BMW M5... ไม่ใช่แค่แรง แต่ สมดุล

BMW M5... ไม่ใช่แค่แรง แต่ สมดุล
7 มกราคม 2563 | โดย สินธุ์ชัย ภมรพล [email protected]
2,257

“เอ็ม” เป็นรหัสความแรงของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ผู้ซึ่งหลงใหลรถตราใบพัดฟ้าอยากจะได้มาขับสักคัน รวมถีง “เอ็ม 5” เจ้าของค่าตัว 13.299 ล้านบาท คันนี้

       ทำไมถึงต้องซื้อ เอ็ม ทั้งที่ระดับราคานี้ ก็มีรถกลุ่มสปอร์ตให้เลือกได้หลายรุ่น

     คำตอบก็คือ เพราะความชอบ บีเอ็มดับเบิลยู เพราะความชอบ เอ็ม และความชอบในรถร้อนแรงที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันทุกวัน และไม่ได้มีรูปโฉมแปลกตาไปจากรถยนต์ทั่วไป ความแตกต่างมาจากอุปกรณ์หรือรายละเอียดบางอย่าง เช่น สปอยเลอร์หลัง เอ็ม ส่วนเบรกเป็นแบบ คาร์บอนเซรามิก M เพื่อมาจัดการกับกำลังของเครื่องยนต์ และแรงบิดที่ร้อนแรง และยังมีน้ำหนักที่เบาลง ช่วงเพิ่มความคล่องตัว สมรรถนะ การขับขี่ และอัตราเร่ง โดยคาลิปเปอร์เบรกใช้สี Matt Gold ติดสัญลักษณ์ M เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ทำให้รู้สึกแตกแยกบนท้องถนน

       นั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าหลายคนชื่นชอบ เพราะมันดูกลมกลืนไปกับรถอื่นๆ บนท้องถนน ดูธรรมดาๆ แต่เนื้่อแท้ภายในต่างหาก ที่มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 

       ยกเว้นคันที่อยู่กับผมคันนี้ ซึ่งเหลืองอร่าม สะดุดตา แม้จะวิ่งฝ่าสายฝน ก็ยังเห็นได้ชัดเจน บรรยากาศช่างเหมือนเราเห็นดอกบวบสีเหลืองเย็นๆยามเย็นหลังฝนพรำ ช่วยให้ดูสดชื่นได้มากทีเดียว... อารมณ์นี้ต้องถามเด็กต่างจังหวัดครับ

       ด้านข้างรถยังมีตัวหนังสือสีดำตัวใหญ่ๆ ว่า TOWN TAXI  อีกต่างหาก

157831117929

       เรื่องของเรื่องก็คือ ช่วงที่ผมเอามาขับก่อนหน้านี้ เอ็ม 5 คันนี้ ติดพันภารกิจในแทรคที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต สีที่เห็นไม่ใช่สีแท้จริง เป็นการแร็ปด้วยสติกเกอร์ แต่สีจริงๆ นั้นเป็นสีดำครับ แต่ผมขับเสร็จแล้ว รถก็ต้องกลับไปพีระฯ ต่อ จึงไม่ได้แกะสติกเกอร์ออก

       เอ็ม 5 ใช้เครื่องยนต์ เบนซิน 8 สูบ ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 4,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,600 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม .แน่นอนมันเป็นความเร็วที่ล็อคเอาไว้เพื่อความปลอดภัย 

       เครื่องยนต์ร้อนแรงครับ สเปคของอัตราเร่งก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างหนึ่ง แต่การขับขี่จริงให้คำตอบที่ชัดเจนกว่า เพราะมันตอบสนองในทุกจังหวะที่ต้องการ การออกตัวที่รุนแรง จี๊ดจ๊าด การเรียกกำลังในขณะที่ขับขี่ทุกย่านความเร็วมาได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องการเร่งแซง ถ้าไม่ประมาทเกินไป รับรองไม่มีเสียวแน่นอน เพราะมันใช้เวลาในการแซงไม่นาน แม้ว่าขณะนั้นจะอยู่ที่ความเร็วกลางๆ หรือความเร็วสูงๆ อยู่ก็ตาม

       ผมเน้นเรื่องการเร่งแซง ไม่เน้นเรื่องการรีดกำลังจากม้ามาเป็นความเร็วแข่งกันบนท้องถนน เพราะว่าช่วงแซงเป็นช่วงที่มีความเสี่ยง ซึ่งรถที่เครื่องยนต์ดีๆ ก็ช่วยในเรื่องนี้ได้ เพราะสามารถนำพารถออกจากพื้นที่เสียงได้เร็ว  ประโยชน์ของสมรรถนะเครื่องยนต์คือตรงนี้

       การตอบสนองของเครื่องยนต์มาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเลือกโหมดขับขี่ในโหมด เอฟฟิเชียนซี ก็ยังตอบสนองได้ดี และเกือบตลอดการขับขี่ผมใช้ นอร์มอล เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เพียงพอแล้วกับท้องถนนบ้านเรา

       แต่ถ้าอยากได้อารมณ์มากขึ้น ก็ขึ้นไปใช้ สปอร์ต หรือ สปอร์ต+ หรือจะเลือกตั้งเองก็ได้ว่าอยากได้การตอบสนองของเครื่องยนต์แบบไหน พวงมาลัยแบบไหน หรือว่าช่วงล่างแบบไหน โดยเมื่อตั้งที่ละอย่างโดยปุ่มแถวๆ คันเกียร์แล้วก็กดปุ่ม M สีแดง ที่พวงมาลัย ซึ่งมี 2 ปุ่มเขียนว่า M1 และ M2 หมายถึงสามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ได้ 2 แบบ เมื่อจะใช้เมื่อไรก็แค่กดปุ่มเลือกเท่านั้นเอง

157831118737

       แต่คนที่ชอบสุนทรีย์ทางเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามดุๆ ก็คงต้องเลือกสปอร์ต หรือ สปอร์ต+ ซึ่งจะปรับแต่งเสียงจากระบบไอเสียที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านกลไกวาล์วไอเสียรวม

       เรื่องของความแรงไม่ใช่ปัญหาของเอ็ม 5 แต่สิ่งที่ผมชอบมากกว่าคือ ความลงตัวของรถโดยรวม เพราะเครื่องยนต์ที่แรงนั้น เชื่อว่าใครก็ทำได้ ไม่ยาก แต่ว่าทำเครื่องแรงออกมาแล้ว ส่วนประกอบอื่นๆ มันเหมาะสมกันหรือไม่ รองรับกำลังเครื่องยนต์ที่สุดโหดได้หรือไม่

       สำหรับ เอ็ม 5 ผมขับแล้วบอกได้ว่ามันมีความลงตัวสูง ช่วงล่างรองรับการขับขี่ได้ในทุกรูปแบบ แม้แต่ช่วงที่ลองขับจะเจอกับสายฝนบ่อยมาก แต่ก็ยังมั่นใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง แค่กุมพวงมาลัยเบาๆ แบบผ่อนคลาย เจอทางตรงก็ตรงไป เจอทางโค้งก็เข้าและออกได้อย่างเนียนๆ 

157831117717

       จังหวะการเปลี่ยนความเร็วเป็นเรื่องที่เด่นของ เอ็ม 5 และอย่างที่บอกแล้วว่า มองข้ามเครื่องยนต์ไปได้เลย ไม่มีอะไรติดค้างกับมัน แต่ผมหมายถึงการตอบสนองของตัวรถด้านอื่นๆ ในจังหวะเปลี่ยนความเร็วไม่ว่าจะเปลี่ยนขึ้น หรือความเร็วลดลงจากการถอนคันเร่งหรือใช้เบรกก็ตาม

       เพราะแม้ว่าเราจะกดคันเร่งลงไปแบบรุนแรง จนรู้สึกได้ถึงแรงกระชากชนิดที่ใครไม่แข็งแรงอาจหน้าหน้ามืดได้ แต่รถไม่มีอาการวอกแวก ส่อแววสูญเสียการทรงตัว ท้ายดิ้นท้ายปัดแต่อย่างใด ต้องชื่นชมการออกแบบช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อน M xDrive ซ่ึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่งจะบริหารการส่งกำลังไปยังล้อต่างๆ ตามความเหมาะสม แต่โดยหลักๆ จะเน้นการส่งไปยังล้อหลัง

       หรือช่วงการเบรกลดความเร็วอย่างรวดเร็ว จากความเร็วสูงๆ รถก็มีอาการนิ่งๆ ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกกังวล

       จุดต่างของรถอยู่ที่ตรงนี้ครับ ย้ำอีกครั้งว่าเครื่องยนต์แรงๆ คงทำกันได้ไม่ยาก แต่การทำให้ขับสนุก และควบคุมได้ง่าย ไม่ใช่เรื่องง่าย 

       การทรงตัวที่ดีของรถยังน่าจะเป็นผลมาจากหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำได้ดี ซึ่งส่วนหนี่งแสดงออกมาทางเสียงลมที่ปะทะตัวถัง ซึ่งมีเข้ามาน้อยมาก แม้แต่ด้านบนที่เป็นหลังคาซันรูฟ ซึ่งจะเป็นจุดที่เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้ง่ายที่สุด ก็ยังเงียบน่าพอใจที่ความเร็วสูง จะมีเสียงจากยางซึ่งเป็นยางสปอร์ต ด้านหน้า 275/35 R20 ด้านหลัง 285/35 R20 บ้าง แต่ไม่มากนัก การเก็บเสียงทำได้ดี 

157831117668

       ส่วนการส่งกำลัง เอ็ม 5 ใช้ เกียร์ สเต็ปโทรนิค เอ็ม 8 สปีด เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว นั่นเป็นอีกเหตุผลถึงความกระฉับกระเฉงในการขับขี่ รวมถึงความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดที่ไม่มีการสะดุดให้รู้สึก

       อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบใจก็คือ ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า ที่เรียกกันว่า เฮดอัพ ดิสเพลย์ เพราะนอกจากจะมีเรื่องของความเร็วหรือว่าระบบนำทางแล้ว ยังแสดงตำแหน่งเกียร์ และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งผู้ขับรถแรงๆ บางทีเขาก็อยากรู้รอบมากกว่าความเร็วครับ และด้วยการเป็นรถแรงๆ การที่มันแสดงบนกระจกหน้า ทำให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น 

       เอ็ม 5 นอกจากเรื่องของวัสดุศาสตร์ เพื่อช่วยลดน้ำหนัก ทำให้รีดประสิทธิภาพของส่วนอื่นๆ ได้มากขึ้น ทั้งการตอบสนองเครื่องยนต์ การควบคุม การลดอัตราสิ้นเปลือง หรือว่าลดการปล่อยไอเสีย โดยโครงสร้างหลายส่วนที่ทำให้มีน้ำหนัก เช่น ฝากระโปรงหน้าอลูมิเนียม หลังคาผลิตจากพลาสติกคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ซึ่งมีน้ำหนักที่เบา

       มาดูเรื่องของภายในห้องโดยสารกันบ้าง เอ็ม 5 มีห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย เบาะนั่งด้านหน้าออกแบบให้กระชับลำตัว เหมาะกับการขับขี่แบบสปอร์ต  แต่เบาะนั่งด้านหลังเหมาะกับนั่ง 2 คนมากกว่า แล้วดึงพนักพิงสำหรับตรงกลางลงมาเป็นที่เท้าแขน วางแก้ว แต่ถ้าจะนั่ง 5 คน ตรงกลางก็นั่งได้เพราะออกแบบมาเป็นอีก 1 ที่นั่ง แต่คงไม่สบายตัวนักหากเดินทางไกลๆ

157831118178

157831118465

157831118087

       การออกแบบภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีน้ำตาลอ่อน กับสีดำคุมโซน  เพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยด้ายเย็บเบาะ และมีลูกเล่นกับสัญลักษณ์ เอ็ม 5 ที่เบาะ ซึ่งจะมีแสงสว่างเมื่อเปิดประตู เห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้งานยามค่ำคืน 

       การเดินทางไกลๆ สบาย ไม่เครียด จากการที่เบาะนั่งได้สบายไม่เมื่อย ทัศนวิสัยดี บวกกับเรื่องของสมรรถนะต่างๆอย่างที่บอกไปข้างต้น ก็เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า มันเป็นสปอร์ตร้อนแรงที่ขับขี่ได้ทุกวัน และทั้งวันครับ 

*****

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง