‘หุ้นอิเล็กฯ’ พุ่งนิวไฮรอบ 4 เดือน อานิสงส์ ธปท. ส่งสัญญาณเงินบาทอ่อนค่า

‘หุ้นอิเล็กฯ’ พุ่งนิวไฮรอบ 4 เดือน อานิสงส์ ธปท. ส่งสัญญาณเงินบาทอ่อนค่า
7 ธันวาคม 2562
1,820

หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มฟื้น หลัง “แบงก์ชาติ” ส่งสัญญาณเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลดัชนีกลุ่มอิเล็กฯ พุ่งสูงสุดรอบ 4 เดือน หรือเพิ่มขึ้นราว 20% ในช่วง 5สัปดาห์ นักวิเคราะห์ปรับน้ำหนักลงทุน “เท่าตลาด” พร้อมชู “เดลต้า-ฮานา-เคซีอี” เด่นสุด

ค่าเงินบาทช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากประมาณ 30.16 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 30.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่าค่าเงินบาทและค่าเงินภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มอ่อนลง เมื่อพิจารณาจากนักลงทุนต่างชาติที่เคยซื้อเงินบาท กลับมาชอร์ตในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา การเกินดุลการค้ามีแนวโน้มลดลง และอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Yield curve) ของไทยต่ำกว่าสหรัฐและเกือบต่ำสุดในเอเชียจึงดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาน้อยลง สำหรับการลดดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่มีผลกระทบต่อเงินบาทโดยตรง

ล่าสุด วานนี้ (6 ธ.ค.) หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นโดดเด่นในช่วงเช้าของการซื้อขาย เพิ่มขึ้นราว 3% จากวันก่อนหน้า แรงหนุนจาก 3 หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุดของกลุ่ม ได้แก่ บมจ.เดลต้า อีเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส หรือ HANA และ บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ หรือ KCE โดยการเพิ่มขึ้นนี้ช่วยหนุนให้ดัชนีของกลุ่มกลับมาแตะระดับ 1,200 จุด อีกครั้ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน ฟื้นตัวขึ้นมากว่า 20% ในช่วง 5 สัปดาห์ ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดในช่วงท้ายกลับมาปรับตัวลดลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ลดช่วงบวกลงมาเหลือประมาณ 1.6% โดย KCE ปรับตัวขึ้นได้มากสุด 3.78% ปิดที่ 19.20 บาท รองลงมาคือ HANA เพิ่มขึ้น 3.28% ปิดที่ 31.5 บาท 

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองว่า ถ้าค่าเงินบาทอ่อนลง ธุรกิจส่งออกก็ผ่อนคลายลง แม้อาจจะไม่ได้อ่อนมาก แต่การที่ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพก็จะช่วยให้ผู้นำเข้าส่งออกสามารถบริหารจัดการเรื่องค่าเงินได้ดีขึ้นในปี 2563 ส่วนทิศทางการส่งออก หลายอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มเติบโตหรือฟื้นตัว เช่น ไก่ส่งออก ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้กับสมาร์ทโฟน เป็นต้น

โดยภาพรวมทางฝ่ายวิจัยปรับน้ำหนักลงทุนกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์เป็น Neutral เมื่อ 28 พ.ย. ที่ผ่าน จากเดิมให้น้ำหนักต่ำกว่าตลาด (Underweight) โดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิสก์เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แม้ว่ายอดขายเซมิคอนดัคเตอร์รายเดือนจะยังหดตัว แต่ก็มีอัตราที่น้อยลงนับตั้งแต่ ก.ค. 2562 เป็นต้นมา ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือนของ ต.ค. 2562 เริ่มพลิกเป็นบวก หลังจากติดลบมา 11 เดือนต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ในกลุ่มคอนซูเมอร์ฟื้นตัวได้ดีกว่ากลุ่มยานยนต์ เห็นได้จากยอดขายชิพที่ใช้กับสมาร์ทโฟนพลิกเป็นบวกได้ในไตรมาส 3 ปี 2562 หลังจากหดตัวมา 7 ไตรมาสติดต่อกัน และมองไปข้างหน้าก็จะมีเทคโนโลยี 5G เข้ามาช่วยหนุนอุปสงค์ในหมวดนี้ด้วย

แนะนำถือ DELTA, HANA, KCE และแนะนำขาย SVI เราให้ DELTA ราคาพื้นฐาน 51 บาท เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ เพราะมองว่าเป็นบริษัทที่มีการกระจายความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ ฐานลูกค้า ทำเลที่ดี และฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีมูลค่าหุ้นปัจจุบันจูงใจ เพราะราคาปัจจุบันมี P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

ส่วน HANA ราคาพื้นฐาน 32 บาท เริ่มเห็นการฟื้นตัวของชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์กลุ่มคอนซูเมอร์ และบริษัทได้สัญญาผลิตเซ็นเซอร์จดจำใบหน้า (3D Facial Recognition) ของสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ บริษัทจะลงทุนผลิตสินค้าใหม่นี้ที่โรงงานลำพูนในไตรมาส 4 นี้ และเริ่มผลิตภายในครึ่งปีแรกปี 2563 ส่วนโรงงานในกัมพูชาก็จะคุ้มทุนได้ในช่วงครึ่งปีหลังปีหน้า

ด้าน KCE ราคาพื้นฐาน 17.50 บาท บริษัทได้รับคำสั่งซื้อที่มีมาร์จินสูงเข้ามาและเดินหน้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านแรงงาน ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2563 ดีขึ้น จากปีนี้ รวมทั้งคาดว่าธุรกิจชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้กับยานยนต์น่าจะหดตัวในอัตราที่น้อยลงในปี 2563

สำหรับ SVI ราคาพื้นฐาน 3.80 บาท แนะนำขาย เนื่องจากราคาหุ้นแพง ณ ปัจจุบันมี P/E ปี 2563 ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

157565676488

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง