3 ร.ร.เครือราชินีมูลนิธิ กุลสตรีสมสมัยรู้สากล

3 ร.ร.เครือราชินีมูลนิธิ กุลสตรีสมสมัยรู้สากล
25 ตุลาคม 2562 | โดย หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
8,430

"โรงเรียนในเครือราชินีมูลนิธิ" ถือเป็นโรงเรียนที่บ่มเพาะ “ความเป็นกุลสตรี” ที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย งดงามทั้งกริยา มารยาท แต่มีความล้ำสมัยในแบบสากล คือ ฉลาดคิด รอบรู้ และรู้จักการวางตัวในสังคม อย่างสมบูรณ์แบบ

หากจะเอ่ยถึงโรงเรียนที่บ่มเพาะ “ความเป็นกุลสตรี” ที่เอกลักษณ์ความเป็นไทย งดงามทั้งกริยา มารยาท แต่มีความล้ำสมัยในแบบสากล คือ ฉลาดคิด รอบรู้ และรู้จักการวางตัวในสังคม อย่างสมบูรณ์แบบ หลายๆคน คงนึกถึงโรงเรียนในเครือราชินีมูลนิธิ อันประกอบด้วย โรงเรียนราชินี โรงเรียนราชินีบน และ โรงเรียนราชินีมูลนิธิ ที่มุ่งมั่นสร้าง “กุลสตรี” จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างงดงาม เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป 

ไล่เรียงมาตั้งแต่ โรงเรียน “ราชินี” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 17 พ.ค.2447 ณ ตึกแถวมุมถนนอัษฎางค์ และถนนจักรเพชรตำบลปากคลองตลาด (ปัจจุบันคือ แขวงวังบูรพาภิรมย์) ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบัน “ราชินีมูลนิธิ” ให้หม่อมหลวงประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ และแต่งตั้งให้ นางเรืองศิริ สิงหเดช เป็นครูใหญ่ ปัจจุบันมี นางศรีประภา พริ้งพงษ์ เป็นนายกสมาคมฯเชื่อมโยงศิษย์เก่าของโรงเรียนราชินี

157192773210

ส่วนโรงเรียน “ราชินีบน” สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร ทรงสร้างโรงเรียนราชินีบนแห่งนี้ขึ้น เมื่อปี 2472 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพัน- ปีหลวง โดยมีพระราชปณิธานให้โรงเรียนราชินีบนเป็นสถานศึกษาที่พัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีทั้งความรู้ที่ทันสมัย มีคุณธรรม จริยธรรม แต่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามของกิริยามารยาท ตามแบบของกุลสตรีไทย ซึ่งโรงเรียนได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาพัฒนาคุณภาพนักเรียนจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโรงเรียนมีอายุครบ 90 ปี ในปีการศึกษา 2562 “ราชินิีมูลนิธิ” แต่งตั้งให้ นางสุกัญญา จันทรเสน ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ และ ดร. เย็นฤทัย จงถนอม เป็นครูใหญ่โรงเรียนราชินีบน

157192773367

ล่าสุด ราชินีมูลนิธิ ตั้งโรงเรียนเพิ่มเป็นแห่งที่ 3 เป็นโรงเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองที่อยากให้บุตรหลานได้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่คงความเป็นไทยด้วยค่าเทอมเพียง 300,000 บาท/ปี ผสมผสานกันระหว่างการใช้หลักสูตรไทยเป็นแกนกลาง และหลักสูตรจากเคมบริดจ์ เพื่อให้นักเรียนตามแบบฉบับของกุลสตรีสมสมัยที่ต้องเก่งภาษาอังกฤษ จัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ปี่ 1 เมื่อปีการศึกษา 2562 ตามแผนคาดว่าภายในปี 2567 จะมีนักเรียนรวม 540 คน โดยแต่งตั้งให้ นางจารุรัตน์ ตู้จินดา ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ และ ดร.เพลินพักตร์ เทศน้อย เป็นครูใหญ่โรงเรียนราชินีมูลนิธิ

ราชินีบนจัดหลักสูตรอิงอัตลักษณ์

ดร. เย็นฤทัย จงถนอม  ครูใหญ่โรงเรียนราชินีบน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนราชินีบน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียนประมาณ 2,800 คนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา นักเรียนสามารถสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยได้ 100% โดยคณะครูฝ่ายวิชาการของโรงเรียนราชินีบน ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรกุลสตรีราชินีบน ซึ่งเป็นหลักสูตรอิงอัตลักษณ์นักเรียน (Student Identity-based Curriculum)ขึ้น เพื่อบ่มเพาะนักเรียนให้มีสมรรถนะของพลเมืองไทยในยุค 4.0 โดยเฉพาะ “การคิดเชิงนวัตกรรม” ให้เกิดขึ้นตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงนักเรียนชั้นโต นอกเหนือจากการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะที่จำเป็นรวมทั้งคุณลักษณะต่างๆ ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์นักเรียนในแบบฉบับของราชินีบน

157192808060

การพัฒนาอัตลักษณ์นักเรียนในแบบฉบับของราชินีบน เป็น brand management ตัวอย่างเช่นในระดับอนุบาล จะจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์จิตใจ และสังคม เพื่อความพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พอถึงระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษานักเรียนได้รับการพัฒนาให้อ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้ สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนสื่อความได้ สามารถสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างมีวิจารณญาณ นักเรียนของโรงเรียนราชินีบนจะต้องมีอัตลักษณ์เป็น “กุลสตรีราชินีบน 4.0”ที่มีความพร้อมในทุกด้านอย่างงดงาม

กุลสตรีราชินีบน 4.0 จะต้องมี 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1) กุลสตรีที่งามพร้อม มีกิริยามารยาทที่เหมาะสม วางตัวถูกต้องตามกาลเทศะ 2) กุลสตรีแม่ศรีเรือน มีชีวิตที่พอเพียง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งศิลปวัฒนธรรมไทยและ 3) กุลสตรีไทย 4.0 ที่มีความฉลาดรู้ภาษาต่างประเทศ ฉลาดรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ฉลาดรู้สุขภาพ ฉลาดรู้สิ่งแวดล้อม และฉลาดรู้พหุวัฒนธรรม 4.กุลสตรีที่มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง

157193044617

“เราจัดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเปิดรัับตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 เน้นที่ความพร้อมของนักเรียนและครอบครัว เพราะการสร้างนักเรียนให้มีคุณภาพต้องเกิดจากความร่วมมือทั้งบ้านและโรงเรียน มีการสื่อสาร 2 ทางและมีการพบปะกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาทั้งการวิชาการ และพฤติกรรม เพื่อช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข และสามารถเติบโตไปตามเส้นทางตามที่หัวใจและสอดคล้องกับสมอง โดยใช้หลักสูตรสถานศึกษา คือ หลักสูตรกุลสตรีราชินีบน ที่มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีอัตลักษณ์กุลสตรีราชินีบน ที่ต้องสามารถวิเคราะห์โลก วิเคราะห์ความต้องการของสังคม และบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถพัฒนาตนเองและสังคมเป็นกุลสตรีไทยยุก 4.0 ที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านให้ได้” ดร. เย็นฤทัย กล่าว

157192773157

ทั้งนี้ "ครู" คือ หัวใจในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน โรงเรียนจึงมีนโยบายส่งเสริมให้ครูพัฒนาสมรรถะของตนเองกล่าวคือ มีทั้งความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ เพื่อสามารถจัดการเรียนรู้ โดยครูจะได้รับการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีการทำงานผ่านรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC(Professional Learning Community) ให้มีการร่วมเรียนรู้และพัฒนาบทเรียนร่วมกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา และผู้เรียนในทุกๆวิชาการ จากนั้นจะถอดบทเรียนที่ได้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยให้ครูสามารถเรียนได้ดีขึ้น นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้เข้าใจ ถือเป็นการพัฒนาไปพร้อมๆกันทั้งครู และนักเรียน

ราชินีมูลนิธิกุลสตรีสมสมัย

ส่วนที่โรงเรียนราชินีมูลนิธิ  “ดร.เพลินพักตร์ เทศน้อย” ครูใหญ่ เล่าว่า โรงเรียนราชินีแห่งใหม่นี้ว่าได้ยึดปณิธานเพื่อสืบสาน “การคงความเป็นไทย”พร้อมกับการเติบโตที่สมสมัย ในการอบรมบ่มเพาะเพื่อให้นักเรียนมีทักษะคล่องแคล่วในการใช้ภาษา แต่คงความเป็นนักเรียนของเครือราชินี คือ มีกิริยามารยาทที่ดี ประพฤติตนเรียบร้อย รู้จักกาลเทศะ แม้ว่าจะเป็นโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่ยังคงต้องเป็น“กุลสตรีสมสมัย”เมื่อนักเรียนจบการศึกษาจะต้องเป็นกุลสตรีไทย สามารถใช้ภาษาได้เป็นอย่างดี มีความกล้าในการแสดงความคิดเห็นสมเหตุผล และกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม มารยาทดีงามไม่มีที่ติตามแบบฉบับนักเรียนราชินี

157192772814

ทั้งนี้ “ราชินีมูลนิธิ” มีแนวคิดสร้างโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนหญิงล้วน บนที่ดินประมาณร้อยกว่าไร่ ที่ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองและนักเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง ได้มีโอกาสรับการศึกษาที่ดีพร้อมกับการอบรมให้บุตรหลานเป็นกุลสตรี เปิดสอนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง2560) โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน ควบคู่ไปกับหลักสูตรจากเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

กระบวนการเรียนการสอน เน้นรูปแบบการเรียนที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (active learning) ครูผู้สอนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีการประชุมเพื่อวางแผนจัดการเรียนแบบ STEAM (science technology engineering and mathematics education) บูรณาการวิชาที่เกี่ยวข้องเอาไว้ด้วยกัน และเพิ่มศิลปะ หรือ art เข้าไป ตลอดจนเสริมทักษะทางด้านสังคม เพื่อให้เกิดทักษะที่สามารถนำไปปรับใช้ในสังคม รวมทั้งมีการสอนเพิ่มเติมหลังเลิกเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านวิชาการให้กับนักเรียน

157192808069

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมนอกหลักสูตรที่จัดสอนในวันเสาร์ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิตัล ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในการทำงานเมื่อต้องเข้าสู่บริบทของสังคมจริง สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสามารถในการแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ

157193044541

หัวใจสำคัญของการเปิดโรงเรียนคือ “ครู” จะต้อง เอาใจใส่ใจเด็ก ติดตามปัญหา ช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับนักเรียนได้ โดยเฉพาะคุณครูชาวไทยต้องเดินตาม “ความเป็นราชินี” ซึ่งทางโรงเรียนจัดให้มีการอบรมวัฒนธรรมและความเป็นไทย การปฏิบัติตัว การดูแลลูกศิษย์ การส่งต่อความเป็นกุลสตรีให้กับนักเรียนให้แก่คุณครูทุกคน

โดยต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา ได้เปิดรับนักศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปัจจุบันมี 7 คน ซึ่งนักเรียนทุกคนมีพัฒนาการที่ดี โรงเรียนต้องติดดามดูแลและประเมินผลการเรียนของนักเรียนทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนสามารถสอบผ่านการประเมินทั้งระดับชาติและหลักสูตรของเคมบริดจ์ได้ในเกณฑ์ดี เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถนำผลการเรียนไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาภายในประเทศและต่างประเทศได้

157192772919

นอกจากจะเปิดรับนักเรียนไทยแล้ว ยังเปิดรับนักเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย แม้ว่าในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราจะมีโรงเรียนดีๆ ขนาดใหญ่และขนาดกลางซึ่งสอนหลักสูตรสองภาษาค่อนข้างมาก แต่เชื่อมั่นว่าความใส่ใจนักเรียนแบบใกล้ชิด และความมุ่งมั่นในการอบรมให้นักเรียนคงความเป็นกุลสตรีสมสมัย จะทำให้โรงเรียนราชินีมูลนิธิเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ปกครองและนักเรียนอีกโรงหนึ่งได้ในอนาคต

157192772936

ซึ่งตามแผน ดำเนินการ 6 ปี (2562-2567) จะรับนักศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ในปีหน้า คาดว่าภายในปี 2567 จะมีนักเรียนรวม 540 คน ห้องเรียนในปัจจุบันรวม 25 ห้องเรียน รองรับนักเรียนได้ 30 คน/ห้อง สามารถขยายเพิ่มเติมเพื่อรองรับนักเรียนสูงสุด 900 คน ปัจจุบันมีครูรวม 22 คน ทั้งครูไทยและครูต่างชาติ แต่คาดการณ์ไว้ว่าในช่วงปี 2562-2563 นี้ หากเปิดรับนักเรียนจนถึงระดับมัธยมปีที่ 3 จำเป็นต้องรับครูเพิ่ม เพราะชั่วโมงสอนของครูจะเป็นตัวบังคับไว้อยู่แล้ว อยู่ที่ไม่เกินสัปดาห์ละ 20 คาบเพื่อให้ได้มาตรฐานคุณภาพการศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง