พร้อมส่งจีน ลำไยรมควัน 20 ตัน จากโรงรมก๊าซซัลเฟอร์ฯ ระดับสากลของ วว.

พร้อมส่งจีน ลำไยรมควัน 20 ตัน จากโรงรมก๊าซซัลเฟอร์ฯ ระดับสากลของ วว.
22 ตุลาคม 2562 | โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
72

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ อ้างอิงผลตรวจกรมวิชาการเกษตรยืนยัน “โรงรมลำไยด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์” จ.ลำพูน ผ่านการตรวจรับรองประเมินตามระบบมาตรฐานสากล ระบุผลผลิตเกรดพรีเมียม 20 ตันแรก ส่งออกไปจีน พ.ย.นี้

นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดเผยว่า โรงรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ระบบควบคุมสภาวะต้นแบบ ซึ่งเป็นโรงรมต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีการรมควันลำไยด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของ วว. เข้ามาใช้ในระบบ ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการยืดอายุลำไยเพื่อการส่งออก ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 

ขณะนี้ได้ผ่านการตรวจรับรองประเมินโรงคัดบรรจุตามระบบมาตรฐานสากล Good Manufacturing Practices (GMP) และผ่านการตรวจประเมินโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตามหลักปฏิบัติที่ดี The Good Fumigation ractices of Sulfur dioxide (GFP) ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ซึ่งจะทำให้โรงรมฯ สามารถให้บริการแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถส่งออกต่างประเทศได้ในระดับสากล

วว. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการการพัฒนาด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรในพื้นที่จังหวัดลำพูน กับหน่วยงานเครือข่าย ได้แก่ จ.ลำพูน และบริษัทประชารัฐรักสามัคคีลำพูน (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน Sharing Economy ศูนย์ถ่ายทอดฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรมฯ ส่งผลให้เดือน พ.ย.นี้จะมีการส่งออกลำไยสดเกรดพรีเมียมไปยังประเทศจีน 1 ตู้คอนเทนเนอร์หรือ 20 ตันแรก โดยเป็นลำไยสดที่มีการควบคุมคุณภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีลำพูนฯ ที่ได้ส่งเสริมการปลูกกว่า 1,000 ไร่ แล้วนำผลผลิตลำไยสดนั้นผ่านกระบวนการของโรงรมฯ แห่งนี้

"นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของ วว. ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเสริมแกร่งการส่งออกผลผลิตการเกษตรของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จึงเชิญชวนกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ เข้ามาใช้บริการโรงรมก๊าซซัลเฟอร์ฯ ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น วว.พร้อมให้บริการแก่ทุกท่าน” นายสายันต์ กล่าว

ทั้งนี้ โรงรมก๊าซซัลเฟอร์ฯ รองรับผลลำไยสดได้ 100 ตันต่อวัน (9,000 ตันต่อปี) มีประสิทธิภาพควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อลำไยได้ ช่วยลดการใช้กำมะถัน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน ช่วยยืดอายุการเก็บผลลำไย รวมทั้งผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว ได้นานขึ้น 30-45 วัน ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถการส่งออกที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ ประกอบด้วยเทคโนโลยีการรมควันด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 3 ระบบ ดังนี้ 


        1.ระบบรมควันด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่สามารถควบคุมปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ฯ ที่ตกค้างในเนื้อลำไยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

        2.ระบบรมควันด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ป้องกันการรั่วไหลของก๊าซซัลเฟอร์ฯ จากกระบวนการและในพื้นที่ทำงานในโรงงาน 

        และ 3.ระบบรมควันด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ฯ ที่ปล่อยออกนอกโรงงาน เป็นระบบมีการหมุนเวียนน้ำกลับไปใช้ซ้ำไม่มีการระบายน้ำทิ้ง และได้ผลพลอยได้เป็นยิปซั่ม สามารถใช้เป็นวัสดุปรับปรุงสภาพดินได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ไทยเปิดเกมรุกดันสินค้าเกษตรสู่ตลาดจีน

-'พาณิชย์' ห่วงลำไยล้นตลาด เตรียมแผนรับมือ

-'พาณิชย์จังหวัดลำพูน' พร้อมกระจายผลผลิตลำไย ปี 2562

-ลุยปักกิ่ง เล็งช่องทางส่งออกสินค้าเกษตร หลังไทยส่ง


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: