สหกรณ์แท็กซี่หวั่นอนาคตผูกขาด หลัง 'คมนาคม' ดันแกร็บถูก กม.

สหกรณ์แท็กซี่หวั่นอนาคตผูกขาด หลัง 'คมนาคม' ดันแกร็บถูก กม.
15 ธันวาคม 2562
4,108

เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ แนะเอื้อให้เกิดผู้เล่นหลายราย หวั่นเกิดการผูกขาด ห่วงคิดค่าโดยสารผ่านแอพไม่เป็นธรรม หลัง "คมนาคม" เตรียมเสนอ ครม.เคาะกฎกระทรวง ดัน "แกร็บ" ถูกกฎหมาย นำร่องแท็กซี่ก่อนขยายไปจักรยานยนต์รับจ้าง คาดมีผล มี.ค.63

นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ฯ ได้ไปร่วมแสดงความเห็นในการเปิดประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ แต่ไม่แน่ใจว่าร่างกฎกระทรวงที่เสนอ ครม.จะมีการปรับแก้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ฯ ไม่คัดค้านการออกกฎกระทรวง แต่ร่างกฎกระทรวงควรกำหนดเงื่อนไขที่เอื้อให้มีผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันเกิดขึ้นหลายราย ไม่ใช้ออกกฎหมายเพื่อรองรับผู้ประกอบการเพียง 1 ราย

สำหรับประเด็นสำคัญที่ให้ความเห็นไป คือ 1.ความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงให้อำนาจนายทะเบียนกำหนดเงื่อนไขการรับจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชัน ซึ่งถ้ากำหนดให้ผู้ยื่นจดทะเบียนต้องมีสมาชิกระดับหนึ่งจึงจะจดทะเบียนได้ จะทำให้ผู้ประกอบการรายปัจจุบันมีความได้เปรียบเพราะมีสมาชิกอยู่แล้ว รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะจดทะเบียนจะทำได้ยากในการหาสมาชิกเริ่มต้น เนื่องจากรายเดิมจะดึงสมาชิกไปหมด จึงเห็นว่าควรมีหลักเกณฑ์ที่เอื้อให้เกิดผู้ประกอบการหลาย 4-5 ราย เพื่อให้เกิดการแข่งขัน

2.การกำหนดคุณลักษณะรถยนต์ ซึ่งต้องการให้รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันให้หลักเกณฑ์เดียยกับการควบคุมรถแท็กซี่ป้ายเหลือง โดยอาจจะให้รถแทกซี่ปรับไปใช้หลักเกณฑ์ของ

รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชัน หรือจะให้รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันมาใช้หลักเกณฑ์ของรถแท็กซี่ก็ได้

ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้การขออนุญาตรถแทกซี่ป้ายเหลืองจะต้องเป็นรถที่ใช้งานมาแล้วไม่เกิน 2 ปี หรือ วิ่งมาแล้วไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร ในขณะที่รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชัน กำหนดเงื่อนไขเป็นรถใช้งานมาแล้วไม่เกิน 9 ปี แต่ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขระยะทางวิ่ง

  • หวั่นคำนวณค่าโดยสารผ่านแอพ

3.การกำหนดราคาค่าโดยสาร ซึ่งรถแท็กซี่ป้ายเหลืองจะถูกควบคุมราคาตามมิเตอร์ ในขณะที่รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันจะได้รับอนุญาตให้คำนวณราคาเองผ่านแอพพลิเคชันให้ผู้โดยสารตัดสินใจเลือกใช้บริการ

สำหรับรูปแบบการคำนวณอัตราค่าโดยสารผ่านแอพพลิเคชันจะมีราคาขึ้น-ลงตามสถานการณ์ โดยในช่วงที่มีผู้ใช้บริการมากหรือมีจำนวนรถน้อยราคาจะปรับขึ้น เช่น คูณ 1.5-2.0 เท่า ซึ่งแนวทางนี้ผู้โดยสารมีโอกาสทั้งได้ค่าโดยสารลดลงหรือสูงขึ้นเมื่อเทียบกับแท็กซี่ป้ายเหลือง แต่ปัจจุบันมีปัญหารถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันบางส่วนพร้อมใจกันไม่กดรับบริการ และทำให้จำนวนรถขาดและทำให้ค่าโดยสารปรับสูงขึ้น โดยถ้ามีลักษณะเช่นนี้เพิ่มมากขึ้นอาจทำให้ผู้โดยสารเสียเปรียบ

157640157834

ในขณะที่รถแท็กซี่ป้ายเหลืองไม่ว่าจะในช่วงเวลาใดหรือในสถานการณ์ใดจะเก็บค่าโดยสารตามมิเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันเคยเจอปัญหาในช่วงฝนตกที่รถว่างมีน้อยทำให้แอพพลิเคชั่นคำนวณราคาเพิ่มขึ้น 4 เท่า โดยถ้าผู้โดยสารไม่มีทางเลือกก็ต้องเลือกใช้บริการในราคานี้

ขณะนี้จำนวนรถแท็กซี่ป้ายเหลืองมีมากกว่า 1 ล้านคัน ในขณะที่รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันออกมาเปิดเผยจำนวนรถ 40,000 คัน แต่ถ้าในอนาคตจำนวนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันมีมากขึ้น และมีผู้ประกอบการเพียง 1 ราย ในขณะที่รถแท็กซี่ป้ายเหลืองลดจำนวนลงอาจทำให้ผู้เล่นที่มีเพียง 1 ราย กำหนดตลาดเองได้

  • รัฐบาลดัน "แกร๊บ" ถูกกฎหมาย

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาหาปากท้อง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยในเร็ววันนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน หรือ "แกร็บ" (Grab) ถูกกฎหมาย 

ทั้งนี้ ต้องออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ ประกอบด้วย 1.กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น และ 2.กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และการออกใบอนุญาตสำหรับนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้บริการรถจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันถูกกฎหมาย เพื่อเพิ่มความสะดวกและเป็นธรรมแก่ประชาชน เพราะในปัจจุบันนั้น มีการนำรถส่วนบุคคลเข้ามาให้บริการรับจ้างผ่านแกร็บ (Grab) ซึ่งผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น รถแท็กซี่ รัฐบาลได้มีมาตรการรับรองไว้อยู่แล้ว โดยการออกกฎหมายกระทรวงเพื่อให้แกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

"สำหรับร่างกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในเดือน มี.ค.2563 โดยเริ่มจากการให้บริการแกร็บแท็กซี่ก่อน ส่วนรถจักรยานยนต์ หรือ แกร็บไบค์ ยังต้องใช้เวลาศึกษาอีกสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเปิดให้แกร็บถูกกฎหมายนั้น ถือว่าตอบโจทย์ประชาชนในการใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย จึงเชื่อว่านโยบายดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: