กูรูแนะดักซื้อทองคำ มั่นใจระยะยาว 'ขาขึ้น'

กูรูแนะดักซื้อทองคำ มั่นใจระยะยาว 'ขาขึ้น'
10 มกราคม 2563
18,135

นักวิเคราะห์ ชี้ราคาทองร่วงหนัก เหตุคลายกังวลปัญหาตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนะระยะสั้นชิงขายทำกำไร ก่อนรอซื้อกลับบริเวณ 1,525-1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินภาพระยะยาวยังเป็นขาขึ้น ลุ้นผ่านแนวต้านแรก 1,603-1,616 ดอลลาร์

นางสาวเบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG เปิดเผยว่าแนวโน้มราคาทองคำปีนี้ถือว่าปรับตัวหวือหวาตั้งแต่ต้นปี หลังความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวผันผวนรุนแรง โดยล่าสุดวานนี้ (9 ม.ค.63) ลดลงกว่า  4.12% จากระดับสูงสุดของวันที่ 8 ม.ค.2563 ที่อยู่ระดับ 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาอยู่ที่บริเวณ 1,545 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือลดลงราว 66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สาเหตุจากนักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากกรณีผู้นำสหรัฐแถลงว่าไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านและจะตอบโต้อิหร่านด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดยไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

การอ่อนตัวของราคาทองคำดังกล่าว ถือเป็นการย่อตัวลงมาสร้างฐานหลังเกิดขึ้นจากแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุนที่คลายความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังก่อนหน้านี้ราคาทองคำปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 6.17% จากระดับเปิดศักราชปี 2563 ที่ 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาทำจุดสูงสุดในวันที่ 8 ม.ค.2563 ที่ระดับ 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และส่งผลให้ปัจจุบันผลตอบแทนจากราคาทองคำลดลงเหลือเพียง 1.8%

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้น คาดว่ามีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ แต่ไม่น่าหลุดแนวรับแรกที่ระดับ 1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 1,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากราคายังไม่ผ่านระดับดังกล่าวแนะนำให้ขายทำกำไรออกมาก่อน ขณะที่นักลงทุนที่ยังไม่มีทองคำในพอร์ตแนะนำให้รอซื้อที่ระดับแนวรับดังกล่าว

ส่วนแนวโน้มราคาทองคำทั้งปีในปีนี้ แม้ระยะสั้นอาจย่อตัวลงบ้าง แต่เชื่อว่าระยะกลางถึงยาวยังเป็นช่วงขาขึ้น เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนราคาทองคำหลายเรื่องทั้งการเจรจาการค้าที่แม้ว่าจะมีข้อตกลงกันได้เฟสแรก แต่ก็ยังมีการเจรจารอบอื่นๆที่ยังไม่แน่นอน,การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) ,ความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและแรงกดดันของเกาหลีเหนือ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันหุ้นทั่วโลกให้ปรับฐาน และนักลงทุนจะย้ายมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น

“เรายังให้กรอบของราคาทองคำปีนี้ที่ระดับ 1,603-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีการปะทะกันรุนแรงมากขึ้น”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง