มก.เก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก ผลิตยาแผนไทย7 ตำรับ

มก.เก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก ผลิตยาแผนไทย7 ตำรับ
5 มกราคม 2563
2,259

มก.วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก เผยคุณภาพสมบูรณ์ดี พร้อมนำไปผลิตยาแผนไทย 7 ตำรับ

ดร.ณธกร ทัศนัส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมพืชกัญชาและพืชเสพติดสมุนไพรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร  ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า การปลูกกัญชาในรอบแรกนี้ได้ถูกวางแผนเพื่อให้ได้วัตถุดิบสำคัญ 4 ส่วนคือ ดอก ใบ ก้านใบและราก

นับตั้งแต่เพาะเมล็ดเมื่อวันที่ 6 กันยายน จนถึงวันนี้รวมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ต้นกัญชามีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ดี ดอกกัญชามีลักษณะที่พร้อมเก็บเกี่ยวตามความต้องการของตำรับยาแผนไทยคือ เกสร (Pistil) เปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นสีน้ำตาลมากกว่า 50%  ทีมงานเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 จำนวน 99 ต้น มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร เพื่อนำไปผลิตเป็นยาแผนไทยต่อไป

ดร.หทัยรัตน์  โชคทวีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายของพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์กัญชาที่ปลูก ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

ในล็อตนี้ ประกอบด้วยกัญชาสายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์หางเสือ ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีทั้งดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และดอกกะเทย โดยต้นที่ปรากฏดอกเพศผู้ และดอกกะเทย ได้ถูกกำจัดไปแล้ว เนื่องจากทางทีมผลิตต้องการช่อดอกเพศเมีย ที่ไม่ถูกผสมเกสร เป็นวัตถุดิบส่งให้แก่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เนื่องจากมีรายงานว่าช่อดอกเพศเมียมีการสะสมของสารสำคัญมากกว่าดอกเพศผู้และกะเทย

ทั้งนี้กัญชาสายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์หางเสือ มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่ใกล้เคียงกัน และความสูงไม่แตกต่างกัน แต่สามารถจำแนกได้โดยใช้ลักษณะช่อดอก คือ กัญชาสายพันธุ์หางกระรอก ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก เรียงชิดและอัดกันแน่นเป็นช่อดอกขนาดใหญ่ หากเมื่อสัมผัสช่อดอกจะได้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะม่วง

ขณะที่กัญชาสายพันธุ์หางเสือ ประกอบด้วยดอกย่อย เรียงชิดกัน แต่กระจายเป็นหย่อมๆ ตามก้านช่อดอก ส่วนปลายจะอัดกันแน่น และหากเมื่อสัมผัสช่อดอกจะได้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นเลม่อน อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีโครงการที่จะพัฒนาเทคนิคทางเครื่องหมายโมเลกุล เพื่อช่วยในการจัดจำแนกกัญชาทั้งสองสายพันธุ์ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ส่วนของโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร โดย พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ กล่าวว่า สำหรับวัตถุดิบช่อดอกกัญชาที่ได้รับไปในวันนี้จำนวนทั้งสิ้น 103 กิโลกรัมนั้น จะถูกนำไปคัดแยกเอาเฉพาะส่วนที่เป็นช่อดอก หรือ กะหลี่กัญชา และนำไปแปรรูปโดยวิธีการพึ่งแดดให้แห้ง

ก่อนจะนำไปทำการสะตุและนำไปเข้าตำรับยาแผนไทยเข้ากัญชาจำนวน 7 ตำรับที่โรงพยาบาลจะดำเนินการผลิตจากวัตถุดิบล๊อตนี้ได้แก่ ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ ตำรับยาไฟอาวุธ ตำรับยาอัมฤตยโอสถ ตำรับยาไพสาลี ตำรับยาอไภยสาลี ตำรับยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง และตำรับน้ำมันสนั่นไตรภพ 

พญ.กัญญาภัค กล่าวต่ออีกว่า จากการที่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้นำวัตถุดิบประเภท ใบกัญชาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปผลิตตำรับยาศุขไสยาศน์ เพื่อให้บริการกับผู้ป่วยนั้นพบว่าผลการตรวจวัตถุดิบใบกัญชาดังกล่าว ไม่มียาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือเชื้อจุลชีพที่เป็นอันตรายปนเปื้อนแต่อย่างใด รวมทั้งผลการรักษาในผู้ป่วยที่ได้รับยาศุขไสยาศน์ ก็มีผลการรักษาที่ดีขึ้น เป็นที่น่าพอใจ

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง