ปรับสูงขึ้น

ปรับสูงขึ้น
8 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.เคที ซีมิโก้
1,054

Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เรามีมุมมอง Positive และคาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวต้าน 1650 / 1655 จุด แนวรับ 1630 / 1627 จุด เป็นผลจาก 1) การเจรจาจีนกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้า หลังทั้งสองฝ่ายเห็นชอบต่อแผนยกเลิกภาษีของแต่ละฝ่าย 2) MSCI เดือน พ.ย. เพิ่มหุ้นไทยในการคำนวณรอบใหม่ 3)ภาวะ Risk on และหันมาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น คาดส่งผลดีต่อการซื้อคืนหุ้น Global Plays ปิโตรฯ-พลังงาน-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4) การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากรอบใหม่ของธนาคาร คาดส่งผลกระทบจำกัดต่อกำ ไรกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยลบ คือ รายงานผลกำไรบจ.ไทยส่วนใหญ่แย่กว่าคาด

ประเด็นสำคัญวันนี้:   จีน-ดุลการค้า เดือน ต.ค.

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

ตลาดหุ้นไทย ปรับขึ้นแรงในช่วงภาคบ่ายรับข่าวดี ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มาปิดตลาดที่ระดับ 1640.88 จุด +16.89 จุด หรือ +1.04% วอลุ่ม 5.90 หมื่นล้านบาท กลุ่มอุตฯ ที่ปรับขึ้น ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี +4.59% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +3.11% รับเหมาฯ +2.38% อสังหาฯ +1.62% ICT +1.57%

ประเด็นสำคัญ

+ ตลาดหุ้นโลกขึ้นต่อเนื่อง: ข่าวดีจีนกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการเจรจาและมีโอกาสเซ็นสัญญาเดือน ธ.ค. เป็นปัจจัยบวก DJ +0.66% S&P500 +0.27% Nasdaq
+0.28% ตลาดหุ้นยุโรปขึ้นต่อเป็นวันที่ห้า DAX +0.83% CAC40 +0.41% FTSE +0.13%

+ น้ำมันดิบกลับมาปิดบวก ส่วนทองร่วง: ข่าวจีนกับสหรัฐฯ คืนหบ้า ส่งผลบวกต่อแนวโน้มราคาพลังงานโลกปี 2020 และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว WTI +USD0.80 ปิด USD57.15/บาร์เรล Brent +USD0.55 ปิด USD62.29/บาร์เรล ส่วนราคาทองคำดิ่ง USD26.70 หรือ -1.8% ปิดที่ USD1,466.40/ออนซ์ จากแรงขาย
สินทรัพย์ปลอดภัย

+ MSCI: รายงานทบทวนเดือน พ.ย. พบว่า 1) MSCI Global Standard Index เพิ่ม 4 บจ.ไทย ในการคำนวณ ได้แก่ SAWAD OSP GPSC BGRIM 2) MSCI Smal Cap Index เพิ่ม 7 บจ. ได้แก่ CENTEL DOHOME JMT SPRC STPI TQM TPIPP และตัดออก 3 บจ. CBG TISCO SAWAD (ย้ายไป Global Standard Index) โดยมีผลคำนวณตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. เป็นต้นไป (+หุ้นที่ถูกเพิ่มคำนวณ)

+ Trade war: กระทรวงพาณิชย์จีน เผยจีนและสหรัฐฯ เห็นชอบยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าของแต่ละฝ่ายที่มีการกำหนดขึ้นในช่วงที่ทำสงครามการค้าก่อนหน้านี้ ตามสัดส่วนในแต่ละเฟส และทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันอย่างสร้างสรรค์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

- ไทย: SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR 0.25% (40% ของพอร์ตสินเชื่อ) และลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.25% (35-40%ของเงินฝาก) มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.
เป็นต้นไป

- ไทย: ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. อยู่ที่ 70.7 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่แปด และต่ำสุดรอบ 62 เดือน (Vs เดือน ก.ย. 72.2) วิตกสถานการณ์
เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ และคาด 3Q19E GDP เติบโต 2.6-2.8% YoY 4Q19F GDP 3.4-3.5% YoY จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ส่วนทั้งปี2019 คาด
เติบโต 2.8%

- สหรัฐฯ: สภาผู้แทนสหรัฐฯ เผยเตรียมดำเนินการไต่สวนพยานอย่างเปิดเผยในคดีถอดถอนปธน.ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง เป็นครั้งแรกในสัปดาห์หน้า โดยจะไต่สวนนายวิลเลี่ยม เทย์เลอร์ นักการทูตสหรัฐฯ ในยูเครน นายจอร์จ เคนต์ รองผช.เลขาธิการกระทรวงตปท. วันที่ 13 พ.ย. และนางมารี โยวาโนวิช ทูตประจำยูเครน วันที่
15 พ.ย.

+ ฟิลิปปินส์: 3Q19 GDP เติบโต 6.2% YoY (Vs 2Q19 +5.5% YoY ,คาดการณ์ 6% YoY) จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล คาดทั้งปี 2019 เติบโต 6-7%

กลยุทธ์: Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%

หุ้นแนะนำเก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)

          หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: SAWAD BGRIM CBG

          หุ้นโมเมนตัมบวก: PTTGC IVL TOP DTAC KCE STEC ESSO SPVI CPW JUBILE / หุ้นเพิ่มคำนวณใน MSCI (GPSC BGRIM OSP SAWAD CENTEL JMT TQM STPI TPIPP SPRC)

          หุ้นโมเมนตัมลบ: TOA IP ICHI LPN INET TAPAC

          Derivatives: แนะรอเปิด Long S50Z19 เมื่ออ่อนตัวใกล้ 1100 จุด (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: