ลดลง

ลดลง
1 พฤศจิกายน 2562 | โดย บล.เคที ซีมิโก้
601

คงคำแนะนำ Short Agains Port โดยมีจุดซื้อคืนที่ 1590 จุด หรือ ต่ำกว่า

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เรามีมุมมอง Slightly Negative และคาดดัชนีฯ ลดลง แนวต้าน 1605 / 1612 จุด แนวรับ 1592 / 1588 จุด เป็นผลจาก 1) สัญญาณเทคนิคเป็นลบ หลังดัชนีฯ วานนี้ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญ 1605 จุดได้ 2) การวิตกต่อการเจรจาสงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯอาจสะดุด หลังจีนส่งสัญญาณไม่มั่นใจต่อการทำข้อตกลงการค้ากับปธน.ทรัมป์ 3) รายงานตัวเลขจ้างงานและภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือน ต.ค. มีแนวโน้มอ่อนแอ 4) ธปท. ส่งสัญญาณแนวโน้ม 3Q19E GDP อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ 2.9% YoY

ประเด็นสำคัญวันนี้: Earnings-Exxon, Chevron, Alibaba; สหรัฐฯ-รายงานจ้างงานเดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้นเพียง 75k (Vs เดือน ก.ย. 136k) โดยหายไป 50 k เนื่องจากการประทัวงของ GM และอัตราว่างงาน คาดเพิ่มขึ้นเป็น 3.6% (Vs เดือน ก.ย. 3.5%) รายงาน ISM Mfg PMI เดือน ต.ค. คาดฟื้นตัวเป็น 49.1 (Vs เดือน ก.ย. 47.8)

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

ตลาดหุ้นไทย อ่อนตัวลงมา หลังจากทำจุดสูงสุดของวันที่ 1610.03 จุด +8.20 จุด และไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1605 จุดได้ ก่อนมาปิดที่ระดับ 1601.49 จุด -0.34 จุด -0.02% วอลุ่ม 6.44 หมื่นล้านบาท นำลงโดยไอซีที -2.14% ส่วนกลุ่มอุตฯ ที่ปรับสุงขึ้น ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +1.99% อาหาร +1.58%

ประเด็นสำคัญ

- ตลาดหุ้นโลกกลับมาปิดลบ: การวิตกต่อรายงานภาคการผลิตจีนเดือน ต.ค. ที่อ่อนแอและการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฯ มีแนวโน้มยืดเยื้อ เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น
โลก DJ -0.52% S&P500 -0.3% Nasdaq -0.14% และตลาดหุ้นยุโรป DAX -0.34% CAC40 -0.62% FTSE -1.12%

- น้ำมันดิบร่วง แต่ทองคำพุ่ง: รายงานกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันสูงขึ้นในเดือน ต.ค. และรอยเตอร์โพล (สำรวจจาก 51 นักเศรษฐศาสตร์) คาดราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 2019-
20E อยู่ที่ USD64.16 และ USD62.38 ต่อบาร์เรล ตามลำดับ เป็นปัจจัยถ่วง WTI-USD0.88 ปิด USD54.18/บาร์เรล Brent -USD0.38 ปิด USD60.23/บาร์เรล ส่วน
ราคาทองคำพุ่งขึ้น USD18.10 ปิด USD1,514.80/ออนซ์ หลัง USD อ่อนค่าจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด

- ไทย: ธปท.คาดเศรษฐกิจ 3Q19E GDP จะเติบโตไม่ถึงเป้าหมาย 2.9% YoY เนื่องจากการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนไม่ได้ขยายตัวตามที่คาด แต่ 4Q19E GDP มี
โอกาสขยายตัวดีขึ้นเทียบ 3Q19 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

+ BOJ Meeting: มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงโครงการ QE ไว้ที่ระดับเดิม ทั้งนี้ ผู้ว่า BOJ ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยฯ จะอยู่ในระดับปัจจุบันหรืออาจลด
ระดับลงในอนาคต หากพิจารณาแล้วว่าจำเป็น

+ บราซิล: คณะกรรมาการนโยบายการเงินมีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% เป็น 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกใน
การประชุมวันที่ 11 ธ.ค. เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจ

- Trade war: Bloomberg รายงานเจ้าหน้าที่จีนมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าในระยะยาวกับสหรัฐฯ ขณะที่ปธน. ทวีตว่า เขาจะประกาศสถานที่ใหม่ ซึ่ง
เขาจะลงนามกับปธน.จีนในเร็วๆ นี้

- จีน: สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงาน PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค. ลดลง และ แย่กว่าคาด 49.3 (Vs เดือน ก.ย. 49.8 และตลาดคาด 49.8) เช่นเดียวกับภาคบริการ ที่
52.8 (Vs เดือน ก.ย. 53.7 และตลาดคาด 53.6) สะท้อนภาวะเศรษฐกิจจีนอ่อนตัว

กลยุทธ์: คงคำแนะนำ Short Agains Port โดยมีจุดซื้อคืนที่ 1590 จุด หรือ ต่ำกว่า

หุ้นแนะนำเก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)

          หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: TASCO TISCO DTAC

          หุ้นโมเมนตัมบวก: TU CBG TAPAC SYNEX META SPVI DOD III AU / SAWAD (TP66)

          หุ้นโมเมนตัมลบ: ADVANC DOHOME CFRESH BFIT CPT

          Derivatives: แนะถือหรือสะสม Long GOZ19 เก็งกำไรเพิ่ม (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

ข่าวอื่นๆ ในเครือ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: