'เงินเย็น' เดือนละ 1,000 ลงทุนอะไรได้บ้าง?

'เงินเย็น' เดือนละ 1,000 ลงทุนอะไรได้บ้าง?
16 มกราคม 2563 | โดย ปณิดดา เกษมจันทโชติ
34,119

เปิด 3 ช่องทาง "ลงทุน" สำหรับคนงบน้อย กองทุนรวม ทองคำ หุ้น และการลงทุงในตัวเอง ที่ช่วยเปิดโอกาสเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินได้มากขึ้น

ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำจนสัมผัสไม่ได้ เงินเฟ้อในอนาคตที่ทำให้มูลค่าของเงินจำนวนเดิมลดลง วิทยาการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ทำให้อายุเฉลี่ยของคนไทยที่เพิ่มขึ้นทำให้ทุกคนมีโอกาสมีอายุแตะหลักร้อย และอีกหลายๆ เหตุผลที่ทำให้ต้องหาเงินให้เพียงพอกับชีวิตปั้นปลายยากขึ้นตามไปด้วย

คำพูดที่ว่าให้เงินทำงาน” “ให้เงินต่อเงินเป็นแนวทางที่หลายคนพยายามทำเพื่อมีสถานะทางการเงินที่ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุด และหนีไม่พ้นการลงทุน

แต่ในอดีตเมื่อพูดถึงการลงทุน ก็มักจะนึกถึงบรรดานักลงทุนกระเป๋าหนัก นักธุรกิจ ที่มีเงินเย็น (เงินที่ไม่ต้องรีบใช้) จำนวนมากๆ หลักหมื่น ไปจนถึงหลายสิบล้าน ที่พร้อมทุ่มลงทุนกับโอกาสที่เข้ามา ทว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี (Teachnology) เข้ามาผสมผสานกับระบบการเงิน (Finance) กลายเป็น FinTech ที่ให้บริการด้านการเงินการลงทุนที่เข้าถึงได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ มีการลงทุนตั้งแต่หลักร้อย ทำให้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงความมั่งคั่งได้ด้วยตัวเอง และมีแหล่งข้อมูลด้านการเงิน การลงทุน การบริการจัดการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายแบบฟรีๆ 

แม้การลงทุนจะทำได้ง่ายกว่าที่เคย ทว่า อุปสรรคใหญ่ที่หลายคนต้องเจอ คือวงจรการใช้เงินแบบรายจ่ายมากกว่ารายรับ” “เดือนชนเดือน” “หนี้ใหม่โปะหนี้เก่าทำให้ไม่มีเงินเหลือสำหรับเก็บ และเริ่มต้นลงทุนไม่ได้สักที

กรุงเทพธุรกิจรวบรวมช่องทางการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่เงินหลักร้อยหรือหลักพันบาท ผ่านเครื่องมือที่เป็นที่รู้จักและเชื่อถือได้มาเป็นทางเลือกคนเพิ่งเริ่มต้นลงทุน 

โดยการลงทุนที่เริ่มต้นจากเงินจำนวนน้อยที่จะกล่าวถึงนี้ จะหมายถึงการลงทุนอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ เดือน ซึ่งจะสามารถสะสมจนเป็นสินทรัพย์ก้อนใหญ่ได้ หากลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย สามารถเป็นเงินทุนที่นำไปลงทุนต่อ หรือวางรากฐานชีวิตในอนาคต หรือเป็นเงินก้อนสำหรับใช้ในยามเกษียณได้

157915860147

              

  •  ลงทุนกองทุนรวม ออมหน่วยลงทุน เริ่มต้น 500 บาท 

ลักษณะการลงทุนในกองทุนรวม คือการนำเงินของเราไปลงทุนในกองทุนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ตั้งขึ้น เพื่อให้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ ภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุน โดยจะสร้างผลตอบแทนในรูปแบบของส่วนต่างกำไรและเงินปันผล

ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะได้รับจะแตกต่างกันออกไปตามรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งการเลือกรูปแบบกองทุนจะแตกต่างกันออกไปตามความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละคนรับได้ โดยมีตั้งแต่ กองทุนความเสี่ยงต่ำ (ความเสี่ยงระดับ 1) ไปจนถึงความเสี่ยงสูงมาก (ความเสี่ยงระดับ 8+) 

สำหรับการลงทุนในกองทุนรวม สามารถทยอยสะสมเงินได้ขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 500 บาท โดยบางกองทุนสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 1 บาทเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับนโบายการลงทุนของแต่ละกองทุน ตามแต่ละ บลจ. โดยผู้ลงทุนสามารถปรับสัดส่วนเงินลงทุนแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย และกำลังทรัพย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทางเลือกเก็บเงินไว้ใช้บน 'คาน'

 

ข้อดีของการลงทุนกองทุนรวม

  • มีมืออาชีพคอยบริหาร ช่วยจัดการกองทุนให้เป็นไปตามนโยบาย
  • กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน
  • มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย สามารถเลือกตามความเสี่ยงที่เหมาะกับตัวเองได้
  • มีสภาพคล่องสูง สามารถขายคืนหน่วยลงทุนเป็นเงินสดได้ง่าย
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เฉพาะประเภท SSF และ RMF

ข้อควรระวังหากต้องการลงทุนกองทุนรวม

  • ผู้ลงทุนขาดความรู้เรื่องการลงทุน ทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้
  • ผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน เนื่องจากมีปัจจัยจากสภาวะตลาด ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงินของประเทศ อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดต่างประเทศ ฯลฯ
  • มีความผันผวนของผลการดำเนินงาน (standard deviation) 
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นความเสี่ยงต้องคำนึงถึงเมื่อลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ หรือกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศ
  • การขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย สำหรับกองทุนที่มีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาในการถือครอง
  • อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ผลตอบแทนกองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ ฯลฯ อาจน้อยกว่าราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น

กองทุนรวมเหมาะสำหรับ

  • คนที่ยังต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลการลงทุน
  • คนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดตลอดเวลา
  • คนที่เริ่มต้นลงทุนใหม่ๆ 

157915862193  

  •  ลงทุนทองคำ ออมเงินให้เป็น "ทอง" เริ่มต้น 1,000 บาท 

ลักษณะการลงทุนในทองคำที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่เงินจำนวนน้อย เป็นรูปแบบของ “การออมทอง” โดยมีกติกาเดียวกับการออมทองในอดีต คือ การสะสมเงินทีละน้อยให้ครบตามราคาน้ำหนักทองที่ต้องการ และสามารถถอนออกมาเป็นทองคำได้

แต่ปัจจุบัน เราสามารถออมทองผ่านแอพพลิเคชันของร้านทองได้โดยตรง หรือตัวกลางผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายทองออนไลน์ (ที่ควรตรวจสอบก่อนว่าเป็นตัวกลางที่เชื่อถือได้ ผ่านการอนุญาตที่ถูกต้อง)

ความเสี่ยงของการลงทุนในทองคำ ไม่มีระดับให้เลือกเหมือนการลงทุนกองทุนรวม เนื่องจากความผันผวนของราคาทองคำ ขึ้นอยู่กับสภาวะต่างๆ ที่เข้ามากระทบ และเป็นไปตามราคาทองคำโลก 

สำหรับการลงทุนทองคำในรูปแบบของการออมทองในปัจจุบันสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 1,000 บาท โดยระบบออมทองจะเฉลี่ยเงินที่ซื้อกับราคาทอง เวลานั้นๆ ทุกครั้งที่มีการซื้อ จนกว่าเงินที่ซื้อจะพอดีราคาทองคำที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสามารถถอนออกมาได้ เช่น 1 สลึง 1 บาท 5 บาท 10 บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการออมทองที่ว่านี้ ไม่ได้มีรูปแบบการเติบโตเหมือนกับกองทุนรวมและหุ้น เน้นการเก็บเพื่อให้ได้มาซึ่งทองคำมาเก็บไว้เป็นสินทรัพย์

ข้อดีของการลงทุนในทองคำ

  • สามารถสะสมจากเงินจำนวนน้อยๆ 
  • สามารถเก็บทองคำไว้เป็นสินทรัพย์ได้
  • ช่วยถัวเฉลี่ยราคาทองคำให้ได้ต้นทุนราคาทองไม่ต่ำหรือสูงเกินไป

ข้อควรระวังหากต้องการลงทุนในทองคำ

  • ใช้เวลานาน
  • ราคาทองคำที่มีความผันผวน
  • มีความเสี่ยงเรื่องการเก็บรักษา มีความเสี่ยงจากการถูกลักขโมย หรือจำเป็นต้องเช่าพื้นที่จัดเก็บเพื่อความปลอดภัย

การลงทุนในทองคำเหมาะสำหรับ

  • คนที่อยากได้ทองคำแท่งเป็นทรัพย์สิน 
  • ติดตามตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง
  • รับความเสี่ยงได้ปานกลางขึ้นไป

157915865141

  •  ลงทุนหุ้น แบบออมหุ้น เริ่มต้นหลักร้อย 

การลงทุนใน หุ้น" (Stock) เป็นการระดมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไปเพื่อไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือหุ้นจะมีฐานะเป็น "เจ้าของ" ซึ่งจะมีส่วนได้เสียหรือมีสิทธิ์ในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลเมื่อกิจการมีกำไร และหากกิจการมีผลการดำเนินงานที่ดี ราคาหุ้นเติบโต ก็จะสามารถทำกำไรได้จากส่วนต่างราคาได้ด้วย

ลักษณะการลงทุนทยอยลงทุนในหุ้น หรือออมหุ้น ในปัจจุบันสามารถเปิดพอร์ตหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถทำรายการซื้อขายและติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่านระบบ Trading แบบเรียลไทม์ทั้งในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ทโฟน

สำหรับการทยอยซื้อหุ้นนั้น สามารถทำได้ตั้งแต่เงินไม่กี่ร้อยบาท (ขึ้นอยู่กับราคาหุ้น) เช่น สมมติหุ้น A ราคา 2.50 บาท/หุ้น ซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้น อยู่ที่ 250 บาท หุ้น B ราคา 9.12 บาท ซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้น อยู่ที่ 912 บาท เป็นต้น

ข้อจำกัดของการซื้อหุ้นตัวด้วยจำนวนเงินน้อยๆ คือ สามารถซื้อหุ้นได้เฉพาะหุ้นที่มีราคาหน่วยไม่สูง ซึ่งสัดส่วนอัตรากำไร/ขาดทุนจะน้อยตามสัดส่วนเงินลงทุน ในทางตรงกันข้ามการซื้อหุ้นทุกๆ เดือนสม่ำเสมอจะช่วยถัวเฉลี่ยราคาต้นทุนของหุ้นได้ในระยะยาว ได้ราคาหุ้นเฉลี่ยที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไปโดยไม่ต้องจับจังหวะการลงทุน 

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนในหุ้นรายตัวยังจำเป็นต้องความเสี่ยงจากความผันผวนสูง ผลตอบแทนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกิจการนั้นๆ มีโอกาสสูญเงินต้น ซึ่งหากกิจการมีปัญหาจนถึงขั้นล้มละลาย ผู้ถือหุ้น จะได้รับเงินลงทุนคืนก็ต่อเมื่อกิจการจ่ายภาระผูกพันแก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้น 

ดังนั้น ผู้ที่จะตัดสินใจลงทุนต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนลงทุน ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของการลงทุน แนวโน้มการเติบโตของหุ้นในอนาคต การดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน ฯลฯ 

แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นก็ไม่ค่อยแน่นอน ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกิจการนั้นๆ หากกิจการมีปัญหาจนถึงขั้นล้มละลาย ผู้ถือหุ้น จะได้รับเงินลงทุนคืนก็ต่อเมื่อกิจการจ่ายภาระผูกพันแก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิเรียบร้อยแล้ว 

ข้อดีของการออมหุ้น

  • ทยอยสะสมหุ้นได้ด้วยเงินจำนวนน้อย 
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่
  • ช่วยถัวเฉลี่ยราคาหุ้นให้ได้ต้นทุนราคาเฉลี่ยที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
  • ตัดเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ต้องจับจังหวะการลงทุน

ข้อควรระวังจากการออมหุ้น

  • ต้องถือครองในระยะยาว
  • มีความเสี่ยงสูงมาก
  • หากเลือกหุ้นที่ไม่ได้มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวอาจทำให้สูญเงินทั้งหมดได้ (มีความเสี่ยงเหมือนซื้อหุ้นตามปกติ)

การออมหุ้นเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่รับความเสี่ยงสูงได้สูงถึงสูงมาก
  • ผู้ที่ศึกษาพื้นฐานการลงทุนในหุ้นอย่างเข้าใจแล้ว
  • ติดตามสภาวะตลาดหุ้น สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการลงทุนทั้ง 3 แบบแล้ว ยังมีการลงทุนหนึ่งที่ทุกคนสามารถืทำได้ และควรทำอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

157915873889

   

  •  การลงทุนในตัวเอง 

การลงทุนความรู้ เพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ การดูแลสุขภาพ ฯลฯ ที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น อาจเรียกรวมๆ ได้ว่าการลงทุนในตัวเองนับเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเอื้ออำนวยให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นลงทุนในตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว

การลงทุนในตัวเองเริ่มต้นได้จากการแบ่งเวลาอย่างชัดเจนจากงานหลัก ตั้งเป้าหมายค้นคว้าข้อมูล ความรู้ที่สนใจ พยายามเรียนรู้เรื่องนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถทำได้ผ่านช่องทางให้ความรู้แบบที่มีทั้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและมีค่าใช้จ่าย อาทิ เว็บไซต์ เพจ สื่อฯ ในอินเทอร์เน็ต ข้อมูลบางส่วน(ที่เชื่อถือได้)จากโซเชียลมีเดีย หนังสือ การร่วมกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ ตลอดจนการเข้าคอร์สเรียนทั้งทางออฟไลน์และออฟไลน์ 

ข้อดีของการลงทุนในตัวเอง

  • มีทักษะต่างๆ เพิ่มขึ้น สุขภาพดีขึ้น
  • มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่งานมากขึ้น
  • สามารถต่อยอดเป็นอาชีพใหม่ สร้างรายจากหลายช่องทาง
  • ต่อยอดแนวคิดต่างๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้น
  • มีประสบการณ์ต่างๆ เพิ่มขึ้น

ข้อเสีย ไม่มี 

เหมาะสำหรับ ทุกคน

จะเห็นได้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ช่วยสนับสนุนให้คนทั่วไป มีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินได้มากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำลง และสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการลงทุนที่เป็นประโยชน์ได้ง่ายขึ้น 

อย่างไรก็ตาม เมื่อขึ้นชื่อว่า “การลงทุน” ย่อมมีความเสี่ยงตามมา โดยเฉพาะการลงทุนตามกระแส ลงทุนตามคนอื่น ลงทุนโดยขาดการศึกษาข้อมูลยิ่งสร้างความเสี่ยงการลงทุนให้มากขึ้น ดังนั้น ก่อนลงทุนจึงต้องวางแผนการเงิน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้การลงทุนตอบโจทย์เป้าหมายที่วางไว้ และเกิดประโยชน์สูงสุด

อ้างอิง
หุ้น (Stock), ออมหุ้นDCA, กองทุนรวม จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ออมทองผ่านแอปพลิเคชัน จาก ฮั่ว เซ่ง เฮง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง