SQ - ซื้อ

SQ - ซื้อ
21 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.เคจีไอฯ
246

คลื่นลมสงบหลังพายุผ่านพ้น

Event

ประมาณการกำไร 4Q62, ปรับลดประมาณการกำไรปี 62/63 และปรับลดราคาเป้ าหมาย

Impact

คาดว่ากำไรสุทธิ 4Q62F จะเพิ่มขึ้น 11% YoY และพลิกฟื้น QoQ จากขาดทุนสุทธิใน 4Q61

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SQ ใน 4Q62 จะอยู่ที่ 25 ล้านบาท (+11% YoY และดีขึ้น QoQ จากขาดทุนสุทธิ 266 ล้านบาท) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากปริมาณดินที่ขุดได้มากขึ้นจากโครงการแม่เมาะ 8 หลังจากที่บริษัทได้เริ่มเดินเครื่องจักรลำเลียงดินเครื่องใหม่ใน 3Q61 ซึ่งทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตในปีที่แล้วอยู่ที่แค่ 70-75% ต่ำกว่า 90% ใน 4Q62 ส่วนผลประกอบการที่ดีขึ้น QoQ จะมาจากปัจจัยฤดูกาลเพราะฤดูฝนส่งผลต่อการดำเนินงานในโครงการแม่เมาะ 7-8 และหงสาใน 3Q62 ดังนั้นเราจึงคาด
ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 38% QoQ เป็น 1.2 พันล้านบาท นอกจากนี้ เรายังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะดีขึ้น QoQ จาก -14.8% เป็น 16.9% ใน 4Q62 เนื่องจากไม่มีฝนตกแล้ว ซึ่งทำให้จำนวนชั่วโมงที่ขุดดินในแต่ละวันเพิ่มขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการแม่เมาะ 7-8 และหงสาก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น -12%, 25% และ 25% ตามลำดับใน 4Q62

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2562/63F

เราปรับลดประมาณการกำไรของ SQ ปีนี้ลงจากที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 234 ล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 116 ล้านบาทในงวด 9M62 โดยโครงการแม่เมาะ 7 ส่งผลขาดทุนมาที่บริษัทเพิ่มขึ้น YoY ในงวด 9M62 เนื่องจากสัญญาขุดดินใกล้หมดอายุในเดือนเมษายน 2563 ในขณะที่โครงการแม่เมาะ 8 ซึ่งเป็นตัวทำรายได้หลักของ SQ ก็เผชิญภาวะฝนตกหนักใน 3Q62 ซึ่งทำให้ขุดดินได้น้อยกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการรายได้ของโครงการแม่เมาะ 8 ปีนี้ลง 7%
เหลือ 2.5 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันเราก็ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 29% เหลือ 221 ล้านบาท เนื่องจากเราปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการแม่เมาะ 8 และหงสาลงจากเดิม 25%เหลือ 22.5% ในปี 2563 เนื่องจากเรามองแบบอนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยอิงจากสถิติในอดีตของช่วงกลางโครงการแม่เมาะ 7 ที่ทำอัตรากำไรขั้นต้น 20%-25% ในช่วงปี 2555-2558

Valuation & Action

เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2563 ที่ 3.10 บาท ลดลงจากเดิมที่ 3.80 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไร โดยเราใช้ WACC ใหม่ที่ 8.1% และไม่มี terminal growth แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากเราคาดว่ากำไรจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 4Q62 นอกจากนี้ เรายังคาดว่าผลประกอบการจะพลิกฟื้นในปี 2563 เนื่องจาก i) ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากโครงการแม่เมาะ 7 ซึ่งสัญญาจะครบอายุในเดือนเมษายน 2563 และ ii) เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากงานเพิ่มเติมของโครงการหงสา
2.3 พันล้านบาท ในช่วงมกราคม 2563 – ธันวาคม 2569 (ประมาณปีละ 300 ล้านบาท)

Risks

ฤดูฝนในไตรมาสที่สามของทุกปี, ราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้น, ดินถล่ม, และต้องเพิ่มทุนหากได้งานใหญ่มูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: