LTF (ปีสุดท้าย) และ RMF ลงทุนตอนไหนดี?

LTF (ปีสุดท้าย) และ RMF ลงทุนตอนไหนดี?
8 ธันวาคม 2562 | โดย ปณิดดา เกษมจันทโชติ
8,597

ทำความรู้จัก DCA (Dollar Cost Averaging) ทางเลือกลงทุนระยะยาว LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี

ปลายปีวนมาถึงทีไร หลายคนก็ต่างนึกถึงการซื้อกองทุนเพื่อลงทุนระยะยาว ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้อย่าง กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund: LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF) ช่วงโค้งสุดท้ายของปี

เป็นเรื่องที่เถียงกันไม่ตกว่าท้ายที่สุดแล้ว ระหว่างซื้อช่วงต้นปี กลางปี หรือปลายปีกันแน่ที่เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดในการลงทุน

คนส่วนใหญ่มักลงทุนช่วงปลายปี เพราะมีห้วงเวลาโค้งสุดท้ายกดดัน บางคนชอบซื้อช่วงต้นปี อาจเป็นเพราะรับเงินโบนัสเป็นเงินก้อน ช่วงต้นปีจึงเป็นช่วงที่มีเงินลื่นมือ มีกำลังใจในการแบ่งเงินมาลงทุน ขณะที่บางคนตัดสินใจซื้อหน่วยลงทุนในช่วงกลางปีเพราะมีโบัสกลางปี หรือมีการวางแผนในแบบของตัวเอง

ไม่ว่าจะเลือกลงทุนช่วงไหน ไม่มีถูกผิดเพราะทุกคนก็ต่างมีเป้าหมายเพื่อให้ได้จังหวะที่คิดว่าจะได้ราคาที่ดีที่สุดทั้งนั้น 

แต่แน่นอนว่า ไม่มีใครที่รู้อย่างชัดเจนว่า ช่วงไหน เวลาไหน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุน เพียงแต่ใช้ข้อมูลย้อนหลังมาประกอบกับการคาดการณ์ตามข้อมูลย้อนหลัง รวมถึงประสบการณ์และกลยุทธ์ของแต่ละคน

แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ สามารถซื้อกองทุน แบบทยอยลงทุนรายเดือน ที่เรียกว่า DCA 

ในทางทฤษฎี DCA (Dollar Cost Averaging) คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน ที่เราสามารถกำหนดการลงทุนเป็นงวด ๆ งวดละเท่า ๆ กัน อาจลงทุนเป็นรายเดือน รายไตรมาส ฯลฯ โดยไม่สนใจว่าราคาหน่วยลงทุน ที่เราจะซื้อตอนนั้นเป็นราคาเท่าไร จะขึ้นหรือจะลง ก็ยังลงทุนเท่าเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเงินที่ต้องการลงทุนเป็นหลัก ซึ่งวิธีการลงทุนแบบนี้จะเป็นระบบที่ช่วยตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไปได้ ไม่ต้องคอยจับจังหวะการลงทุนที่ยากจะคาดเดา และเหมาะสำหรับมือใหม่ยังไม่มีกลยุทธ์การลงทุนเฉพาะตัว

ข้อดีของ DCA

  • ช่วยลดความกังวลในการลงทุน
  • ไม่ต้องตามตลาดตลอดเวลา เพื่อจับจังหวะการลงทุน
  • ช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนหน่วยลงทุน
  • ไม่มีเงินก้อนใหญ่ก็สามารถลงทุนได้

ข้อควรระวังของ DCA

  • เหมาะกับการลงทุนระยะยาว 
  • อาจได้ผลตอบแทนน้อยกว่า
  • ไม่เหมาะกับการลงทุนทุกสินทรัพย์

ปัจจุบันการลงทุนตามแนวคิดแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนนี้ ทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากธนาคาร หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่างๆ มีบริการตัดเงินจากบัญชีเพื่อลงทุนในวันที่กำหนดแบบอัตโนมัติ จะช่วยป้องกันกรณีลืมซื้อ และช่วยสร้างวินัยในการลงทุนได้มากขึ้นด้วย

  • LTF ปีสุดท้าย DCA ทันไหม?

สำหรับปี 2562 เป็นปีสุดท้ายที่สามารถซื้อ LTF ได้ ดังนั้นหลังจากผ่านพ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ไปแล้ว จะไม่สามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนประเภท LTF ได้อีก หรือ DCA ไม่ทันแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม LTF จะยังทำงานต่อไปตามปกติ ภายใต้การบริหารงานแบบเดิม จนครบระยะเวลา 5 ปี หรือ 7 ปี ตามเงื่อนไขที่แต่ละกองทุนกำหนด ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้คาดว่าจะมีกองทุนเพื่อมาทดแทน LTF ซึ่งเป็นกองทุนที่มีลักษณะการดำเนินงานใกล้เคียงกัน และสามารถลดหย่อนภาษีได้ ส่วน RMF ยังสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ตามปกติ

ตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA


หมายเหตุ : ราคาหน่วยลงทุน จำนวนเงินที่ซื้อ จำนวนหน่วยสะสม และราคาเฉลี่ยที่ปรากฏในตารางเป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น (ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

จากข้อมูลในตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่า ตลอดทั้งปีราคากองทุนรวมมีการปรับตัว ขึ้นลงอยู่แทบตลอดเวลา หากเราทยอยซื้อทุกเดือนก็จะทำให้ต้นทุนราคาเฉลี่ยถูกกว่าการเก็บเงินซื้อเป็นก้อนในครั้งเดียว

เมื่อราคากองทุนรวมลดลงจะได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากขึ้น ในขณะเดียวกันเมื่อราคากองทุนรวมเพิ่มขึ้น เราก็จะมีโอกาสเพิ่มความมั่งคั่งมากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตามการทยอยสะสมหน่วยลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF ในระยะยาวลักษณะนี้ ยังต้องอยู่บนพื้นฐานการลงทุนอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ พร้อมทั้งวางแผนการเงินเพื่อจัดสัดส่วนเงินในการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถลงทุนได้สม่ำเสมอ ตลอดรอดฝั่ง ตามระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนที่กองทุนกำหนด ซึ่งช่วยให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนได้มากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง เพื่อวางแผนเกษียณ เพื่อลดหย่อนภาษี หรือเพื่อเป้าหมายใดๆ ก็ตาม ต้องเกิดขึ้นหลังจากที่ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนนั้นๆ อย่างรอบคอบแล้ว

..เพราะ "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน"

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง