KCE HANA DELTA )  Food ( CPF TFG TU ) อานิสงส์ทิศทางเงินบาทอ่อนค่าลง กลุ่มรพ. BDMS, BH, BCH, CHG ได้อานิสงส์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนารวมถึงค่าฝุ่น PM 2.5 ระดับสูงของไทย กลุ่ม Defensive และงบ 4Q19F คาดว่าจะออกมาดีและดีต่อเนื่องในปีนี้ GPSC, GULF, JMT, CPF, SAWAD, MTC, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC กลุ่มเครื่องดื่ม OSP, CBG อานิสงส์ภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานจนถึงกลางปี

หุ้นแนะนำวันนี้ TU (ปิด 14.5 ซื้อ/เป้า 18.1) ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโรส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TU เพราะมีรายได้หลักมาจากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวม โดยทุกๆ 1 บาทที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโรจะทำให้กำไรของ TU เพิ่มขึ้นประมาณ 100 - 150 ล้านบาท

INTUCH (ปิด 60 ซื้อ/เป้า 81) INTUCH เหมาะสำหรับหลบภัยในภาวะตลาดผันผวนเนื่องจากจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูง ประมาณ 4.5% ต่อปี สูงกว่าเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ 3.5% ขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุน (NAV) ใน ADVANC และ THCOM โดยมี Discount จากมูลค่า NAV ถึง 28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 20-25%

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง