โหวตผ่านพ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ ส.ว.ชี้ออกพ.ร.บ.ใช้เวลา1ปี

โหวตผ่านพ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ  ส.ว.ชี้ออกพ.ร.บ.ใช้เวลา1ปี
21 ตุลาคม 2562
101

ส.ว.ผ่านฉลุยพ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ 223 เสียงเห็นชอบ ชี้จำเป็นเร่งด่วน “สมชาย” ชี้ออกพ.ร.บ.ใช้เวลา 1 ปี อาจจะถ่วงเวลาการโอนกำลังพลฯ จวก “ปิยบุตร” จุดชนวนสร้างความขัดแย้ง วอนอย่าดึงมวลชนเผชิญหน้า

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหมไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562

โดยพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในนามของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหมไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 ต่อวุฒิสภา

ต่อมานายพรเพชร กล่าวว่า ด้วยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการวุฒิสภาได้มีมติมอบหมายให้กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ และกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและการตำรวจ เป็นผู้พิจารณาทำการศึกษากฎหมายฉบับนี้เป็นการล่วงหน้า จึงขอให้ประธานกมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐและประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและการตำรวจ ได้แถลงรายงานก่อน

โดยพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ กล่าวชี้แจงว่า ที่ประชุมเห็นสมควรอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าว เนื่องจากให้การปฏิบัติหน้าที่ในการถวายอารักขาพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจทั้งปวงตามพระราชอัชฌาศัย และตามพระราชประเพณีให้เป็นไปด้วยเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ รวดเร็วและเกิดความปลอดภัยสูงสุด ทางกมธ.ขอเสนอรายงานการพิจารณาศึกษา รวมถึงข้อสังเกตมากับรายงานนี้ตามที่ได้เสนอสมาชิวุฒิสภาไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ ชี้แจงว่า หลังจากกมธ.พิจารณาพ.ร.ก.ฉบับนี้ พบว่าในการออกเป็นพ.ร.ก.ต้องอาศัยเหตุผล และความจำเป็นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะโดยปกติการโอนอัตรากำลังหรืองบประมาณต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่การที่รัฐบาลเลือกออกเป็นพ.ร.ก. ด้วยเหตุผลความจำเป็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่บัญญัติว่ากรณีนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ทรงตราพ.ร.ก.ให้ใช้บังคับดังเช่นพ.ร.บ.ได้

ยันจำเป็นเร่งด่วนต้องออกพ.ร.ก.

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมี 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สถาบันที่พวกเราต้องเทิดทูน ถวายความปลอดภัยคือสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้การถวายความปลอดภัย และการเทิดพระเกียรติเป็นไปตามความมุ่งหมาย จะปล่อยให้เนิ่นนานไปคงไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือประชาชนทั่วไป ต้องเห็นเรื่องการถวายความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะรอได้ เพราะบางเรื่องหากรออาจเกิดผลเสียหาย

อย่างไรก็ตามหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยเป็นส่วนราชการอยู่ในพระองค์ มีความจำเป็นที่จะต้องพูดถึงการเพิ่มอัตรากำลัง และงบประมาณ ฉะนั้นการที่จำเป็นต้องโอนอัตราหรืองบบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย และกระทรวงหลาโหม ไปอยู่ในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กมธ.ฯ จึงเห็นว่ามีความจำเป็นจริงๆที่ต้องตราเป็นพ.ร.ก.

“โดยไม่อาจรอเป็นพ.ร.บ.แล้วไปเข้าตามช่องทางปกติ ซึ่งต้องใช้เวลานาน อาจไม่ทันการเรื่องการถวายความปลอดภัย จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่รัฐบาลได้เสนอออกเป็นพ.ร.ก. ทั้งนี้ขอตั้งคำถามว่าการโอนหน่วยงานบางส่วนต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบอะไรในหน่วยงานเดิมและใหม่ให้สอดคล้องหรือไม่”

ซัด“ปิยบุตร”จุดชนวนขัดแย้ง

ขณะที่การอภิปรายของส.ว.​ จำนวน 5 คน ได้แสดงความเห็นที่พร้อมจะอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าว เพราะเป็นเหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้ ทั้งนี้ในการอภิปรายตอนหนึ่งของนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ที่แสดงความเห็นชอบที่จะอนุมัติพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว

นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้พรรคอนาคตใหม่รับผิดชอบต่อกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมสับสนและอาจนำไปสู่ความเผชิญหน้าและขัดแย้งระหว่างประชาชนที่รักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์

ชี้ออกพ.ร.บ.ใช้เวลา1ปี-เสียเวลา

โดยนายสมชาย อภิปรายว่า การพิจารณาเป็นร่างพ.ร.บ. อาจใช้เวลานานเกือบ 1 ปี ดังนั้นการโอนย้ายหน่วยงานที่สำคัญ คือกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ อาจเป็นการถ่วงเวลา

“คนไทยทั้งประเทศเข้าใจ และเห็นด้วยกับการถวายอารักขาความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ ที่บอกว่าเป็นมาตรา 44 จำแลง ผมว่าเป็นการตะแบง เรื่องนี้นายกฯ​ทำถูกต้องแล้ว หากไม่สบายใจ ส.ส.ไม่ต้องมาสภาฯ ซึ่งสิ่งที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทำนั้นสร้างความแปลกประหลาด ผมมองว่าขณะนี้มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่เป็นพวกปฏิกษัตริย์นิยม หรือคนที่มีความคิดนิติราษฎร์พยายามนำมวลชนในโซเชียลลงสู่ถนนเหมือนเหตุการณ์ในฮ่องกง”

223เสียงโหวตผ่านฉลุย

ขณะที่พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า การดำเนินการต่อไป คือออกประกาศกระทรวงกลาโหมและพิจารณาชี้แจงปรับโครงสร้างภายในกองทัพเพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.ก.ต่อไป

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในเวลา 09.55 น. โดยเสียงข้างมาก 223 เสียงอนุมัติพ.ร.ก. ขณะที่ 3 เสียงงดออกเสียง ซึ่งใช้เวลาการพิจารณาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง