ความผันผวนระยะสั้นอาจคงอยู่จนกว่าจะเห็นการลงนามการค้าจริงๆ

ความผันผวนระยะสั้นอาจคงอยู่จนกว่าจะเห็นการลงนามการค้าจริงๆ
3 ธันวาคม 2562 | โดย บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ
461

ตัวเลขเศรษฐกิจยังดูสับสน

จีนรายงานตัวเลขภาคการผลิต (Caixin PMI) พ.ย. ที่ 51.8 จาก ต.ค.ที่ 51.7 และดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 51.5 ส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอละการค้าโลก อย่างไรก็ตามดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ พ.ย.ปรับตัวลงสู่ 48.1 จากต.ค.ที่ 48.3 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 49.4 หดตัวเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้า ส่งผลให้หุ้นสหรัฐตอบรับเชิงลบ และเป็นปัจจัยฉุดบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

ตลาดมีแนวโน้มกังวลสงครามการค้ารอบใหม่ นักลงทุนยังมีแนวโน้มระมัดระวังและกังวลต่อสงครามการค้า หลังประธานาธิปดีทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าจีนห้ามเรือรบและเครื่องบินรบของทางสหรัฐฯ เทียบท่าหรือผ่านน่าฟ้าฮ่องกง ซึ่งแม้ดูรุนแรง แต่เป็นการห้ามเฉพาะยานพาหนะของกองทัพ ไม่ใช้เรือพาณิชย์ทั่วไป ทำให้เรายังคงมองจีนจะจำกัดการตอบโต้แยกกันระหว่างการเมืองระหว่างประเทศ และการเจรจาการค้า อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นระยะสั้นคาดจะมีแนวโน้มผันผวนจนกว่าสงครามการค้าจะได้ข้อสรุป

เรายังเน้น selective buy ในหุ้นที่โมเมนตัมกำไรช่วงครึ่งปีหลังเป็นบวก พื้นฐานแกร่ง ราคาไม่แพง ช่วงสั้นตลาดมีโอกาสผันผวนทั้งจากปัจจัยภายนอก และความไม่มั่นใจสถานการณ์ภายใน โดยเราคง theme การลงทุนใน 1) สาธารณูปโภคที่ยังไม่แพง WHAUP, SSP, NNCL 2) กลุ่มได้ประโยชน์จากน้ำมันทรงตัว อาทิ EPG, BJC, BGC, DCC โรงกลั่น SPRC, TOP, BCP, ESSO 3) กลุ่มโรงแรม AOT, MINT, ERW จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว // รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ADVANC, INTUCH, VRANDA*, TEAMG, MTC, SAWAD, VNT*, CPN // กลุ่มการแพทย์ ร.พ.ขนาดเล็กเด่น RPH*, RJH*, CHG

ภาพรวมกลยุทธ์ ความเสี่ยงระยะสั้นอาจปรับลดลงทดสอบ 1550-1565 จุด อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองการลงทุนโดยรวมเป็นบวกในระยะกลาง ช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า จากตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้น และความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง // หุ้นแนะนำวันนี้ BDMS, WHAUP /เก็งกำไร  THRE* (เป้า 0.75, ตัดขาดทุน 0.60)

แนวรับ 1550-1565 จุด / แนวต้าน : 1580-1590 สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

ประเด็นการลงทุน

ลดราคาน้ำมัน เคาะ 13 ธ.ค.นี้ - เพื่อปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นวันที่ 13 ธ.ค.นี้ หวังปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันให้เป็นธรรม มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนคนไทย หลังประเดิมดึงโรงกลั่นร่วมวงถกรอบแรก มีโอกาสเป็นไปได้ ราคาจะลดลง 1-1.50 บาทต่อลิตร

พาณิชย์มั่นใจกำลังซื้อเริ่มฟื้น - ประชาชนใช้จ่ายเพิ่มหลังรับเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ประกันรายได้ สะท้อนชัดจากยอด จดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ในต่างจังหวัดเพิ่ม ข้าว-แป้งราคาสูงขึ้น รัฐเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือน ดันเงินเฟ้อสูงขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน 0.21% คาด ทั้งปีอยู่ที่ 0.8%

JAS-DTAC บริษัทย่อยของ JAS และ DTAC ลงนามร่วมกันเพื่อเป็นพันธมิตร ให้บริการลูกค้าบนโครงข่ายของทั้ง fixed broadband และ mobile network ของทั้งคู่

ค่าระวางเรือ ดัชนี BDI ปิดทำการ 1568 เพิ่มขึ้น 40 จุด (+2.62%)

 

ประเด็นติดตาม: 5-6 ธ.ค. – OPEC meeting // 6 ธ.ค. ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ // 15 ธ.ค. ทรัมป์พิจารณาขึ้น-ไม่ขึ้น ภาษีสินค้าจีน

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: