'เฟซบุ๊ค' เจาะเทรนด์โซเชียลฯ พลิกเกมโลกธุรกิจปี 2563

'เฟซบุ๊ค' เจาะเทรนด์โซเชียลฯ พลิกเกมโลกธุรกิจปี 2563
2 มกราคม 2563
757

3 เทรนด์มาแรงคือ การแชร์คอนเทนท์แบบชั่วคราว วีดิโอ และการส่งข้อความทางแชท

“ปี 2563 ถือเป็นทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่จะพลิกโฉมการประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิมไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การตลาด ไปจนถึงการสร้างธุรกิจให้เติบโต”

จอห์น แวกเนอร์ ผู้อำนวยการบริหาร เฟซบุ๊ค ประเทศไทย กล่าว พร้อมกับเผยว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเด่นชัดในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากทุกประเทศล้วนมีอัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้เศรษฐกิจในแถบนี้เติบโตได้เร็วมากที่สุดในโลก

157793984839

แมคคินเซย์ คาดการณ์ไว้ว่าเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจีดีพีโลก เนื่องจากทิศทางการค้าการลงทุนข้ามพรมแดนทั่วโลกจะเคลื่อนย้ายมาทั่วทั้งภูมิภาคนี้ 

รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนกระแสโลกาภิวัฒน์ไปสู่กระแสภูมิภาคนิยมได้ โดย 60% ของการซื้อขายสินค้าที่ผลิตโดยประเทศในเอเชียนั้นเกิดขึ้นภายในภูมิภาค

นอกจากนี้ 71% ของการลงทุนในสตาร์ทอัพในเอเชียยังถือเป็นการลงทุนระหว่างภูมิภาค ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียนั้นนิยมเดินทางท่องเที่ยวในเอเชีย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 74%

'วีดิโอ' ยึดเวลาโลกโซเชียล

แวกเนอร์บอกว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจระดับมหภาค ความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อประสบการณ์จากแบรนด์และธุรกิจก็มีการผันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเช่นกัน เห็นได้ว่าผู้คนเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนภาคธุรกิจด้วยซ้ำ ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่งผลต่อวิธีการค้นหา การศึกษาข้อมูล และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในท้ายที่สุด

“เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บนเฟซบุ๊ค โดย 3 เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ การแชร์คอนเทนท์แบบชั่วคราว การบริโภคคอนเทนท์รูปแบบวีดิโอ และการส่งข้อความทางแชท"

เขาประเมินว่า ปีนี้เทรนด์ดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก สรุปง่ายๆ คือ ในเอเชียจะเห็นพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่การใช้แพลตฟอร์ผ่านมือถือที่เพิ่มขึ้น มีคอนเทนท์ในรูปแบบวีดิโอมากขึ้น มีการใช้ฟีเจอร์สตอรี่มากขึ้น ไปจนถึงการสนทนาและการทำธุรกิจผ่านการทักแชทที่จะเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลโดยจีเอสเอ็มเอระบุว่า เอเชียครองตลาดของผู้ใช้งานมือถือรายใหม่มากที่สุดในโลกซึ่ง สัดส่วนถึง 61% ขณะที่ยุโรปตะวันออกกลาง-แอฟริกา 25% ส่วนสหรัฐอเมริกา 14%

อีมาร์เก็ตเตอร์พบว่า จำนวนผู้ชมวีดิโอในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมากว่า 54% ของผู้ชมวีดิโอสตรีมมิ่งทั่วโลกมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากวีดิโอที่รับชมบนมือถือจะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและมีการแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยอีกจำนวนมาก

'แชท-ข้อความ'หนุนการค้า

จากการศึกษาวิจัยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านประสบการณ์การรับชมวีดิโอ 2 ประเภทหลัก คือ กลุ่มที่รับชมวีดิโอระหว่างเดินทาง “on-the-go” และ กลุ่มที่ชื่นชอบการดูและตั้งใจเข้ามารับชมวิดีโอ “captivated viewing” แน่นอนว่าทั้งสองกลุ่มมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ยุคที่พฤติกรรมการรับชมเปลี่ยนไป กุญแจสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้มากที่สุดก็คือ การค้นหาและใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะด้วยการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนบนคอมมูนิตี้ออนไลน์ หรือการผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพสูง

ขณะที่ธุรกิจบริการสตรีมมิ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมจะมองหาแบรนด์ที่สื่อสารข้อเสนอต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากที่สุด รวมไปถึงแบรนด์ที่สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับชมได้ตามความต้องการรายบุคคล ทั้งเห็นแนวโน้มว่าผู้ใช้งานหันมาแชร์ประสบการณ์แบบชั่วคราวกันเพิ่มขึ้น

เฟซบุ๊คระบุว่า มียอดผู้ใช้งานฟีเจอร์สตอรี่บนเฟซบุ๊คและแอพในเครือมากกว่า 500 ล้านรายต่อวัน การส่งข้อความจากต้นปี 2561 ที่มีข้อความกว่า 8 พันล้านข้อความถูกส่งระหว่างผู้คนกับธุรกิจบนแมสเซ็นเจอร์ทุกๆ เดือน มาปีนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 2 หมื่นล้านข้อความ 

ปัจจุบัน มีธุรกิจที่ใช้แมสเซ็นเจอร์เป็นประจำทุกเดือนมากกว่า 40 ล้านราย แนวโน้มที่น่าสนใจผู้คนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เอเชียแปซิฟิกจะส่งข้อความหาผู้ประกอบธุรกิจเฉลี่ยมากกว่าทั่วโลก โดย 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ส่งข้อความไปให้กับธุรกิจในช่วงวันหยุดปลายปีที่แล้ว

อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ความนิยมส่งข้อความที่มากขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตของการซื้อขายสินค้าผ่านการส่งข้อความและแชทออนไลน์ รายงานการศึกษาซึ่งจัดทำโดยบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ร่วมกับเฟซบุ๊คใน 9 ประเทศ พบว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเทรนด์การซื้อขายสินค้าผ่านแชทออนไลน์แ ซงหน้าประเทศอื่นๆ ทั้งในแง่การรับรู้และการใช้แชทออนไลน์เพื่อการซื้อสินค้า

ไทยยึดแชมป์ค้าขายผ่านแชท

ผู้บริหารเฟซบุ๊คบอกว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ประเทศไทยมียอดการทำธุรกรรมจากการซื้อขายผ่านแชทออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับแรก 40% ตามมาด้วยเวียดนาม 36% รองลงมาได้แก่ อินโดนีเซีย 29% มาเลเซีย 26% และฟิลิปปินส์ 23% ขณะที่สัดส่วนการซื้อขายผ่านแชทออนไลน์ในประเทศอื่นยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อาทิ สหรัฐอเมริกา 5% เม็กซิโก 6% อินเดีย 10% และบราซิล 11% 

"กล่าวได้ว่าภูมิทัศน์การค้าเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและวิธีการที่ผู้คนเลือกใช้โต้ตอบกับธุรกิจ ดังนั้นการสร้างธุรกิจและแบรนด์ให้ปรากฏบนแพลตฟอร์มและค้นหาได้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจคว้าชัยชนะในศึกการค้ายุคใหม่ได้สำเร็จ"

สำหรับการเตรียมพร้อมคำตอบคือ “การสร้างความสัมพันธ์” โดยธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนได้ด้วยการออกแบบเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือ แอพพลิเคชั่น การตลาด และการสื่อสารแบบเรียลไทม์ เพื่อลดช่องโหว่และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ประการที่สอง ต้องพิจารณาว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันอย่างไร ประการที่สาม การสร้างความสัมพันธ์ต้องอาศัยแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์ ยินดีที่จะทดลองวิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ เช่น ผ่านเทคโนโลยีเออาร์ วีอาร์ วีดิโอแนวตั้ง หรือแม้แต่การสร้างช่องทางและแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่ ฯลฯ

สุดท้ายธุรกิจควรเลือกวัดผลเฉพาะสิ่งที่สำคัญ มุ่งทำไอเดียให้กลายเป็นจริง สำคัญต้องกำหนดวัตถุประสงค์ได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับการวัดผลลัพธ์ ซึ่งจะช่วยในการวางแผนธุรกิจ สร้างประสบการณ์ที่ดี ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล มีการโต้ตอบ และเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง