Trade Hope

Trade Hope
25 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.กรุงศรี
611

คาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,605 - 1,610 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว จากปัจจัยบวก ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนเร็วๆนี้

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

SET Index รีบาวด์ขึ้น +5.86 จุด (+0.37%) ปิดที่ระดับ 1,598 จุด ด้วย Volume 4.2 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากคาดการณ์กลุ่มโอเปกและพันธมิตรจะยืดเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปถึงกลางปีหน้า ส่งผลให้มีแรงซื้อในกลุ่ม Energy และ Petro นอกจากนี้ยังได้แรงซื้อกลุ่ม Bank และ Etron หนุนดัชนีให้ปรับตัวขึ้น ส่วนนักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นขายสุทธิ 1,466 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 136 ล้านบาท และ Net Long TFEX จำนวน 10,712 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,605 - 1,610 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว จากปัจจัยบวก ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนเร็วๆนี้ สอดคล้องกับปธน.สีจิ้นผิงที่ระบุว่าจีนจะร่วมมือกับสหรัฐในการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกเช่นกันซึ่งเป็นบวกต่อทิศทางการลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ยังได้ Sentiment เชิงบวกจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จะเข้าหารือกับรมว.คลังในรูปแบบกองทุนใหม่ที่จะทดแทน LTF เดิมอีกด้วย อย่างไรก็ตามการที่ MSCI จะปรับน้ำหนักหุ้น A-share ของจีนขึ้นอีก 5% เป็น 20% จะส่งผลให้ Fund Flow ต่างชาติชะลอตัวซึ่งเป็นแรงกดดันให้ดัชนีมีโอกาสสลับอ่อนตัวลง

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มที่คาดว่างบ 4Q19 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง CPF, ERW, TASCO, EPG, SAWAD, MTC, JMT
  • Defensive stock AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC, TTW
  • MSCI rebalance มีผล 26 พ.ย.: Global Standard เพิ่ม BGRIM, GPSC, OSP, SAWAD 

                        Small Cap เพิ่ม CENTEL, DOHOME, JMT, SPRC, STPI, TPIPP, TQM

หุ้นแนะนำวันนี้

  • SAWAD (ปิด 64.50 ซื้อ/เป้า Consensus 67) กลุ่มไฟแนนซ์ยังได้ผลบวกจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง (GDP ต่ำ, ค่าเงินบาทยังแข็ง มีลุ้นแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยอีก) นอกจากนี้ SAWAD ยังเป็นอีก 1 หุ้นที่ได้รับเข้าคำนวณในดัชนี MSCI รอบใหม่เริ่มมีผลตั้งแต่ 26 พ.ย.19 คาดหนุนสัดส่วนการลงทุนจากองทุนและนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น
  • MINT (ปิด 36.75 ซื้อ/เป้า 46) Top pick กลุ่มท่องเที่ยว ได้ประโยชน์โดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นตาม High season ของธุรกิจ, ขาย Trivoly Hotel 3 แห่งช่วยลดแรงกดดันจากการเพิ่มทุน อีกทั้งยังมีการกระจายความเสี่ยงดีสุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการโรงแรมทั้งหมด (อาหาร 50%, โรงแรม 50% และ รายได้ในประเทศ 50%, ต่างประเทศ 50%)

บทวิเคราะห์วันนี้

Thailand Strategy (เร่งเจรจาการค้าก่อนลงนามกฎหมายฮ่องกง)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) Trade war มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ล่าสุด โดนัล ทรัมป์ ระบุจีนกับสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเร็วๆนี้: ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดเริ่มมีความหวังในทางบวกหลังจากมีรายงานว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เชิญนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อเข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง ขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ และสีจิ้นผิง ออกมาตอกย้ำความคืบหน้าดังกล่าว โดย โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในไม่ช้านี้ ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนระบุว่า จีนจะร่วมมือกับสหรัฐในการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน และต้องมีความเท่าเทียมกัน
  • (+) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.5%yoy นับเป็นการเพิ่มขึ้น yoy ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5: กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประจำเดือน ต.ค.มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมด 3.04 ล้านคนเพิ่มขึ้น 4.8%mom และ 12.5%yoy นับเป็นการเพิ่มขึ้น yoy ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยมากที่สุด โดยมีจำนวน 8.26 แสนคนลดลง 3%mom แต่เพิ่มขึ้น 27.9%yoy โดยเพิ่มขึ้น yoy ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำเนื่องจากในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในเดือน ต.ค.อาทิ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย และ รัสเซีย เรามองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานและ Sentiment การลงทุนของหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว Top pick: MINT และ ERW
  • (+/-) ปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 11 หลักทรัพย์, กระทรวงการคลังพิจาณาต่ออายุโครงการ LTF และ สหรัฐประกาศ GDP ไตรมาส3/19: สัปดาห์นี้หุ้นที่ถูกปรับเพิ่มน้ำหนัก, เพิ่มเข้า และ ถอดออกจะเริ่มมีผลบังคับใช้โดยใช้ราคาปิด ณ สิ้นวันที่ 26 พ.ย. โดยมีหุ้นไทยทั้งหมด 11 หลักทรัพย์ แบ่งเป็นดัชนี MSCI Global Standard (BGRIM, GPSC, OSP, SAWAD) และ ดัชนี MSCI Small Cap (CENTEL, DOHOME, JMT, SPRC, STPI, TPIPP, TQM) และวันพุธที่ 27 ติดตามสหรัฐประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/17 (ครั้งที่ 2) นอกจากนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าสำหรับการต่ออายุโครงกองทุน LTF ว่าจะออกมาในรูปแบบต่ออายุโครงการเดิม หรือ จะเปลี่ยนรูปแบบกองทุนใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการหารือร่วมกันในสัปดาห์นี้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: