แกว่งตัว รอปัจจัยใหม่

แกว่งตัว รอปัจจัยใหม่
11 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.กรุงศรี
480

คาด SET แกว่งตัว 1,630 - 1,645 จุด จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีน

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

SET Index ปรับตัวลง -3.03 จุด (-0.18%) ปิดที่ระดับ 1,638 จุด ด้วย Volume 5 หมื่นล้านบาท โดยแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนอย่างไรก็ตามดัชนีมีแรงขาย Sell on fact ในหุ้นที่งบ 3Q19 หดตัว ประกอบกับแรงขายกลุ่ม ICT PF&REIT เพื่อ Rotation Sector ไปกลุ่ม Global play เช่น โรงกลั่น และ Etron ส่งผลให้ดัชนีปิดลบเล็กน้อย ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 754 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 521 ล้านบาท รวมถึง Net Short TFEX จำนวน 2,573 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัว 1,630 - 1,645 จุด จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีนหลังปธน.ทรัมป์ไม่เห็นด้วยกับแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งขัดแย้งกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่าทั้ง 2 ประเทศพร้อมจะทยอยยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าที่เก็บมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ Fund flow ต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวต่อไป อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงขายจะไม่รุนแรงนักเนื่องจาก US Bond yield 10 ปียังทรงตัวที่ระดับ 1.94% รวมถึงราคาน้ำมันดิบยืนเหนือ 57 US/Barrel ได้หลังแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลง 7 แท่นสู่ 684 แท่น  ประกอบกับแรงซื้อดักงบ 3Q19 ที่กำลังทยอยประกาศจะช่วยหนุนดัชนีเช่นกัน

** วันนี้ติดตามการประกาศงบ 3Q19 ของ GFPT, IVL, BANPU, BPP

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • MSCI rebalance มีผล 26 พ.ย. : Global Standard เพิ่ม BGRIM, GPSC, OSP, SAWAD 

        Small Cap เพิ่ม CENTEL, DOHOME, JMT, SPRC, STPI, TPIPP, TQM ถอด CBG, TISCO

  • หุ้นกลุ่ม Global Play ได้แก่ PTTEP, TOP, IVL, KCE และ HANA คาดหวังการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน
  • หุ้นที่คาดว่างบ 3Q19 จะเติบโตขึ้น BGRIM, BCH, CHG, EPG, PRM, JMT, BGC, WORK, MINT ,SAWAD

หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPF (ปิด 26.5 ซื้อ/เป้า 33.5) ทยอยสะสมมองราคาหุ้นลดลงสะท้อนข่าวแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์หมูแอฟริกาไปแล้ว ขณะที่ปัจจุบันราคาหมูในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากระดับ 55 บาทต่อ ก.ก. เป็น 60 บาทต่อก.ก. เช่นเดียวกับราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 33,000 ดองต่อ ก.ก. ขึ้นเป็น 60,000 ดองต่อก.ก. ในปัจจุบันคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการ 3Q19 และ 4Q19 ฟื้นตัว
  • MINT (ปิด 37.25 ซื้อ/เป้า 47)  Top pick กลุ่มท่องเที่ยว ได้ประโยชน์โดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นตาม High season ของธุรกิจ, ขาย Trivoly Hotel 3 แห่งช่วยลดแรงกดดันจากการเพิ่มทุน และมีกำไรพิเศษ อีกทั้งยังมีการกระจายความเสี่ยงดีสุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการโรงแรมทั้งหมด (อาหาร 50%, โรงแรม 50% และ รายได้ในประเทศ 50%, ต่างประเทศ 50%)

บทวิเคราะห์วันนี้

TOP (ปิด 72.75 ถือ/เป้า 79), Thailand Strategy (กลยุทธ์การลงทุนประเทศจีนโดย BCA), Thailand Strategy (อัพไซท์ระยะสั้นจำกัดจากความไม่ชัดเจนของ trade deal)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+/-) Trade war สถานการณ์พร้อมเปลี่ยนได้ทุกเวลา ล่าสุด โดนัล ทรัมป์ แสดงท่าทีคัดค้านแผนยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าจากจีน: ยังมีความไม่แน่นอนเหมือนเดิมสำหรับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากล่าสุด โดนัล ทรัมป์ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งสอดคล้องกับ นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของทำเนียบขาวออกมาระบุว่า การแถลงการณ์ของทางการจีนซึ่งระบุว่าจีนกับสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้วเป็นเพียงแทคติคที่จีนต้องการกดดันให้สหรัฐยอมรับเงื่อนไขการทยอยยกเลิกเก็บภาษีตามที่จีนต้องการเท่านั้น ทั้งนี้เราต้องติดตามประเด็นนี้กันต่อไปโดยเฉพาะท่าทีของ โดนัล ทรัมป์ ที่อาจจะมีการส่งสัญญาณเพิ่มเติม ในการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Economic Club of New York ในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ย.19)
  • (+) คาดราคาน้ำมันดิบจะยังผวนในทิศทางขึ้น คาดหวังกลุ่มโอเปกลดกำลังการผลิตลงอีกในเดือน ธ.ค.: ราคาน้ำมันดิบ WTI ค่อยๆฟื้นตัว โดยล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก 9 เซนต์ (+0.2%) ปิดที่ระดับ 57.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอบรับจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งลดลงอีก 7 แท่นเป็น 684 แท่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่แนวโน้มในระยะถัดไปเรายังมีมุมมองเป็นบวกโดยคาดราคาน้ำมันดิบยังจะยังผันผวนในทิศทางขึ้น จากการเข้ามาเก็งกำไรการประชุมของกลุ่ม OPEC ในช่วงวันที่ 5-6 ธ.ค.19 ซึ่งคาดการณ์กันว่า OPEC จะลดกำลังการผลิตลงอีกเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบจากผลของดีมานด์และเศรษฐกิจรวมที่อ่อนแอ
  • (+/-) Bond yield 10 ปี ของสหรัฐค่อยๆฟื้นตัว อาจจะเห็น Sector rotation เกิดขึ้นอีกในสัปดาห์นี้: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ที่ระดับ 1.94% สะท้อนมุมมองที่เป็นบวกต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว การฟื้นตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในอดีตมักจะทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นมีการ Rebalance พอร์ตการลงทุนหรือ Sector rotation จากหุ้นที่เป็น High dividend yield คือ กลุ่ม property fund และ กอง REIT รวมไปถึงกลุ่มที่มีรายได้สม่ำเสมอ (Fixed Income) อาทิ กลุ่มโรงไฟฟ้า, ICT ไปสู่กลุ่มที่มี Low valuation และ Cyclical play อาทิ กลุ่มธนาคาร, ประกัน, โรงกลั่นและปิโตรฯ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง