‘กวิน’ พลิกบทบาทธุรกิจ ‘บีทีเอส’ ไม่ได้มีดีแค่รถไฟฟ้า

 ‘กวิน’ พลิกบทบาทธุรกิจ  ‘บีทีเอส’ ไม่ได้มีดีแค่รถไฟฟ้า
22 มกราคม 2563 | โดย รมย์รัมภา เริ่มรู้
3,865

‘คุณคีรี(คุณพ่อ)จะคิดอยู่เสมอว่าบีทีเอสเปรียบเสมือนฟ้ากำหนดให้ทำ แม้ต้องฝ่าฟันกับปัญหาตั้งแต่ยังไม่ได้ให้บริการ แต่สามารถดำเนินการจนสำเร็จ ไม่เพียงแค่ธุรกิจแต่ยังเป็นการทำเพื่อให้ประเทศไทยด้วย ‘ คำพูดที่ ‘กวิน กาญจนพาสน์ ‘

 

เจ้าสัวน้อยซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS พูดถึงอาณาบีทีเอส ไม่เพียงแค่ผู้นำของกลุ่มแต่ได้ร่วมฝ่าฟันปัญหาสารพัดรุมเร้าตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่รถไฟฟ้ายังไม่เปิดให้บริการ เผชิญวิกฤติปี 2540 หนี้ท่วมบริษัท ไม่เหลือเงินสดในการทำธุรกิจ ก่อนที่กลุ่มบีทีเอสจะเติบโต กลายเป็นธุรกิจแสนล้านที่ใครๆก็อยากเป็นพันธมิตรด้วยอย่างทุกวันนี้

   นับตั้งแต่เปิดรถไฟฟ้าบีทีเอสเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ก่อตั้งบริษัทบริหารสื่อนอกบ้าน บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และนำเข้าตลาดหุ้น มีการซื้อกิจการเพื่อลงทุนและร่วมเป็นพันธมิตรจนทั้งกลุ่มมีมูลค่ารวม 2.7 แสนล้านบาท พนักงานทั้งในและต่างประเทศ เกือบ 4 หมื่นคน

   ด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจคือ ธุรกิจเดินรถไฟฟ้า สื่อนอกบ้าน อสังหาริมทรัพย์ และบริการ หากแต่บริษัทและพันธมิตรที่ลงทุนจำนวนมากทำให้ปี 2563 เขย่าโครงสร้างครั้งใหญ่ของกลุ่มบีทีเอส ด้วยการจัดกลุ่มธุรกิจใหม่  

    ธุรกิจรายได้หลักยังเป็นบริการขนส่งมวลชน (mass transit) ที่ไม่ได้มีเพียงรถไฟฟ้าอย่างเดียว มีการขนส่งประเภทอื่นๆหลังลงทุนในการขนส่งด้านอื่น   ธุรกิจที่สองคือ O2O โซลูชั่น หรือ Marketing Solution) มีวีจีไอเป็นตัวหลัก มีบมจ. แพลน บี มีเดีย( PLANB )และ บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) จากอดีตเป็นสื่อนอกบ้านอย่างเดียวแต่วันนี้ไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสื่อบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น ดิจิทัล ออนไลน์ โลจิสติกส์ หรือช่องทางผ่านพันธมิตรที่มีอยู่ พลิกเป็นโซลูชั่นภายใต้ช่องทางของบีทีเอสและพพันธมิตร ทำให้ให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าได้ 

   ธุรกิจอสังหา ฯ มี บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U เป็นหลักซึ่งเน้นโรงแรมที่จะทำเองในไทยและบริหารจัดการ แต่ในต่างประเทศจะเข้าซื้อสัญญาเช่าและเปลี่ยนเป็นแบรนด์ ส่วนประเภทคอนโดมีเนียมทำร่วมกับพันธมิตร จากเดิมสัญญาลงทุนทาง บมจ.แสนสิริ ( SIRI )หมดลงพร้อมที่จะเปิดกว้างให้กับทุกราย ไม่เฉพาะบริษัทที่ถือหุ้นเท่านั้น

   การเข้าไปถือหุ้นบมจ. โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์( NOBLE) ในปีที่ผ่านมาวางให้ลงทุนร่วมกับทาง ยู ชิตี้ ในการทำโครงการ ซึ่งบีทีเอสมีที่ดิน 10 กว่าแห่งตามแนวรถไฟฟ้าแถบทุกสายที่นำมาพัฒนาได้

   ‘กรณีร่วมลงทุนอสังหาฯ กับพันธมิตรอันดับแรกที่พิจาณาเลือกอยู่บนเงื่อนไขผลตอบแทนบีทีเอส 50 % และไม่ขาดทุน เพราะธุรกิจที่ไม่ชำนาญจริงไม่ยุ่งให้ฝ่ายที่ชำนาญทำดีกว่า เน้นตัวเลขการันตรีและพันธมิตรที่แข็งแรง ‘

   และสุดท้ายธุรกิจน่าจะทำกำไรได้มากขึ้นในอนาคต กับโลจิสติกส์ ด้วยขนาดใหญ่มากขึ้นจากการมีแครี่ เอ็กซ์เพรส ทำเกิด กลยุทธ์จับมือกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น บมจ.อาร์เอส (RS) ที่ไม่ใช่ทีวีดิจิทัลแต่เป็นผู้ขายสินค้าที่มีแพลตฟอร์มด้วยยอดขาย 30,000 ชิ้นต่อวัน ,บมจ. คอมเซเว่น (COM7) มีสาขา 600 แห่งทั่วประเทศสามารถเชื่อมกับธุรกิจO2O ได้

    ‘หลักการคือบีทีเอสต้องการร่วมมือกับพันธมิตรเสมือนให้มาเป็นเพื่อนกับบีทีเอส เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งธุรกิจขนส่งมวลชนเป็นผู้เปิดประตูทักทาย หลังจากนั้นธุรกิจ O2O จะเป็นผู้ทำความรู้จักลูกค้าว่าต้องการอะไร เหมือนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกัน รู้ถึงความต้องการ ผ่านดาต้าบัตรแรทบิทที่มี 5 ล้านคน และผ่านพันธมิตอีก 18 ล้านคน’

    ที่่สำคัญดาต้าดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาและสร้างเป็นธุรกิจใหม่ๆ และบีทีเอสสามารถนำเสนอโซลูชั่นสร้างรายได้ในระยะยาวได้อีก นั้นหมายถึง 3 ธุรกิจหลังไม่ต้องลงทุนไม่เยอะเหมือนธุรกิจแรก (Light Asset)แต่สร้างกำไรขั้นต้นได้มากกว่า และสามารถนำประโยชน์จากกลุ่มลูกค้ามาเพิ่มบริการ

    อย่างไรก็ตามการเติบโตของบีทีเอสช่วง 10 ปี เมื่อเทียบกับคนคือตัวใหญ่ขึ้น กินอย่างเดียว ต้องสร้างกล้ามเนื้อให้องค์กรแข็งแรงต่อไป ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจแล้วมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรไปด้วย

    ปัจจุบันพอขยายตัวเร็ว มีหลายธุรกิจไม่ใช่แค่เดินรถไฟฟ้าอย่างเดียว จนพนักงงานเป็นหมื่นคนภายใต้บีทีเอสยังรู้จักกันไม่ดีพอ และทำให้เกิดประเด็นแต่ละหน่วยงานเน้นเฉพาะงานในธุรกิจที่ทำอยู่ ทุกฝ่ายรู้ว่ากลยุทธ์ใหญ่ขององค์กรคืออะไรเพราะวางแผนไว้หมดแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนเป็นหมื่นเดินไปด้วยกัน  ในทางเดียวกัน และรู้สึกว่าเป็นคนของบีทีเอส ไม่ใช่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง

    ดังนั้นจึงจะโฟกัสจุดนี้มากขึ้นปีที่ผ่านมามีการถือหุ้นใน บมจ. ฮิวแมนิก้า (HUMAM )เพื่อนำระบบซอฟ์แวร์มาช่วยทำให้ผู้บริหารสื่อสารกับพนักงานผ่านเทคโนโลยีทันทีว่าเค้าต้องการ ชอบหรือไม่ชอบอะไร และยังเอื้อกับธุรกิจไปด้วย

    เนื่องจาก HUMAN มีฐานลูกค้าคอร์ปอเรทรายใหญ่มากถึง 3,000 บริษัท พนักงาน 4 แสนคน และนั้นหมายถึงสามารถเชื่อมมายังบัตรแรทบิทให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ทำให้มีคอร์ปอเรทรายใหญ่สนใจเป็นลูกค้าแล้ว เช่น กลุ่มสหพัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ โซนี่ โตโยต้า แสนสิริ กัลฟ์ เป็นต้น

    คีย์เวิร์ดของแผน 3-5 ปี จากนี้ของเจ้าสัวน้อย บีทีเอส หลังเดินทางสร้างอาณาแสนล้านมา 20 ปี คือให้ในบ้านและคนในบ้านแข็งแรงก่อน เพราะวันนี้บีทีเอสกินจุแล้วไม่ได้ออกกำลังกาย ตัวโตแต่ไม่มีกล้ามเนื้อ เกิดส่วนเกินมากขึ้น ต้องเข้าคอร์สลดน้ำหนักเวลาจะออกไปทำอะไรข้างนอกจะได้ไม่มีปัญหา

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง