ฟ้องเพิ่ม 3 นปช. 2 สำนวน มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ

ฟ้องเพิ่ม 3 นปช. 2 สำนวน มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ
17 ตุลาคม 2562 | โดย เกศินี แตงเขียว
1,089

อัยการคดีพิเศษ ฟ้องเพิ่ม "อารี-วิเชียร-อดิศร" แนวร่วมนปช.ปี 53 ได้ประกัน 6 แสนพร้อมห้ามออกนอกประเทศ ส่วนสำนวนศาลยกฟ้อง "จตุพร-24 แกนนำ" ลุ้นอัยการอุทธรณ์

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยการยื่นฟ้องกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพิ่มเติมอีกชุดในคดีร่วมกันก่อการร้าย ว่าพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้นำตัว "นายอดิศร เพียงเกษ" โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ข้อหาร่วมกันก่อการร้ายและข้อหาอื่น ซึ่งเป็นข้อหาลักษณะเดียวกันกับที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ (ประธาน นปช.) กับพวกซึ่งเป็นแกนนำนปช.รวม 24 คนถูกฟ้อง จากกรณีเหตุการชุมนุมปี 2553 เช่นเดียวกัน ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ซึ่งคดีชุดของนายจตุพร ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของอัยการ 

ขณะที่เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ก็ได้นำตัว นายอารี ไกรนรา (อดีตหัวหน้าการ์ดนปช. ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ) พร้อมกับ นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี (อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย) มายื่นฟ้องต่อศาลอาญา ในเฉพาะความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา 135/1 , 135/2 , 135/3 ประกอบมาตรา 83 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "นายอารี ไกรนรา" อายุ 66 ปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ , "นายวิเชียร ขาวขำ" อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา 135/1 , 135/2 , 135/3 ประกอบมาตรา 83 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 16 ต.ค นั้น ศาลได้ประทับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.273 8/2562 ซึ่งศาลสอบคำให้การเบื้องต้น จำเลยทั้งสองให้การปฎิเสธ และได้ยื่นประกันตัว โดยศาลตีราคาประกัน 600,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยคดีนัดตรวจหลักฐานวันที่ 2 ธ.ค.นี้ 

โดยคำฟ้องคดีของนายอารีและนายวิเชียร สรุปพฤติการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.52 - 20 พ.ค.53 จำเลยทั้งสองกับกลุ่มของนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ กับพวกรวม 24 คน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.2542/2553 , อ.4339/2553 , อ.757/2554 , อ.4958/2554 , อ.2884/2556 

ซึ่งศาลอาญา มีคำพิพากษาแล้วเป็นคดีอาญาหมายเลขแดง อ.2076 , 2077,2078/2562 , 2080/2562 และกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันสมคบเพื่อก่อการร้ายโดยสะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังพล ฝึกการใช้อาวุธ โดยเรียกชื่อกลุ่มกองกำลัง ว่ากลุ่มนักรบพระเจ้าตาก, กลุ่มนักรบโรนิน หรือกลุ่มนักรบพระองค์ดำและจำเลยทั้งสองกับพวกยังได้ยุยง ปลุกปั่นสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน 

โดยจำเลยทั้งสองและกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้ใช้เลือดของจำเลยและกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากไปราดที่หน้าทำเนียบรัฐบาล, ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และยังมีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ใส่กองรักษาการณ์ของกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อบีบบังคับกดดันรัฐบาลให้เร่งดำเนินการตามคำเรียกร้องของกลุ่มนปชหรือกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องยิงจรวด RPG ยิงใส่กระทรวงกลาโหมและเครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงใส่กระทรวงสาธารณสุขซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดประชุม ครม. และยิงใส่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งขว้างระเบิดแบบเอ็ม 67 เข้าไปในกรมบังคับคดี เขตตลิ่งชัน และ มีการวางวัตถุระเบิดแสวงเครื่องตามสถานที่ราชการต่างๆ และที่อื่นอีกหลายแห่ง 

ส่วนคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "นายอดิศร เพียงเกษ" อายุ 67 ปี โฆษกผู้นำฝ่ายค้านนั้น ได้ยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2, 116, 215, 216  ประกอบมาตรา 32, 33, 83 และความผิดตาม พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 มาตรา 9, 18 ซึ่งห้ามให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน รวม 6 ข้อหา โดยพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค.53 จำเลยได้ร่วมกับนายวีระกานต์และกลุ่มแกนนำ นปช. ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มนปช. และร่วมสมทบเพื่อก่อการร้าย มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนในเหตุการณ์ต่างๆ โดยช่วงวันที่ 29 เม.ย.53 จำเลยกับพวกยังได้ร่วมกันนำกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 คนเข้าไปตรวจค้นที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โดยอ้างว่ามีทหารแอบซ่อนตัวอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่สร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนทำให้แพทย์ พยาบาลไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยได้ ต้องหยุดการรักษาพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้ป่วยไปทำการรักษาที่อื่น ฯลฯ

ซึ่งศาลอาญาได้ประทับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2745/2562 โดยศาลสอบคำให้การในเบื้องต้น "นายอดิศร" จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. วันเวลาเดียวกันสำนวนคดีฟ้องนายอารีและนายวิเชียร ภายหลังญาติและทนายความนายอดิศร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด จำนวน 600,000 บาทขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง