Sideways

Sideways
12 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.เคที ซีมิโก้
497

Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เรามีมุมมอง Neutral และคาดดัชนีฯ Sideways แนวรับ 1615 / 1610 จุด แนวต้าน 1630/ 1637 จุด เพื่อรอความชัดเจน 1) การรอสัญญาณคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จากสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ที่ Economic Club of NY คืนนี้ 2) การรายงานผลกำไรบจ.ไทย ที่มีจำนวนมากขึ้น จะส่งผลบวก (หรือลบ) ต่อบริษัทฯ ที่รายงานกำไรดี (หรือแย่) กว่าคาดการณ์ของตลาด 3) รอลุ้นสัญญาณเทคนิค บริเวณ 1618 จุด โดยดัชนีฯ อาจมีรีบาวด์ หากยืนหนือระดับดังกล่าวได้ในวันนี้ โดยมีแนวต้านต่อไปที่ 1640 / 1650 จุด ในทางตรงกันข้าม หากร่วงลงมา ดัชนีฯ จะลงต่อไปที่ 1605 จุด ส่วนปัจจัยบวก คือ การประชุมครม.สัญจรวันนี้ คาดว่าจะมีการอนุมัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการชิมช้อบใช้ 3 และปรับปรุงเกณฑ์การใช้กระเป๋า 2 ให้ใช้ได้ทุกจังหวัด

ประเด็นสำคัญวันนี้: USA-สุนทรพจน์ปธน.ทรัมป์ที่ Economic Club of New York, USA-สุนทรพจน์ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย, สาขามินิอาโพลิส ที่นิวยอร์กและวิสคอนซิน, ไทย-การประชุมครม.สัญจร

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดตลาด และอ่อนตัวลงตลอดการซื้อขายก่อนมาปิดตลาดที่ระดับ 1622.12 จุด -15.73 จุด หรือ -0.96% วอลุ่ม 4.75 หมื่นล้านบาท กลุ่มอุตฯ ที่นำลงได้แก่ กลุ่มเกษตรฯ -3.88% ปิโตรเคมี -3.1% อสังหาฯ -2.78% รับเหมาฯ -1.74% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -1.71% Property Fund & Reit -1.61%

ประเด็นสำคัญ

- ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปิดลดลง: การวิตกกังวลต่อการค้าสหรัฐฯ กับจีน และเหตุรุนแรงในฮ่องกง ส่งผลต่อการชะลอตัวของตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละ DJ +0.04% S&P500 -0.2% Nasdaq -0.13% และตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับลดลง DAX -0.23% FTSE -0.42%

- น้ำมันดิบกลับมาปิดลบ และทองคำร่วงต่อ: WTI -USD0.38 ปิดUSD56.86/บาร์เรล Brent -USD0.33 ปิด USD62.18/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบร่วงลงเป็นวันแรกใน
รอบ 3 วันทำการ จากความกังวลต่อสถานการณ์การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่วนราคาทองคำร่วงต่อ USD5.80 ปิดที่ USD1,457.10/ออนซ์ จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

+ ญี่ปุ่น: แบงก์ชาติออกรายงานชี้กรรมการแบงก์ชาติหารือใช้มาตรการกระตุ้นการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอ่อนแอ

+ สเปน: พรรครัฐบาลคว้าชัยชนะการเลือกตั้งทั่วไป แต่ได้เสียงไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว โดยได้ 120 เสียง จากเดิม 117 เสียงในการเลือกตั้งเดือน เม.ย.
(ต้องการเสียงกึ่งหนึ่ง 176 เสียงในการตั้งรัฐบาลผสม) ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมใหม่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

+ ไทย: คลังจะเสนอครม.สัญจรวันนี้ เพื่อพิจารณามาตรการชิมช้อบใช้ เฟส 3 โดยเพิ่มประชาชนลงทะเบียนอีก 2 ล้านคน โดยจะให้สิทธิ์เป๋าตังค์ 2 เท่านั้น พร้อมปลดล็อคให้
ใช้ได้ทุกจังหวัด จากเดิมที่ห้ามใช้ในจังหวัดที่ตัวเองอยู่ โดยการปลดล็อคนี้ให้กับผู้ที่ได้สิทธิ์ในเฟส 1 และ 2 ด้วย และขยายเวลาไปเป็นสิ้นเดือน ม.ค. 2020 แทนเดือน ธ.ค.
2019

+ ไทย: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกง.) มีมติให้คงอัตราค่าไฟผันแปร (FT) เดือน ม.ค. - เม.ย. 2020 จำนวน 11.6 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่
3.64 บาทต่อหน่วย ต่ออีก 4 เดือน

+ UK: 3Q19 GDP เติบโต 0.3% QoQ (Vs 2Q19 -0.2% QoQ ต่ำสุดตั้งแต่ 1Q10) ทำให้รอดพ้นจากการเกิดภาวะถดถอยทางเทคนิค ส่วนหากเทียบรายปีเติบโต 1%
YoY

กลยุทธ์: Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%

หุ้นแนะนำเก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)

          หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: VGI JWD CHG

          หุ้นโมเมนตัมบวก: CBG DOHOME DCORP QLT XO / CPN (TP77), SC ยิลด์ปันผล 7%(TP3.2)

          หุ้นโมเมนตัมลบ: AWC IVL TOP TFFIF TRUE ESSO JMART SINGER BEAUTY / GFPT กำไรแย่กว่าคาด (TP15.25)

          Derivatives: แนะให้ Wait & see (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

ข่าวที่เกียวข้อง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง