'มาดามเดียร์' เผย กมธ.การเงิน การคลังฯ จ่อนำข้อมูล Big Data มาใช้ในอนุมัติสินเชื่อ

'มาดามเดียร์' เผย กมธ.การเงิน การคลังฯ จ่อนำข้อมูล Big Data มาใช้ในอนุมัติสินเชื่อ
17 มกราคม 2563
722

"มาดามเดียร์ วทันยา" เผย กมธ.การเงิน การคลังฯ เตรียมตั้ง อนุ กมธ.ศึกษาการนำข้อมูล Big Data มาใช้ในการอนุมัติสินเชื่ออย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของ ปชช.

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 63 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี โดยเนื้อระบุว่า...

เดียร์ได้มีโอกาสไปพบผู้ว่าแบงก์ชาติ คุณวิรไท สันติประภพ ในฐานะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ในการประชุมผู้บริหารแบงก์ชาติได้นำเสนอถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 และข้อมูลสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศหลายอย่าง ซึ่งเดียร์จะขอยกประเด็นหลักๆที่คิดว่าน่าสนใจมาร่วมแชร์ค่ะ

#บาทแข็ง ดอกเบี้ยต่ำ วิกฤตเศรษฐกิจแต่โอกาสทองในการลงทุนของประเทศ สถานะดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศเกินดุล วันนี้เงินในระบบของประเทศนั้นมีจำนวนมากแต่น่าเสียดายที่เงินเหล่านี้ไม่สามารถลงไปถึงเศรษฐกิจฐานราก แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?

157925483177

ท่านผู้ว่าฯแบงก์ชาติบอกว่านี่คือ “โอกาสทองของการลงทุน” เดียร์มองว่าสิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเป็นผู้ถือธงนำการลงทุนของประเทศ และถ้าหากรัฐจะต้องเลือกลงทุนเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเดียร์อยากเห็นรัฐเลือกลงทุน “เรื่องระบบการบริหารจัดการน้ำ” ทุกครั้งที่เดียร์ได้มีโอกาสลงพื้นที่ในต่างจังหวัดไม่ว่าจะไปในภูมิภาคใด จะเห็นว่าปัญหาหลักของเกษตรกรไทยมีอยู่ 3 เรื่องหลักๆด้วยกัน นั่นคือ 1.ที่ดินทำกิน 2. น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร 3. หนี้นอกระบบ ซึ่งกว่า 70% ของพื้นที่ประเทศนั้นเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปัญหาน้ำจึงกระทบกับคนเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าหากรัฐสามารถแก้ปัญหาเรี่องน้ำได้สำเร็จไม่เพียงแต่จะให้ประชาชนไม่ลำบากมีน้ำใช้เท่านั้น แต่จะช่วยเรื่องรายได้ของเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน

157925480337

#การใช้ BigData เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศได้เริ่มนำร่องจนไปไกลแล้วแต่สำหรับประเทศไทยถือว่าการนำข้อมูล Big Data มาใช้ในการอนุมัติสินเชื่อนั้นยังน้อยมาก ซึ่งตรงนี้ก็อาจเป็นเพราะยังมีอุปสรรคในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ปริมาณและความหลากหลายของข้อมูลที่ต้องเก็บจากพฤติกรรมของผู้บริโภค (life style) ในหลายๆ ส่วน ข้อมูลลูกค้าจากธนาคารพาณิชย์อย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ในการคำนวณ credit scoring หากเรามีหน่วยงานหรือองค์กรอิสระ ที่สามารถเข้าถึง พร้อมรวบรวม Big Data เพื่อนำข้อมูลมาใช้อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนได้ก็คงจะดีไม่น้อย แต่สิ่งสำคัญหลักวันนี้ก็คือ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล ที่นับว่าเป็นเรื่องดีที่เรามีการจัดทำกฎหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชนแล้ว แต่จะนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชนได้นั้นยังไม่มีความชัดเจนของกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะรายละเอียดของกฎหมายลูกที่วันนี้ยังไม่มี ก็นับว่าเป็นอุปสรรคสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่กรรมาธิการได้หารือกับผู้ว่าฯ ก็ได้มีความเห็นว่าเรามีแนวทางจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อมาศึกษาเรื่องดังกล่าวโดยตรงค่ะ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง