เซ็นทรัลยึดเมืองท่องเที่ยวโลก ทุ่ม 2 หมื่นล้านผุด 3 โปรเจคยักษ์

เซ็นทรัลยึดเมืองท่องเที่ยวโลก ทุ่ม 2 หมื่นล้านผุด 3 โปรเจคยักษ์
5 พฤศจิกายน 2562
976

กลุ่มเซ็นทรัล รับอานิสงส์ “บาทแข็ง” หนุนยุทธศาสตร์ลงทุนต่างประเทศ เร่งปักธงเมืองท่องเที่ยวโลก ชิงอำนาจซื้อทัวริสต์คุณภาพ ทุ่ม 2 หมื่นล้าน ปั้น “มิกซ์ยูสหรูกลางกรุงเวียนนา-รีนาเซนเต ตูริน-เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา"

ทุนไทยยักษ์ใหญ่กลุ่มเซ็นทรัล สั่งสมประสบการณ์ค้าปลีกและบริการมากกว่า 72 ปี ก้าวสู่ยุคขยายอาณาจักรนอกบ้านเต็มสูบ สร้างฐานตลาดใหม่ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์มุ่งปักหมุด “เมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก” ล่าสุดทุ่มเม็ดเงินกว่า 20,000 ล้านบาท พัฒนา 3 โปรเจคยักษ์ ใน 3 ทำเลยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เวียนนา โอซากา และ ตูริน

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งขยายการลงทุนในต่างประเทศ ตามเทรนด์การท่องเที่ยวโลก (Global Tourism Trend) ด้วยการพัฒนาโครงการแฟลกชิพที่มีศักยภาพสูงในเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ  ล่าสุดลงทุนโครงการใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ โครงการมิกซ์ยูสที่กรุงเวียนนา ประเทศ ออสเตรีย โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา ประเทศญี่ปุ่น  และห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต เมืองตูริน โฉมใหม่ ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มเซ็นทรัล ได้แรงหนุนที่ดีจากภาวะเงินบาทแข็งค่า ช่วยให้การพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

โดยช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนต่ำสุดในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น 25% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร และแข็งค่าขึ้น 19% เมื่อเทียบกับสกุลเงินญี่ปุ่น

ขณะที่รายได้ธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย เวียดนาม ยุโรป และมัลดีฟส์ คิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้ทั้งหมดในปีที่่ผ่านมา ใน 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการใหม่

157287382699

**ห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเต สาขาตูริน**

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว แต่ธุรกิจในยุโรปทั้ง อิตาลี เดนมาร์ก และเยอรมนี มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส จากยอดขายนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น 12-20% รวมถึงยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปชอปปิงตามห้างของกลุ่มเซ็นทรัลในยุโรปที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกแห่ง"

โดยเฉพาะห้างโอเบอร์โพลลิงเกอร์ ที่มิวนิค และ ห้างรีนาเชนเต อิตาลี  ยอดขายจากนักท่องเที่ยวไทยในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้เติบโตถึง 30% และ 50% ตามลำดับ 

ชูโมเดลลดภาษี'ดึงทัวริสต์

การเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มเซ็นทรัล สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของลูกค้าไทยยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป คนไทยนิยมไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยแรงจูงใจมาจากราคาสินค้าที่ต่ำกว่า เพราะไม่มีภาษีนำเข้า ยิ่งเงินบาทแข็งค่าขึ้นทำให้สินค้าและบริการมีราคาถูกลง

“ไทยมีโอกาสสูงที่จะส่งเสริมและกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศหากค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ภาษีนำเข้าอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ หากมองนโยบายของรัฐบาลทั่วโลกมีการลดอัตราภาษีนำเข้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้วยังเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ"

ขณะที่สถานการณ์เงินบาทแข็งค่า และการตั้งกำแพงภาษีสูงของไทย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความน่าดึงดูดใจของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ภาษีไทยสูงสุดเอเชียฉุดขีดแข่งขัน

ปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยมีอัตราสูงสุดในเอเชีย ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หากเงินบาทอ่อนค่าลง และมีการลดอัตราภาษีนำเข้า จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยให้ขยายตัวสูง คนไทยไม่ต้องไปชอปปิงต่างประเทศ  สามารถเพิ่มการจ้างงานในภาคค้าปลีก และอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยดีขึ้น

ทั้งนี้ โดยภาพรวมจำนวนคนไทยเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% ในแต่ละปี จาก 6.8 ล้านคนในปี 2558 เป็น 10 ล้านคนในปี 2561 ส่งผลให้ยอดขายของห้างในต่างประเทศจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยเติบโตขึ้นถึง 14% จากยอดขาย 58,000 ล้านบาทในปี 2558 พุ่งสูงขึ้นเป็น 86,000 ล้านบาทในปี 2561

157287420386

**มิกซ์ยูสกลางกรุงเวียนนา** 

มิกซ์ยูสหรูกลางกรุงเวียนนา

นายทศ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการมิกซ์ยูสกลางกรุงเวียนนา เป็นการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และกลุ่มซิกน่า (SIGNA Group) บริษัทชั้นนำในออสเตรีย มีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2566 โดยตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงใจกลางถนนมาเรียฮิลเฟอร์ สตราเซ แหล่งชอปปิงยอดนิยม และย่านพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง  

โปรเจคนี้มีพื้นที่กว่า 58,000 ตร.ม. ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าและโรงแรมหรู 150-165 ห้องพัก ร้านค้า ร้านอาหาร สวนสาธารณะลอยฟ้า สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่จะเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ในแนวคิด “The Link" ชูจุดเด่นของตัวอาคารใหม่ที่เชื่อมโยงกับตัวเมืองอย่างลงตัว ผ่านการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ให้มีชีวิตชีวาแต่คงความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน

157287390123 

**เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา**

บุกโอซากาผุดโรงแรม5ดาว

ขณะเดียวกัน เตรียมเปิดโรงแรมภายใต้แบรนด์ “เซ็นทารา” แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ย่านนัมบะ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองโอซากาและภูมิภาคคันไซ โดยโอซากา ถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับที่ 2 ของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมามากที่สุด ด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่น และทำเลที่ใกล้กับเมืองเกียวโต โกเบ และนารา 

“เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา” โรงแรมแฟลกชิพระดับ 5 ดาว เทียบเท่าเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการร่วมทุนระหว่างโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา กับ 2 บริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น Taisei Corporation และ Kanden Realty & Development เมื่อแล้วเสร็จในปี 2566 เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา จะเป็นโรงแรมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองโอซากา สูง 34 ชั้น 515 ห้องพัก

“การออกแบบ เป็นการผสมผสานแรงบันดาลใจสไตล์ญี่ปุ่น และความมีชีวิตชีวาและสีสันของวัฒนธรรมไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งสปาเซ็นวารี ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ห้องอาหารหลากหลายรูปแบบและห้องจัดเลี้ยงสำหรับการจัดงานอีเวนท์ และสัมมนาประเภทต่างๆ”

พลิกโฉมใหม่รีนาเซนเตตูริน

กลุ่มเซ็นทรัล ใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท ปรับปรุงห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเต สาขาตูริน หลังเข้าซื้อที่ดินอาคารเมื่อปี 2560 โดยพัฒนาโครงการใหม่ทั้งหมด และขยายพื้นที่ขายสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว รองรับศักยภาพด้านการค้าและการท่องเที่ยวของตูริน ที่เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามของประเทศอิตาลี ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ สุดคลาสสิค 

อาคารห้างรีนาเซนเต ตูริน ออกแบบโดย Gianmatteo Romegialli นักออกแบบชื่อดังระดับโลก ตกแต่งเปลือกอาคารของห้างด้วยหินอ่อน Travertine และสร้างเอกลักษณ์โดดเด่นให้ชั้นจีด้วยเสาขนาดใหญ่ 4 ต้น และโคมระย้า อลังการใจกลางห้าง พร้อมความพิเศษโซนเครื่องประดับโฉมใหม่-รองเท้า กระเป๋า จิวเวลรี่ และแบรนด์ลักชัวรีใหม่ รวมถึงร้านอาหารเทมาคินโฮ ที่ประสบความสำเร็จที่สาขาโรม เสิร์ฟอาหารสไตล์ฟิวชั่นญี่ปุ่น-บราซิล 

 

 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: