ครม.ฟินแลนด์ยุค 'พลังหญิง-อายุน้อย' ผู้เปลี่ยนเกมหรือแค่สีสัน?

ครม.ฟินแลนด์ยุค 'พลังหญิง-อายุน้อย' ผู้เปลี่ยนเกมหรือแค่สีสัน?

หลังพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งฟินแลนด์ (เอสดีพี) มีมติรับรอง "ซานนา มาริน" เป็นหัวหน้าพรรคและทำให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุด ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า การเมืองฟินแลนด์ยุคนี้เป็นผู้เปลี่ยนเกม หรือเป็นแค่สีสันทางการเมืองที่ชายเป็นใหญ่

การเมืองฟินแลนด์ในวันนี้สดใส คึกคัก และมีสีสันขึ้นมาทันที หลังได้รมว.กระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร วัย 34 ปี มานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ โดยร่วมบริหารประเทศกับอีก 4 พรรค และในจำนวนนี้มี 3 พรรคที่มีหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิง และอายุต่ำกว่า 35 ปี แถมยังมีแนวโน้มว่าจะได้ขุนคลังของประเทศที่มีอายุแค่ 32 ปี แต่คำถามคือ นี่เป็นการปรับโฉมการเมืองอย่างแท้จริงหรือแค่การสร้างสีสันให้แวดวงการเมืองเท่านั้น

ซานนา มาริน ถือเป็นนักการเมืองหญิงจากพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งฟินแลนด์ (เอสดีพี) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้ หลังจากเธอเตรียมก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฟินแลนด์ที่อายุน้อยที่สุดในโลก

157602967848

มารินจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศในสัปดาห์นี้ หลังจากได้รับเลือกให้เป็นนายกฯคนใหม่ ต่อจากนายอันต์ตี รินเน อดีตนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่ง หลังจากไม่ได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมรัฐบาล จากเหตุผละงานประท้วงของพนักงานไปรษณีย์

มาริน จะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของฟินแลนด์ และจะเป็นแกนนำรัฐบาลผสมสายกลางซ้ายของฟินแลนด์ที่ประกอบไปด้วย 5 พรรคการเมือง ที่ล้วนมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิงทั้งหมด และ 4 ใน 5 คนเป็นนักการเมืองหญิงรุ่นใหม่อายุไม่ถึง 35 ปีด้วย

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำฟินแลนด์ครั้งนี้ ทำให้มาริน สร้างสถิติเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดในโลกที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอายุน้อยคนอื่น ๆ มี นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ วัย 39 ปี และนายกรัฐมนตรีโอเล็กซี ฮอนชารูก ของยูเครน วัย 35 ปี

มาริน กล่าวหลังจากได้รับเลือกให้ดำรงค์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องอายุหรือเรื่องเพศของฉัน ฉันคิดถึงแต่เหตุผลในการเข้าสู่เวทีการเมือง และความไว้วางใจจากประชาชนทุกคนที่มอบให้ เรามีงานที่ต้องทำอีกมากมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน”

พรรคเอสดีพี ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากเอาชนะพรรคฟินน์ พรรคการเมืองฝ่ายขวาต่อต้านผู้อพยพ ในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน เม.ย.ได้ ซึ่งนักวิจารณ์บางคนมองว่าชัยชนะที่ได้มา เป็นชัยชนะของแนวคิดเสรีนิยมและอุดมการณ์สังคมที่เท่าเทียมในฟินแลนด์ ต่อพรรคการเมืองที่ต่อต้านผู้ลี้ภัยและต้องการจำกัดผู้ลี้ภัยเข้าประเทศให้เหลือเกือบเป็นศูนย์ และพรรคที่ต่อต้านมาตรการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แต่ชัยชนะของพรรคสังคมประชาธิปไตยไม่ยั่งยืน เพราะตั้งแต่นั้นมา ผลการสำรวจความเห็นบ่งชี้ว่า พรรคสังคมประชาธิปไตยกลับได้รับความนิยมเป็นอันดับ 4 ในขณะที่พรรคฟินน์ กลายเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศ ซึ่งหมายความว่าหากมีการยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่ในเวลานี้ พรรคฝ่ายขวาจะชนะในทันที

157602969970

บรรดาผู้สังเกตการณ์การเมืองให้ความเห็นว่า การเข้ามาบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีหญิงผู้นี้ ไม่น่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านนโยบายของประเทศ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลตกลงแผนการบริหารประเทศมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว แถมมารินยังชนะการลงมติให้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนที่ฉิวเฉียด สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชัยชนะของเธอไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติ